
กลไกตรวจสอบ : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ
กลไกตรวจสอบ : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : โดย สำนักข่าวเนชั่น
“การสกัดกั้นการตรวจสอบ” เป็นข้อครหาหนึ่งที่พุ่งตรงไปที่รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเกิดกรณีอื้อฉาวในโครงการก่อสร้าง “อุทยานราชภักดิ์” ที่หัวหิน
ในสัปดาห์นี้ เรื่อง “อุทยานราชภักดิ์” น่าจะกลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง เพราะคณะกรรมการตรวจสอบของกระทรวงกลาโหมมีคิวจะแถลงผลสอบ ซึ่งการตรวจสอบของคณะกรรมการชุดนี้เกิดขึ้นหลังจากสังคมยังค้างคาใจกับเรื่องความโปร่งใสของโครงการนี้ ต้องรอดูว่า คณะกรรมการชุดนี้จะช่วยตอบคำถามของสังคมหรือเพิ่มคำถามให้มากขึ้น
นอกเหนือจากเรื่องอุทยานราชภักดิ์ หากมองในภาพรวมยังมีอีกหลายส่วนที่ทำให้รัฐบาลและคสช.ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่อง “ความโปร่งใส” และ “กลไกตรวจสอบ”
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีการเลือกประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หลังจากมีการสรรหา ป.ป.ช.ใหม่ได้ครบ 9 คนแล้ว และผลก็ออกมาตรงตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ คือ “พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ” ได้รับการโหวตให้เป็นประธาน 7 ต่อ 2 คะแนน ทิ้ง “ปรีชา เลิศกมลมาศ” ลูกหม้อ ป.ป.ช. แบบไม่เห็นฝุ่น
การได้รับการโหวตของ พล.ต.อ.วัชรพล มาพร้อมกับคำถามหนักๆ ที่ว่า “คสช.ส่งมาหรือเปล่า?” เพราะตำแหน่งล่าสุดของ พล.ต.อ.วัชรพล นอกจากจะเป็นสมาชิก สนช.ในยุค คสช.แล้ว เขายังเป็น “รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี” ซึ่งก็คือ เลขานุการของรองนายกฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จึงห้ามไม่ได้ที่จะถูกมองว่า เป็น “สายตรง คสช.”
นอกจาก พล.อ.ประวิตรที่ปฏิเสธเรื่องนี้ พล.ต.อ.วัชรพลก็ปฏิเสธเช่นกัน และบอกว่า ลำพังเขาคนเดียวคงไม่สามารถไปมีอิทธิพลเหนือกรรมการ ป.ป.ช.อีก 8 คนได้
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น ประธาน ป.ป.ช.ที่ถูกตั้งคำถาม หรือป.ป.ช.ทั้งคณะที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า มีอดีตข้าราชการอยู่มากที่สุด สามารถพิสูจน์การทำหน้าที่ “องค์กรตรวจสอบ” ได้ด้วยการกระทำ ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาคดีของฝ่ายต่างๆ ที่คั่งค้างอยู่ และที่สำคัญต่อคดี “อุทยานราชภักดิ์” ที่มีการยื่นเรื่องไปที่ ป.ป.ช. แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่า ป.ป.ช. จะมีการดำเนินการอย่างไร
อีกด้านหนึ่ง ในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ ล่าสุด “มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) บอกว่า จะตัดกลไก “ป.ป.ช.จังหวัด” ออกไป เพราะเป็นส่วนที่ถูกแทรกแซงได้ง่าย
มีคำถามตามมาว่า การแก้ปัญหาด้วยวิธีการดังกล่าวเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะ ป.ป.ช.จังหวัดก็คือมือไม้ในการทำงานของ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ แทนที่จะตัดออกไป น่าจะมาคิดหาทางสกัดและแก้ไขไม่ให้ ป.ป.ช.จังหวัดถูกแทรกแซงจะดีกว่าหรือไม่
การแก้ปัญหาโดยการ “ตัดทิ้ง” อย่างเดียว ไม่น่าจะทำให้เกิดการพัฒนา ตรงกันข้ามอาจจะทำให้เกิดข้อครหา “ย้อนยุค” ได้
ย้อนไปก่อนหน้านี้ ในขั้นตอนการร่างรัฐธรรมนูญของ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ได้มีการเสนอกลไกตรวจสอบประจำจังหวัดคือ “สภาตรวจสอบภาคพลเมือง” แต่มีข่าวว่าทางผู้มีอำนาจไม่แฮปปี้กับกลไกนี้ เท็จจริงอย่างไรไม่มีใครยืนยัน แต่สิ่งที่ปรากฏออกมาคือ ในที่สุดกลไกนี้ถูกตัดออกไปจากร่างรัฐธรรมนูญ
“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯและหัวหน้า คสช.ประกาศเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามและสกัดการทุจริตคอร์รัปชั่น แต่ต้องไม่ลืมว่า การเอาจริงเอาจังต้องหมายรวมไปถึงการการสร้างเสริมกลไกการตรวจสอบให้มีประสิทธิภาพ และการไม่เลือกปฏิบัติในการตรวจสอบด้วย!



