ข่าว

 ศึกสายเลือด 2 ตระกูลดังเมืองโอ่ง

ศึกสายเลือด 2 ตระกูลดังเมืองโอ่ง

27 ก.ค. 2552

กลายเป็นความร้าวฉานจนยากจะประสานรอย เมื่อสองตระกูลดังสายเลือดเดียวกันแห่ง จ.ราชบุรี เกิดความขัดแย้งในเวทีการเมือง ก่อนจะขยายวงไปถึงเรื่องส่วนตัว เกิดการกระทบกระทั่งทำร้ายร่างกายจนถึงขั้นแจ้งความดำเนินคดีกันอีนุงตุงนัง !?!

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2552 นางปารีณา ปาจรียางกูล ส.ส.ราชบุรี เขต 1 พรรคชาติไทยพัฒนา ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.อดิเรก วังมะนาว พนักงานสอบสวน สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายสวัสดิ์ จังพาณิชย์ สมาชิกสภาจังหวัดราชบุรี และอดีตนายกเทศมนตรีเมืองโพธาราม ซึ่งมีฐานะเป็นลุงแท้ๆ ของเธอเอง ในข้อหาลักทรัพย์และทำลายทรัพย์

 ปฐมบทแห่งความขัดแย้งระหว่างสายเลือดมีสาเหตุมาจากการเมืองท้องถิ่น ตั้งแต่ครั้งนายสวัสดิ์ลงสมัครเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองโพธาราม และ นายทวี ไกรคุปต์ พ่อของนางปารีณาก็ส่ง นายวารี จันเกษม ลงชิงตำแหน่งนายกเล็กโพธารามด้วยเช่นกัน ผลการเลือกตั้งครั้งนั้นนายวารีเป็นฝ่ายกำชัย ได้นั่งเก้าอี้นายกเล็กสมใจ

 ส่วนในเวทีการเมืองระดับประเทศ นายสวัสดิ์ได้ส่งลูกชาย คือ นายสายัณห์ จังพาณิชย์ อดีตสมาชิกสภาจังหวัดราชบุรี ลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.ในนามพรรคมัชฌิมาธิปไตย ในขณะที่นางปารีณาเองก็ลงสมัครชิงตำแหน่งในนามพรรคชาติไทยพัฒนา ผลปรากฏว่าราชบุรีเขต 1 ได้ ส.ส.เป็นผู้หญิง

 ท่ามกลางความคุกรุ่นทางการเมืองท้องถิ่นและระดับประเทศ มีเหตุการณ์เล็กๆ เข้ามาสอดแทรก เมื่อนายสวัสดิ์ไปปลดป้ายชื่อนายทวี ไกรคุปต์ ที่ติดไว้หน้าเมรุเผาศพวัดชัยรัตน์ ต.ท่าชุมพล อ.โพธาราม จ.ราชบุรี แล้วทำป้ายใหม่มาติด โดยให้เหตุผลว่าป้ายเดิมเก่ามีอายุมากถึง 20 ปี ในฐานะอุปัฏฐากวัดจึงอยากพัฒนาปรับปรุงวัดก่อนเทศกาลเข้าพรรษา

 ทว่านางปารีณากลับไม่ยินยอม เมื่อเห็นป้ายใหม่ที่ลุงแท้ๆ นำมาติดตั้งจึงให้คนขึ้นไปปลดลงมา พร้อมทั้งเรียกร้องให้นำป้ายเก่ามาติดไว้ตามเดิม จึงเกิดมีปากเสียงขึ้นระหว่างลุงกับหลานภายในวัด มีการด่าทอและทำร้ายร่างกายกัน ท่ามกลางสายตาชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์

 นางปารีณาอ้างว่านายสวัสดิ์ผู้เป็นลุงกระโดดถีบเธอทั้งที่ตั้งท้องได้ 4 เดือน โชคดีที่พลาดไปถูกลูกน้องที่มาด้วย แถมยังใช้ไม้ตีแขนจนได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์ครั้งนี้นางปารีณาได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.โพธาราม ให้ดำเนินคดีกับนายสวัสดิ์ในข้อหาทำร้ายร่างกายด้วย

 ส่วนนายสวัสดิ์เองก็อ้างว่านางปารีณาหลานสาวด่าทอและใช้รองเท้าปาใส่ และเตรียมฟ้องร้องในข้อหาหมิ่นประมาทเช่นกัน

 เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงกลางวัน พอตกกลางคืนกาลก็กลายเป็นรุนแรงขึ้น เมื่อมีคนร้ายลอบยิงถล่มบ้านนายวารี จันเกษม นายกเทศมนตรีเมืองโพธาราม คู่แข่งทางการเมืองคนสำคัญของนายสวัสดิ์ ที่ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะมาหลายครั้งหลายครา และนายกเล็กวารีเองก็อยู่ในเหตุการณ์เผชิญหน้าระหว่างลุงกับหลานสาวเมื่อตอนกลางวันด้วย

 ด้วยเหตุนี้จึงมีชาวบ้านเชื่อมโยงทั้งสองเหตุการณ์เข้าด้วยกัน เนื่องจากนายวารีที่ได้รับการสนับสนุนจากนายทวี ไกรคุปต์ พ่อของนางปารีณาก็ให้การสนับสนุนนางปารีณาเสมือนหนึ่งเป็นทีมเดียวกัน โดยเฉพาะในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ทั้ง 2 สมัยที่ผ่านมา

 ดังนั้น ชื่อของนายสวัสดิ์จึงปรากฏขึ้นมาในฐานะผู้ต้องสงสัยเป็นอันดับต้นๆ ทั้งความไม่ลงรอยกันในอดีต รวมถึงวิวาทะช่วงกลางวัน ส่งผลให้ชาวบ้านต่างก็วิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา

 อย่างไรก็ตาม ตัวของสมาชิกสภาจังหวัดราชบุรีผู้นี้ก็ยืนยันชัดเจนตลอดเวลาว่า เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุยิงถล่มบ้านนายกเล็กวารี พร้อมกับตั้งสมมติฐานว่าเป็นเรื่องของการสร้างสถานการณ์ทางการเมือง เพื่อโยนความผิดมาให้เขา

 ในที่สุดความจริงก็ถูกเปิดเผย เมื่อตำรวจโพธารามสามารถจับกุมคนร้ายตัวจริงได้ในเวลาต่อมา จากการสอบสวนทำให้รู้ว่าสาเหตุมาจากเรื่องความแค้นส่วนตัวของกลุ่มคนร้ายและเพื่อนๆ ที่ต้องการสร้างสถานการณ์ด้วย ก่อนหน้านี้กลุ่มคนร้ายรู้สึกโกรธที่ตำรวจเข้าไปตรวจค้นอาวุธปืน ขณะเข้าไปนั่งดื่มกินที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยตำรวจมีเป้าหมายตรวจค้นกลุ่มคนร้ายกลุ่มเดียวเท่านั้น ประกอบกับเรื่องราวอื่นๆ จึงลงมือก่อเหตุขึ้น

 ความขัดแย้งของสองตระกูลสายเลือดเดียวกันยังคงเต็มไปด้วยความคุกรุ่นทางอารมณ์ ซึ่งไม่รู้ว่าจะจบลงเช่นไร แต่ที่แน่ๆ คือตอนนี้ตำรวจโพธารามต้องทำงานหนัก เพราะรับศึกทั้งสองด้าน ไม่ว่าใครฝ่ายไหนจะแจ้งความดำเนินคดีก็ต้องทำคดีกันต่อไป

 สายชล ศรีนวลจันทร์