ข่าว

‘ร่างรธน.’ใหม่เพิ่มอำนาจศาลรธน.

‘ร่างรธน.’ใหม่เพิ่มอำนาจศาลรธน.

20 ธ.ค. 2558

โฆษก.กรธ.ระบุร่างรธน.ใหม่ เพิ่มอำนาจศาลรธน. ให้กำกับนักการเมือง-กำกับการบริหารปท.

 
          วันที่ 20 ธ.ค.58  ที่จ.อุบลราชธานี คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) พร้อมด้วยสถาบันพระปกเกล้า ร่วมจัดเวทีรับฟังความเห็นของประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญ เป็นเวทีที่สาม โดยมีตัวแทนส่วนราชการ ภาคประชาสังคมและกลุ่มเอกชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและผู้สังเกตการณ์จากฝ่ายความมั่นคงรวมถึงประชาชน ประมาณ 200 คน เข้าร่วมเวที 
 
          นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. กล่าวว่า กรธ.ตั้งใจอยากเห็นรัฐธรรมนูญที่เป็นกติกาบ้านเมือง และเป็นผลงานของประชาชนอย่างแท้จริง และประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ ทั้งนี้การทำร่างรัฐธรรมนูญคาดหวังว่าจะมีบ้านเมืองเหมือนชาติอื่นที่พัฒนาต่อไปในอนาคต สำหรับผลการดำเนินงานของกรธ. ช่วงที่ผ่านมา มีหลักการที่ต้องพิจารณา 3 ประเด็น คือ

          1.ประเด็นที่เป็นหลักการสำคัญของบ้านเมืองที่เปลี่ยนแปลงไมไ่ด้ เช่น การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นต้น

          2.ประเด็นของการสร้างกลไกในรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมกับบ้านเมือง อาทิ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการสิ่งที่เป็นปัญหา คือ กลไกในสายการเมือง อาทิ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้น กรธ.จึงหาแนวทางเพื่อให้บุคคลที่มาทำหน้าที่ดังกล่าว ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ต่อการบริหารประเทศที่แท้จริง ขณะที่อำนาจตุลาการ กรธ. พยายามเขียนให้ศาลรัฐธรรมนูญมีบทบาทมากขึ้นเพื่อให้เป็นกลไกในการดูแลการบริหารชาติ และกำกับนักการเมือง

          และ 3.ประเด็นที่ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาตรา 35 ที่เกี่ยวกับการปฏิรูป เพื่อแก้ปัญหาให้ประเทศ ต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์
 
          นายอุดม กล่าวด้วยว่า สำหรับการแก้ปัญหาของฝ่ายการเมือง กรธ. ได้เน้นการพัฒนาระบบพรรคการเมือง เพื่อให้คนดี มีความสามารถเข้ามาบริหารประเทศ ทั้งนี้การบริหารจะอาศัยคนเพียงคนเดียวหรือความเห็นคนไม่กี่คนไม่ได้ ต้องอาศัยการพัฒนาความคิดแบบกลุ่ม ระบบที่ กรธ.พัฒนา คือ เน้นระบบการเมืองของพรรคการเมือง ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการจัดระบบเลือกตั้ง ส.ส. จากเดิมเลือกคนและเลือกพรรค ด้วยบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ หรือเลือกคนที่พรรค เลือกพรรคที่ชอบ ได้เป็นบัตรเลือกตั้งใบเดียว คือ คนที่รักต้องอยู่ในพรรคที่ชอบด้วย เพื่อให้พรรคการเมืองเลือกคนที่เหมาะสมเข้ามา

          ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำไม่ได้ในเร็ววัน แต่เชื่อว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงและทำให้ประชาชนรวมกลุ่มกันเพื่อทำงานให้ประเทศได้สำหรับสมาชิกวุฒิสภา 200 คน กรธ.วางบทบาทให้เข้ามาช่วยกลั่นกรอง เพื่อให้การเมืองมีความเป็นเหตุเป็นผล โดยบุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและเป็นตัวแทนกลุ่มสังคม รวมถึงเป็นผู้สนใจในด้านต่างๆ ที่สังคมต้องการ ไม่ใช่ระบบการเมืองเหมือนกับ ส.ส. ดังนั้น ส.ว.ต้องปลอดจากนักการเมืองและพรรคการเมือง ส่วนประเด็นองค์กรอิสระ จะให้ทำหน้าที่ระบบตรวจสอบ กรธ.เน้นให้องค์กรอิสระ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน องค์กรอัยการ พยายามให้องค์กรทำหน้าที่ดูแลการบริหารชาติ ตรวจสอบและเสนอความเห็นจากข้อเท็จจริงที่ตรวจพบ
 
          "เราพยายามให้ฝ่ายการเมือง ฝ่ายผู้ทรงคุณวุฒิ และฝ่ายตรวจสอบ ไปด้วยกันได้โดยอาศัยกติกา คือ เราต้องการคัดเลือก คัดสรร คนที่เป็นผู้มีความบริสุทธิ๋ สะอาด ไม่มีประวัติด่างพร้อย ประชาชนเชื่อใจได้ ทำให้เป็นกระบวนการกำหนดคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่ง ที่ต้องเน้นประวัติ คุณสมบัติที่ประชาชนเชื่อมั่น จึงต้องกำหนดให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติ อย่างไรก็ตามกรธ. ได้ยกเลิกระบบถอดถอนโดย ส.ว.และเปลี่ยนเป็นการตรวจสอบคุณสมบัติว่าเป็นบุคคลที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติหน้าที่เพื่อบ้านเมืองหรือไม่ โดยใช้กลไกทางศาลเป็นผู้ตรวจสอบ
 
          โฆษก กรธ. กล่าวด้วยว่าสำหรับประเด็นปฏิรูป กรธ.ได้เน้นการปฏิรูปเรื่องการศึกษา การบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้ประชาชนอยู่ภายใต้ระบบสังคมนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายต้องเป็นมาตรฐานและทุกคนอยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมาย เป็นต้น