ข่าว

‘ผบ.ตร.’เผยยังไม่พบพงส.คดีค้ามนุษย์ถูกข่มขู่

‘ผบ.ตร.’เผยยังไม่พบพงส.คดีค้ามนุษย์ถูกข่มขู่

19 ธ.ค. 2558

‘ผบ.ตร.’ เผยยังไม่พบพนักงานสอบสวนทำคดีค้ามนุษย์ถูกข่มขู่ หลังสอบไปแล้วกว่า 60 ปาก โยน ‘ศรีวราห์’ แจงรายละเอียด

 
       เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 ธันวาคม 2558 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนกรณี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 และหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา ที่ออกมาระบุได้รับผลกระทบจากการทำคดีโดยถูกข่มขู่จากผู้มีอิทธิพล ว่า กระบวนการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวใกล้เสร็จสิ้นแล้ว โดยมีการสอบปากคำพนักงานสอบสวนที่ทำคดีนี้ไปแล้วประมาณ 50-60 ปาก เหลืออีกเพียง 20-30 ปากเท่านั้น ซึ่งผลอย่างไม่เป็นทางการเท่าที่ทราบยังไม่มีใครถูกข่มขู่ ส่วนรายละเอียด พล.ต.อ.เอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. จะเป็นผู้ชี้แจง
 
 
‘ผบ.ตร.’ เปิดโครงการ ‘อบรมอาสาสมัครช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเคาท์ดาวน์สู่ประชาคมอาเซียน 2016’
 
 
       เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 19 ธันวาคม 58 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) เป็นประธานเปิดโครงการ “อบรมอาสาสมัครช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเคาท์ดาวน์สู่ประชาคมอาเซียน 2016” โดยมี พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนกว่า 2015 คน เข้าร่วมอบรม  
 
       พล.ต.อ.จักรทิพย์ เปิดเผยว่า เนื่องจากรัฐบาลให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยว เพราะเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวสูงถึง 10% ของจีดีพี ซึ่งนักท่องเที่ยวมีแนวโน้มมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งเร่งรัดแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของนักท่องเที่ยวอย่างจริงจัง ตลอดจนดูแลแหล่งท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนที่จะเริ่มขึ้นวันที่ 31 ธ.ค.นี้ ดังนั้นการให้ประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนเข้ามาช่วยกันดูแล เพราะกำลังเจ้าหน้าที่อาจไม่เพียงพอ ตำรวจท่องเที่ยวจึงจัดโครงการอบรมเสริมสร้างประสิทธิภาพอาสาสมัครนักท่องเที่ยว เพื่อให้อาสาสมัครช่วยเหลือนักท่องเที่ยว มีความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องนโยบายรัฐ สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวจนเกิดความรู้สึกอยากกลับมาเที่ยวที่ประเทศไทยอีก เป็นการดึงดูดผู้ที่ไม่เคยเที่ยวประเทศไทยให้สนใจมาเที่ยว และเป็นการสร้างรายได้ให้กับประเทศ 
 
       พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวอีกว่าว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีนักท่องเที่ยวเข้ามาปีละเกือบ 30 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1 ล้านล้านบาท จึงจำเป็นต้องมีบุคคลากรที่มีคุณภาพและพร้อมเป็นอาวาสมัครช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างเสริมกอบกู้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทย
 
       “ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีของประเทศ และเป็นที่สร้างความเชื่อถือให้นักท่องเที่ยว เนื่องจากภัยคุกคามของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ซึ่งตำรวจท่องเที่ยวแบะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางระบบแก้ไขมาแล้ว. โดยในช่วงปีใหม่นี้เจ้าหน้าที่จะดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนโดยเฉพาะตำรวจท่องเที่ยวที่จะดูแลความปลอดภียนักท่องเที่ยวร่วมกับหน่วยงานอื่น ซึ่งจะมีอาสามัครคอยเป็นเบาะแส เป็นแหล่งข่าว และช่วยดูแลนักท่องเที่ยว และจากอาสาจำนวนมาก ส่วนตัวไม่อยากให้มีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นในพื้นที่ใดก็ตาม” ผบ.ตร.กล่าว
 
       ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตำรวจท่องเที่ยวต้องเน้นภาคีเครือข่าย เพราะกำลังไม่เพียงพอ ซึ่งยังต้องการบุคคลากรที่มีความสามารถด้านภาษา เพื่ออำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว และการสร้างความเชื่อมัน และเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการตรวจตราสิ่งผิดปกติที่จะเกิดขึ้นอย่างปัญหาอาชญากรรมทุกชนิด