
ประกวด'ท็อปเท็น โอท็อป'คึกคักทั่วไทย
ประกวด'ท็อปเท็น โอท็อป'คึกคักทั่วไทย
กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจการประกวดสินค้าโอท็อปใน 4 ภาค ซึ่งมีการคัดเลือกกันอย่างเข้มข้นเพื่อร่วมจัดแสดงในงาน โอท็อป ซิตี้ 2015 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 23-30 ธันวาคม เน้นปรับเปลี่ยนรูปแบบงานโอท็อปให้ทันสมัย ยกระดับสินค้าให้มีราคาสูงได้
อภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 23-30 ธันวาคม พช.จะจัดงาน โอท็อป ซิตี้ 2015 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยจะปรับเปลี่ยนรูปแบบของสินค้าโอท็อปให้ทันสมัยยิ่งขึ้น กิจกรรมหลักของงานประกอบด้วย การประกวด 10 สุดยอดผลิตภัณฑ์โอท็อป (ท็อปเท็น ออฟ โอท็อป ซิตี้ 2015) จะเป็นการเฟ้นหาสุดยอดสินค้า 5 ประเภท ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม ผ้าและเครื่องแต่งกาย ของใช้ ของประดับ ของตกแต่ง ของที่ระลึก และสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร นอกจากนี้ยังมีการแสดงโอท็อป มาสเตอร์พีซ และ โอท็อป เน็กซ์
"สำหรับโอท็อป มาสเตอร์พีซ จะเน้นสินค้าประเภทชิ้นเดียวในโลกนำมาจัดแสดง พร้อมจำหน่ายในงาน อาทิ เรือสำเภาจำลองจาก จ.ชลบุรี ต่อจากไม้สักทองขนาด 3 เมตร ราคา 300,000 บาท แจกันศิลาดลสูง 2 เมตร จาก จ.นครปฐม ราคา 500,000 บาท ขันเงินแท้หนัก 300 บาท จาก จ.เชียงใหม่ แกะเรื่องราวรามเกียรติ์ ราคากว่า 1 ล้านบาท หรือปลาคาร์พที่ทำด้วยอัญมณีจาก จ.จันทบุรี ราคา 2.5 ล้านบาท เป็นต้น นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าสินค้าโอท็อปไม่ใช่แค่ของพื้นบ้าน แต่ยกระดับเป็นสินค้าที่มีระดับและมีมูลค่าสูงได้" อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าว
ด้าน พิรุณ น้อยศิริ รองอธิบดีกรมพัฒนาชุมชน กล่าวเสริมว่า การประกวดท็อปเท็น โอท็อป ได้รับความสนใจจากผู้ผลิตสินค้าประเภทต่างๆ ทั่วประเทศ เนื่องจากผลิตภัณฑ์โอท็อปที่ส่งเข้าประกวดมีลู่ทางในการจำหน่ายมากขึ้น ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ หรือการขายสินค้าออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2016 กรมพัฒนาชุมชนเน้นเรื่องของคนรุ่นใหม่ (เน็กซ์ เจเนอเรชั่น) ที่เน้นส่งเสริมให้ทายาท หรือผู้ประกอบการรุ่นใหม่ๆ นำนวัตกรรมเข้ามาพัฒนาสินค้า เพื่อยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าโอท็อปให้มากยิ่งขึ้น
"จากการตรวจเยี่ยมการประกวดในภาคใต้ ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดมาจาก 14 จังหวัด จำนวน 140 ชนิด คณะกรรมการต้องทำงานอย่างเข้มข้นเพื่อคัดเลือกงานชิ้นหัวกะทิให้เหลือ 10 ชนิดของแต่ละประเภท ภาคใต้มีผลิตภัณฑ์หลายตัวที่มีความโดดเด่น เช่น อาหาร ที่มีแพ็กเกจใหม่ๆ สวยงาม กรรมการต้องทำงานหนักขึ้น” รองพิรุณ กล่าว
ทวีป บุตรโพธิ์ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ที่ลงไปตรวจเยี่ยมการประกวดในพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ภาคอีสานมีการส่งโอท็อปเข้าร่วมประกวดจำนวน 200 รายการ ทุกประเภท เช่น อาหาร 40 รายการ งานฝีมือ 75 รายการ เป็นต้น ถือว่ามีการแข่งขันสูง ผู้ประกอบการแต่ละรายพัฒนาผลิตภัณฑ์มากขึ้น ทั้งเรื่องความสวยงามและการมีเรื่องราวในตัวเอง มีการนำภูมิปัญญาชาวบ้านมาพัฒนาตัวผลิตภัณฑ์ให้โดดเด่นขึ้น
อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ รองอธิบดีกรมพัฒนาชุมชน ที่ลงไปตรวจเยี่ยมการประกวดใน ภาคเหนือ ที่ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน จ.ลำปาง กล่าวว่า การประกวดในภาคเหนือเป็นไปอย่างเข้มข้นจาก 17 จังหวัดทั่วภาคเหนือ และ 170 ผลิตภัณฑ์ ที่ผู้ประกอบการส่งมาเข้าร่วมประกวด ล้วนแต่มีความโดดเด่น แต่ละประเภทก็มีความน่าสนใจแตกต่างกันออกไป
ขณะที่ ณรงค์ บุ่ยศิริลักษณ์ ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาชุมชน ลงพื้นที่ดูการประกวดที่ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน จ.ชลบุรี เป็นการประกวดระดับภาคตะวันออกและภาคตะวันตก รวม 14 จังหวัด กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ที่ส่งเข้าประกวดมีความน่าสนใจทั้ง 5 ประเภท ล้วนแต่เป็นสินค้าที่มีพัฒนาการ น่าตื่นตาตื่นใจ สวยงาม จัดเป็นการแข่งขันที่ค่อนข้างสูสี มีความโดดเด่นไปคนละอย่าง แต่ละผลิตภัณฑ์ก็ได้รับการคัดสรรมาโดยเฉพาะ
สำหรับการประกวดท็อปเท็น โอท็อป ระดับภาคทั้ง 5 พื้นที่ เสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม จากนั้นจะนำสุดยอดของแต่ละภาคมาประกวดรอบสุดท้ายใน งานโอท็อป ซิตี้ 2015 ในวันที่ 23 ธันวาคม เพื่อค้นหา “10 สุดยอดโอท็อปไทย”



