
เรือโดยสารอินโดฯล่มพร้อม118ชีวิต
หน่วยกู้ภัยอินโดนีเซียเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุเรือเฟอร์รี่ล่ม พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือกว่า 100 คน ท่ามกลางคลื่นสูง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (20 ธ.ค.) ว่าหน่วยกู้ภัยกำลังเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยบนเรือเฟอร์รี่ที่ล่มระหว่างเดินทางใกล้เกาะสุลาเวสี อินโดนีเซียท่ามกลางคลื่นสูงและลมแรงที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือและการช่วยเหลือผู้รอดชีวิต
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเรือเฟอร์รี่ไม่ได้ล่มเพียงแต่ลอยลำอยู่โดยไม่มีพลังในการเคลื่อนที่และต้องเผชิญกับลมแรงจากพายุในบริเวณที่เกิดเหตุ
ด้านนายเจเอ บาราตา โฆษกกระทรวงคมนาคมอินโดนีเซียยืนยันว่า บนเรือมีผู้โดยสาร 118 คนโดยมีเด็กรวมอยู่ด้วย 19 คน และเรือเฟอร์รี่ลำนี้เกิดอุบัติเหตุเพราะคลื่นสูง 4-5 เมตร
ทั้งยังเปิดเผยด้วยว่าเรือเร็วของหน่วยกู้ภัยกำลังฝ่าคลื่นลมแรงไปยังจุดเกิดเหตุแล้ว
เรือเฟอร์รี่ที่เกิดเหตุออกจากท่าเรือในเมืองโคลาคา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะสุลาเวสี เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ (19 ธ.ค.) มุ่งหน้าไปยังเมืองศิวา บนฝั่งตะวันตกของเกาะสุลาเวสี ก่อนที่ลูกเรือจะส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือเมื่อเดินทางใกล้ถึงจุดหมาย
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเปิดเผยว่า เรือขาดการติดต่อกับฝั่งเมื่อเผชิญกับคลื่นขนาดใหญ่ โดยเรือลำนี้ออกเดินทางโดยไม่ได้ใส่ใจคำเตือนสภาพอากาศรุนแรงในพื้นที่เกิดเหตุ
ล่าสุดมีรายงานการช่วยผู้รอดชีวิตจากเหตุเรือล่มใกล้เกาะสุลาเวสี 36 คน ขณะที่ผู้โดยสารและลูกเรืออีก 78 คนยังไม่ทราบชะตากรรม
เหตุเรือล่มในอินโดนีเซียที่มีเกาะมากถึง 17,000 เกาะ เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากการขาดการดูแลบำรุงรักษาเรือให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้สมบูรณ์ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ภาครัฐยังขาดการกวดขันให้มีการปรับปรุง ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของเรือโดยสารระหว่างเกาะอย่างสม่ำเสมอ
ด้านฟิลิปปินส์ที่เผชิญภัยพายุไต้ฝุ่นเมอโลร์ที่เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานผู้เสียชีวิตจากพายุลูกนี้ 36 ราย และมีผู้สูญหาย 6 คน
ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากพายุเมอโลร์ที่ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ (20 ธ.ค.) เพิ่มขึ้นจากยอดผู้เสียชีวิต 34 รายเมื่อวันเสาร์ (19 ธ.ค.) โดยยอดผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นมาจากการที่พบผู้เสียชีวิตเป็นชายวัย 21 ปีบนเกาะลูซอนทางตอนใต้ของประเทศเสียชีวิตเพราะกิ่งต้นมะม่วงหักลงมากระแทกเข้าที่ศีรษะ
นอกจากนั้นสำนักงานป้องกันภัยพลเรือนในจังหวัดเกซอนรายงานว่า มีเด็กหญิงอายุ 5 ปีถูกพบว่าเสียชีวิตในกองโคลนและซากปรักหักพังที่ถูกกระแสน้ำไหลทะลักเข้ามารวมกันเมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ (19 ธ.ค.)
ทั้งนี้ไต้ฝุ่งเมอโลร์เคลื่อนตัวผ่านเกาะฟิลิปปินส์ไปเมื่อวันศุกร์ (18 ธ.ค.) แต่ก็มีคลื่นความกดอากาศต่ำก่อตัวขึ้นเป็นพายุโซนร้อนอีกลูกหนึ่งในทันทีทำให้เกิดฝนตกในหลายพื้นที่ของฟิลิปปินส์ต่อเนื่องในช่วงสุดสัปดาห์
เจ้าหน้าที่ทางการฟิลิปปินส์รายงานว่า ฝนที่ตกหนักเข้าท่วมพื้นที่ 118 แห่ง ขณะที่เมืองและเขตเทศบาล 45 แห่งในประเทศยังเผชิญกับการขาดแคลนไฟฟ้า ประชาชนกว่า 280,000 คนยังต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่อพยพชั่วคราว
ทางการฟิลิปปินส์ประเมินว่าพายุไต้ฝุ่นเมอโลร์ทำให้บ้านเรือน 160,000 หลังคาเรือนได้รับความเสียหาย



