
เข้ม'คุณสมบัติรัฐมนตรี'กันทุจริต
เข้ม'คุณสมบัติรัฐมนตรี'กันทุจริต : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น
ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นมหันตภัยของสังคมไทยมานาน และฉุดรั้งไม่ให้ประเทศไทยก้าวเดินไปข้างหน้า สู่ความเป็นประเทศพัฒนาแล้ว
และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต หนึ่งในนั้นก็คือ ผู้มีอำนาจในบ้านเมือง เพราะว่า “อำนาจ” นำมาซึ่ง “ผลประโยชน์”
ก่อนหน้านี้ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้เคยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ “นิสัยนักการเมืองไทย” ไว้ 5 ข้อ
1.ยึดประโยชน์ส่วนตัวหรือพวกพ้องมากกว่าประโยชน์สาธารณะ
2.สั่งการ หรือ ร้องขอ แม้เรื่องนั้นจะเป็นเรื่องที่มิชอบ
3.บริหารราชการแผ่นดิน ขาดความโปร่งใส
4.ไม่เคร่งครัดต่อกฎหมายและระเบียบของทางราชการ
5.ขาดคุณธรรมและจริยธรรม
ส่วนรูปแบบของการทุจริตนั้น มีหลายรูปแบบ ทั้ง รับสินบน-คอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย-ผลประโยชน์ทับซ้อน- ยักยอกทรัพย์สินของรัฐ-เอื้อประโยชน์แก่ตัวเอง พรรคพวกหรือพี่น้อง-จัดทำโครงการที่ได้ผลประโยชน์ตอบแทนไม่คุ้มค่าเงินที่ลงทุนไป
ดังนั้น การสร้างมาตรการ-กลไกในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจึงได้วางมาตรการที่เข้มงวดในการคัดสรรคนดีเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง นั่นคือเรื่อง “คุณสมบัติของรัฐมนตรี” ที่มีมากกว่าอดีตและคุณสมบัติของ ส.ส.ทั่วไป โดยคนที่จะเป็น “รัฐมนตรี” ต้องเป็นผู้สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ไม่มีปัญหาด้านจริยธรรมและความประพฤติ ซึ่งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้นำหลักของรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 มาตรา35(4) มาใช้ โดยบัญญัติว่า คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้มีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและตรวจสอบมิให้ผู้เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ว่า กระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือเคยกระทำการอันทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างเด็ดขาด
อีกทั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญยังได้ขยายผลในเรื่องคุณสมบัติ โดยขยายให้ครอบคลุมไปถึงบุคคลที่มีปัญหาเรื่องจริยธรรมและความประพฤติอีกด้วย เพื่อต้องการทำการเมืองให้โปร่งใส เปิดพื้นที่ให้คนดีเข้ามาสู่การเมืองมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในเรื่องว่าใครขาดคุณสมบัติรัฐมนตรี หรือมีความผิดด้านจริยธรรมนั้น จะต้องมีความผิดชัดเจนและผ่านการตัดสินของ “ศาล” ไม่ใช่เป็นแต่เพียงข้อกล่าวหา หรือข่าว มิเช่นนั้นจะเกิดความไม่ธรรมต่อคนที่ถูกกล่าวหาหรือมีการกลั่นแกล้งกันได้ แต่ขณะนี้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญยังไม่ได้ฟันธงลงไปว่า จะให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลยุติธรรม เป็นผู้ชี้ขาด
ส่วนขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรีในเรื่องจริยธรรมและความประพฤตินั้น กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ยังมีความเห็นหลายแนวทาง มีทั้ง ส.ส.จำนวน 1 ใน 10 ของสภา เข้าชื่อเสนอให้ประธานสภาส่งเรื่องไปที่องค์กรอิสระไต่สวนชี้มูลความผิด แล้วส่งให้ศาลตัดสิน หรือประชาชนจำนวนหนึ่งเข้าชื่อเสนอผ่านองค์กรอิสระ แล้วส่งให้ศาลตัดสิน
แต่มีข้อน่าคิดว่า การที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กำหนดว่า ในเรื่องนายกฯ และคณะรัฐมนตรี มีความผิดในการถือหุ้น บุคคลนั้นถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 2 ปี เป็นการลงโทษที่เบาไปหรือไม่ เมื่อเทียบกับการที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญพยายามวางมาตรการที่เข้มงวดของคนที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรี เพื่อให้ได้คนดีบริหารราชการแผ่นดิน



