
BRIC : สี่เสือเศรษฐกิจตัวจริง
ท่ามกลางกระแสวิกฤติเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทั้งสหรัฐ และยุโรป ซึ่งเคยมีบทบาทสำคัญบนเวทีเศรษฐกิจ การเงิน และการค้าของโลกจนทำให้เกิดความหวั่นวิตกไปตามๆ กัน นั้น กลุ่มเศรษฐกิจใหม่กลุ่มหนึ่งก็ถือกำเนิดขึ้นมาอย่างเงียบๆ และดูเหมือนว่าจะมีพลังและศัก
กลุ่มเศรษฐกิจใหม่ที่ผมพูดถึงนี้คือ บีอาร์ไอซี ซึ่งได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย และ จีน ซึ่งชื่อกลุ่มก็นำมาจากอักษรตัวแรกของชื่อประเทศดังกล่าว ซึ่งคำว่า บีอาร์ไอซี นี้ ถูกใช้ครั้งแรกในปี 2001 โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทวาณิชธนกิจ Goldman Sachs เพื่อเรียกกลุ่มประเทศที่เป็นดาวรุ่งเศรษฐกิจ โดยปัจจุบันประเทศทั้งสี่มีจีดีพีรวมกันประมาณ 15% ของจีดีพีโลก แต่คาดว่าภายในไม่เกิน 20 ปี บีอาร์ไอซีจะมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจพอๆ กับกลุ่มจี 8 เพราะลำพังเศรษฐกิจของจีนประเทศเดียวก็จะมีขนาดใหญ่ไล่เลี่ยกับสหรัฐทีเดียวแหละครับ
ถ้าเรามาพิจารณาถึงศักยภาพของแต่ละประเทศในกลุ่มนี้ จะเห็นว่า รัสเซียมีพื้นที่เป็นลำดับ 1 ของโลก ขณะที่จีนอยู่ในอันดับ 3 บราซิลอันดับ 5 และอินเดียอันดับ 7 ในส่วนของประชากรนั้น จีนมีมากเป็นอันดับ 1 ในโลก อินเดียเป็นอันดับ 2 บราซิลอันดับ 5 และรัสเซียอันดับ 9 นอกจากนี้จีนยังเป็นประเทศที่ส่งออกสินค้ามากเป็นอันดับ 2 ของโลก และนำเข้าเป็นอันดับ 3 มีเงินตราสำรองต่างประเทศอยู่ในอันดับที่ 1 และดุลบัญชีรายวันในอันดับ 1 เช่นกัน
ส่วนรัสเซียนั้น มีเงินตราสำรองต่างประเทศเป็นลำดับที่ 3 ของโลก โดยถือครองพันธบัตรสหรัฐ ประมาณ 1.4 แสนล้านดอลลาร์ ตามมาด้วยอินเดียซึ่งอยู่ในอันดับที่ 4 และบราซิล อันดับที่ 7 ทั้งนี้ จีนและอินเดียซึ่งมีประชากรรวมกันแล้วมากกว่า 2,400 ล้านคน ก็เป็นตลาดผู้บริโภคและผู้ผลิตที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยจีนเป็นผู้นำด้านสินค้าอุปโภคบริโภค และอินเดียกำลังก้าวขึ้นมาสู่การเป็นเจ้าของสินค้าด้านอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยี และวิศวกรรม
หากพูดถึงวัตถุดิบหรือทรัพยากรธรรมชาติ บราซิลจัดว่าเป็นแหล่งแร่และโลหะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบด้วย เหล็ก อะลูมิเนียม เอทานอล และแพลทินั่ม รวมทั้งเป็นประเทศเกษตรกรรมรายใหญ่ของโลกด้วยเช่นกัน ขณะที่รัสเซียมีก๊าซธรรมชาติกว่า 35% ของโลก และแหล่งน้ำมัน 20% ของโลก เมื่อสี่ประเทศนี้มารวมกันจึงเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่มีความสมบูรณ์และลงตัวในทุกด้าน
แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยมาเกือบหนึ่งทศวรรษแล้ว แต่บีอาร์ไอซีก็ยังเป็นเพียงความร่วมมือกันอย่างหลวมๆ และไม่เป็นทางการ รวมทั้งยังไม่มีการยืนยันว่าจะใช้ชื่อนี้ต่อไปหรือไม่ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมานี้เอง รัสเซียได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดกลุ่มบีอาร์ไอซี ครั้งแรกที่เมืองเยกาเตลินเบิร์ก ในเทือกเขาอูราล เนื่องจากรัสเซียกับจีนมีความตกลงความร่วมมือระหว่างกัน ที่เรียกว่าองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ หรือเอสซีโอ ที่ก่อตั้งมาเมื่อปี 2001 อยู่แล้ว และองค์การนี้ยังได้รวมอดีตประเทศในเครือสหภาพโซเวียตในเอเชียกลางเข้าไว้ด้วย ซึ่งอินเดียเองก็เคยอยู่ในฐานะผู้สังเกตการณ์ของเอสซีโอมาก่อนแล้ว ดังนั้นเมื่อเชิญบราซิลเข้ามาเพิ่มแม้จะเพียงประเทศเดียวแต่ก็ทำให้ภาพจิกซอว์ของบีอาร์ไอซีสมบูรณ์ขึ้น ใช่แต่เท่านั้น ยังมีผู้เสนอแนวคิดให้บีอาร์ไอซี เชิญอินโดนีเซีย ซึ่งกำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง และมีปัจจัยที่เอื้อต่อความเข้มแข็งของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจใหม่นี้ เข้าร่วมวงศ์ไพบูลย์ด้วย
ลองคิดกันเล่นๆ ดูก็ได้ว่า เมื่อประเทศที่มีจุดแข็งในเรื่องทุนสำรอง ประชากร พื้นที่ ทรัพยากรธรรมชาติ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม เกษตรกรรม การค้า และการเงิน มาร่วมกันเป็นกลุ่มก้อนเช่นนี้ ก็คงมีผลทำให้ใครต่อใครได้หนาวไปตามๆ กันทีเดียว



