ข่าว

จับแก๊งวิ่งราวทรัพย์ต่างชาติ

จับแก๊งวิ่งราวทรัพย์ต่างชาติ

18 ธ.ค. 2558

"ตำรวจมักกะสัน"จับคนร้ายวิ่งราวทรัพย์ชาวต่างชาติ พบประวัติโชกโชน เพิ่งพ้นโทษจากคุก สารภาพก่อเหตุมาแล้วกว่า 30 ครั้ง

            เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 17 ธ.ค.2558  พ.ต.ท.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ รอง ผกก.สส.สน.มักกะสัน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน  แถลงผลการจับกุม นายพิษณุ (เอ็มห้อย) รอดอุดม อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100/67 ซอยชุมชนอโศก ถนนริมทางรถไฟสายแปดริ้ว แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. ตามหมายจับศาลอาญารัชดา เลขที่ 1808/2558 ลงวันที่ 14 ส.ค.2558 ในข้อหาร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป สามารถจับกุมตัวได้ที่ บริเวณหมู่บ้านรุ่งเรืองกิจ ถนนนิมิตรใหม่ แขวงทรายกองดิน เขตคลองสามวา กทม.
         
            พ.ต.ท.วุฒชัย กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. นายพิษณุ ได้ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวจีน ที่บริเวณริมถนนเพรชอุทัย (ก่อนถึงแยกมารยาทดี) แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. โดยได้เงินสดไปกว่า 1 แสนบาท จึงสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบ พร้อมกับรวบรวมหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สน.มักกะสัน สามารถจับกุมตัวนายพิษณุ ได้ในเวลาต่อมา โดยจะตระเวณก่อเหตุกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และเมื่อเงินหมดก็จะกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก
 
            จากการสอบสวน นายพิษณุ ระบุว่า เคยขับวินมอเตอร์ไซด์รับจ้างมากว่า 6 ปี ย่านรถไฟแอร์พอร์ทลิ้ง สถานีมักกะสัน แต่หลังจากย้ายบ้านไปอยู่ย่านมีนบุรี ก็ไม่ได้ขับอีก เนื่องจากต้องไปรับ-ส่ง ลูกไปโรงเรียน อีกทั้งเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท จับกุมเมื่อปี 2557 ในข้อหาขับรถขณะมึนเมาสารเสพติด และจำคุก 10 เดือน โดยเพิ่งได้รับอภัยโทษออกมาเมื่อช่วงเดือน มิถุนายน ที่ผ่านมา จากนั้นจึงได้ตระเวณก่อเหตุมากกว่า 30 ครั้ง ซึ่งมักจะลงมือก่อเหตุในช่วงเย็นตั้งแต่เวลา 17.00-21.00 น. ส่วนสาเหตุที่เลือกเวลาดังกล่าว เนื่องจากถ้าดึกไปกว่านี้จะมีตำรวจออกมาตั้งด่านกันเยอะ ดังนั้น จะเลือกก่อเหตุเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพราะชาวต่างชาติจะไม่ค่อยสนใจอะไร จำเลขทะเบียนรถไม่ได้ หรือบางรายก็แค่อยากได้ทรัพย์สินคืน ซึ่งต่างจากคนไทยที่จะจำเลขทะเบียนได้ โดยจะลงมือกับเหยื่อขณะที่เดินอยู่ริ่มถนน หรือจะนั่งบนรถตุ๊กๆ สำหรับสถานที่ก่อเหตุส่วนใหญ่จะลงมือแถวย่านห้วยขวาง 20 ครั้ง , แถวย่านสวนลุม 10 ครั้ง และถนนข้าวสาร 10 ครั้ง
              
             "เวลาก่อเหตุจะมากับพรรคพวก รวม 4 คน โดยใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน เมื่อได้ทรัพย์สินมาก็จะเอามาแบ่งกัน ถ้าเป็นเงินสด ก็จะแบ่งเท่าๆกัน แต่ถ้าเป็นพวกโทรศัพท์มือถือ หรือเงินสกุลต่างชาติก็จะให้เพื่อนรวมขบวนการเอาไปขาย และแลกมาเป็นเงินไทย ซึ่งเหตุเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้ส่วนแบ่งมา 3,000 บาท เมื่อได้เงินมาก็จะนำไปให้ลูก และกินเหล้าเที่ยวเตร่
 
              เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนขยายผล เพื่อหาผู้ร่วมขบวนการก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป