ข่าว

‘กต.’แจง‘อียู’ไทยเข้มแก้ปัญหาแรงงานทาสในอุตสาหกรรมประมง

‘กต.’แจง‘อียู’ไทยเข้มแก้ปัญหาแรงงานทาสในอุตสาหกรรมประมง

20 ธ.ค. 2558

โฆษก กต. แจงกรณี “อียู” จี้ไทยแก้ปัญหาแรงงานทาสในอุตสาหกรรมประมง ระบุรบ.ไทยมีนโยบายเข้ม เผยอียูเตรียมนำคณะเยือนไทยอีกครั้งในเดือน ม.ค.59

 
          วันที่ 20 ธ.ค.58 นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสหภาพยุโรป(อียู)ออกมาเตือนไทยอีกครั้งเพื่อให้เร่งแก้ไขปัญหาแรงงานทาสในอุตสาหกรรมอาหารทะเลอย่างจริงจังว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาไทยได้ทำงานร่วมกับอียูอย่างใกล้ชิดในการแก้ปัญหาการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม(ไอยูยู) ทั้งนี้อียูทราบดีว่ารัฐบาลไทยมีนโยบายต่อต้านการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง และรับทราบถึงผลการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมของไทยในเรื่องดังกล่าว ขณะที่หน่วยงานต่างๆ กำลังเร่งตรวจสอบการค้ามนุษย์และการใช้แรงงานผิดกฎหมายในเรือประมงและโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำอย่างเข้มข้น รวมทั้งได้เร่งรัดการดำเนินคดีเพื่อให้ลงโทษผู้กระทำผิดได้โดยเร็ว จึงทำให้มีผลที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นในการบังคับใช้กฎหมายและการดำเนินคดีในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการจับกุมและดำเนินคดีผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ในภาคประมงไปแล้วหลายราย
 
          นายเสข กล่าวอีกว่า ในเดือนม.ค. 2559 อียูจะนำคณะมาเยือนไทยอีกครั้ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการหารือและความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ระหว่างไทยและอียูเพื่อแก้ปัญหาไอยูยู และพัฒนาระบบการบริหารจัดการประมงของไทย โดยจะมีการหารือกันถึงความคืบหน้าล่าสุดและแผนการดำเนินการขั้นต่อไป เพื่อแก้ปัญหาและสร้างความยั่งยืนให้ทรัพยากรประมง ซึ่งความร่วมมือที่ใกล้ชิดและเป็นประโยชน์นี้จะช่วยให้การปฏิรูปภาคประมงประสบผลสำเร็จ
 
          “ประเด็นค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมประมงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่อียูให้ความสำคัญ การเดินทางเยือนไทยของอียูคราวนี้ก็จะเป็นโอกาสดีที่ไทยจะได้ชี้แจงความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาทั้งในด้านการปราบปรามและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ตลอดจนการปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวเพื่อให้แรงงานภาคประมงเข้ามาอยู่ในระบบและได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายด้วย” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าว
 
          ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าของการพิจารณาต่ออายุใบเหลืองให้กับไทย นายเสขกล่าวว่า ไทยยังไม่ได้รับแจ้งว่า อียูจะะตัดสินใจเรื่องดังกล่าวเมื่อใด แต่อียูยินดีที่ไทยมีความมุ่งมั่น จริงจัง และมีความคืบหน้าในการแก้ปัญหาในทิศทางที่ถูกต้อง อย่างไรก็ดีอียูจะตัดสินอย่างไรไม่สำคัญเท่ากับการที่ทุกภาคของไทยส่วนเร่งทำงานเพื่อแก้ปัญหาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการประมงที่ยั่งยืนและได้มาตรฐานสากล ซึ่งถือว่ามีความสำคัญสูงสุดเพราะขณะนี้เรากำลังดำเนินการต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ของประเทศไทยเอง