
คสช.แจงเอาผิด11นศ.เคลื่อนไหวการเมือง
19 ธ.ค. 2558
พ.อ.วินธัย แจงเอาผิด 11 นศ. เหตุชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมือง-ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ระบุที่ผ่านมามีพฤติกรรมพยายามปลุกปั่นโจมตีทำลายความน่าเชื่อถือรัฐบาล และคสช.
19 ธ.ค. 58 พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวถึงกรณีที่มีการแจ้งความร้องทุกข์กับกลุ่มนักศึกษากับพวกรวม 11 คน ฐานมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งและประกาศ คสช. ว่า หลังจากพิจารณาพฤติกรรมโดยรวมตั้งแต่อดีตพบว่า ได้มีการเคลื่อนไหวในทางการเมืองมาตลอดตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 ก.พ.58 ครั้งนั้นภายใต้ชื่อ “กลุ่มพลเมืองโต้กลับ” โดยได้มีการจัดกิจกรรมที่หอศิลป์ แยกปทุมวัน ภายใต้ชื่อกิจกรรม “เลือกตั้งที่ลัก” และเมื่อวันที่ 22 พ.ค.58 ได้มีการจัดกิจกรรมอีกครั้งภายใต้ชื่อว่า “ศุกร์ 22 มาฉลองกันมะ” ซึ่งมีคดีอยู่ในช่วงระหว่างดำเนินการและได้รับการประกันตัว หลังจากนั้นได้มีการเปลี่ยนชื่อที่ใช้ในการเคลื่อนไหวใหม่เป็น ”กลุ่มประชาธิปไตยใหม่” โดยมีพฤติกรรมได้พยายามปลุกปั่นกระแสโจมตี เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือรัฐบาล และ คสช. ด้วยการปลุกระดมผ่านสื่อต่างๆ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.58 เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบว่ากลุ่มฯ ดังกล่าวกำลังมีเจตนาที่จะจัดกิจกรรมทางการเมือง ในลักษณะให้มีความสอดคล้องกับการจัดกิจกรรมทางการเมืองของแกนนำกลุ่มอื่น โดยพฤติกรรมของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ในครั้งนี้พบว่าได้มีการพูดชักชวนผ่านสื่อต่างๆ เพื่อให้ประชาชนมารวมตัวกันทำกิจกรรมนั่งรถไฟในครั้งนี้ โดยอ้างว่าเป็นกิจกรรมเอาไฟฉายไปส่องหาการทุจริตโครงการอุทยานฯ
พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้พยายามพิจารณาโดยอาศัยองค์ประกอบรอบด้านแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล หรือพฤติกรรมกลุ่มในอดีต หรือรูปแบบที่ดำเนินกิจกรรม ที่สำคัญที่สุดตามข้ออ้างฯ นั้นยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่าจะสามารถทำให้กลุ่มฯ บรรลุในผลลัพธ์ตามข้อกล่าวอ้างได้จริง อีกทั้งพบพิรุธข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมครั้งนี้หลายอย่าง เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่ากิจกรรมในครั้งนี้เป็นการเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมือง ทั้งนี้เพื่อให้สังคมเกิดความสงบเรียบร้อยมากที่สุด เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป สำหรับผู้ที่เข้าข่ายและร่วมในกิจกรรมครั้งนั้นอีกจำนวนหนึ่ง ได้ให้ความร่วมมือ และมีการปรับความเข้าใจพร้อมตกลงยอมรับเงื่อนไขร่วมกับทางเจ้าหน้าที่แล้ว ตามแนวทางลักษณะอะลุ่มอล่วยที่เน้นการขอความร่วมมือเป็นลำดับแรก จึงไม่ได้อยู่ในกลุ่มของ 11 คนที่เจ้าหน้าที่ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษครั้งนี้



