ข่าว

ยุติธรรมชาวนา

ยุติธรรมชาวนา

27 ก.ค. 2552

วันนี้มีเรื่องเกี่ยวกับวิถียุติธรรมชาวนาที่หยิบยกมาคุยกับท่านผู้อ่าน เป็นเรื่องที่ต้องนำมาคิดต่อเพื่อกระตุ้นให้มีทิศทางของการพัฒนาให้เกิดรูปธรรมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วอย่างสร้างสรรค์

เรื่องแรกเป็นข่าวการเคลื่อนไหวของกระทรวงพาณิชย์ให้มีการตรวจสอบเรื่องคนต่างด้าวฝ่าฝืนกฎหมายลักลอบเข้ามาทำนาและปศุสัตว์ โดยทำเองหรือว่าจ้างให้คนไทยทำแทน ส่วนเรื่องที่สองเป็นเรื่องศาลพิพากษาให้แกนนำชาวนาต้องโทษจำคุกเพราะนำชาวบ้านปิดถนนเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาราคาข้าวนาปรังตกต่ำ โดยเห็นว่าการประท้วงด้วยการปิดถนนทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่สาธารณะโดยส่วนรวมและไม่ยำเกรงกฎหมายบ้านเมือง

 เรื่องทั้งสองเป็นวิถียุติธรรมชาวนาที่เป็นเรื่องส่วนรวม ส่งผลกระทบต่อสังคมไทยโดยรวม และเกี่ยวพันกับสิทธิเสรีภาพของคนรากหญ้า ถือเป็นเรื่องไม่ใช่เล็กน้อย คนส่วนใหญ่ของสังคมต้องหันมาเหลียวมอง

 กฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นแกนกลางของเรื่องนี้ด้วยเห็นว่าการทำนาและปศุสัตว์เป็นอาชีพที่ต้องสงวนไว้สำหรับคนไทย และอีกเรื่องเป็นขอบเขตการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญที่ทุกคนรวมทั้งชาวนาก็ต้องมีสิทธิในการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธเหมือนคนไทยอื่นๆ ด้วยเช่นกัน แต่หากมีการใช้สิทธิเกินส่วนต้องถือว่าทำผิดกฎหมาย ทั้งสองเรื่องจึงเหมือนเหรียญสองด้านของวิถีชีวิตเกษตรกรชาวไร่ชาวนาที่ต้องเรียนรู้ร่วมกัน

 เห็นได้ชัดว่าชาวนาควรมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้สิทธิเสรีภาพรวมทั้งกฎหมายในชีวิตประจำวันอยู่ไม่น้อย แต่การทำให้ชาวนาได้รับความรู้เช่นนี้ในบ้านเราต้องยอมรับว่ายังทำได้ไม่ทั่วถึง และวิธีการในการให้ความรู้ยังไม่เป็นที่น่าสนใจ รวมทั้งยังไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวนาอีกด้วย ที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นชาวนายังคงขาดที่พึ่งด้านกฎหมายที่สามารถเรียกใช้บริการได้อย่างทันท่วงทีอีกด้วย

 ปัญหาการถูกแย่งที่ดินทำกินของเกษตรกรมีมานานแล้ว อยู่ในรูปแบบต่างๆ กันซึ่งสังคมไทยรู้เรื่องนี้ดีแต่ยังคงเงื้อง่าและยึกยักกันอยู่เพราะยังไม่ตระหนักถึงผลกระทบระยะยาว ประกอบกับการจริงจังกับเรื่องนี้ต้องเป็นการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงานในหลายกระทรวง ซึ่งก็รู้กันทั่วไปว่าการทำงานร่วมกันของราชการหลายหน่วยงานนั้นยากที่จะเกิดรูปธรรมอย่างจริงจัง

 ส่วนปัญหาการที่แกนนำชาวนาต้องโทษตามคำพิพากษาให้จำคุกเพราะประท้วงด้วยการปิดถนนก็เช่นกัน คงเป็นสองเรื่องเดียวกันที่เป็นประเด็นข้อกฎหมาย เกี่ยวพันกับความเหลื่อมล้ำในการใส่ใจกับการแก้ปัญหารากหญ้าจนกระทั่งต้องทำให้ชาวนาต้องฝ่าฝืนกฎหมาย ทั้งๆ ที่น่าจะรู้ว่าทำไม่ถูกต้อง ก่อเหตุให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น

 ข้อสรุปเบื้องต้นของทั้งสองเรื่องคงเหมือนกับเรื่องอื่นๆ ในสังคมไทย ที่ซับซ้อนมีตื้นลึกหนาบางอีกมากที่ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ คงมีผู้รู้เรื่องนี้วิพากษ์วิจารณ์กันไปได้อีกหลายประเด็น

 วิถียุติธรรมคงไม่มีโอกาสไปสาวลึกอะไรได้อีก แต่คงเห็นประเด็นปัญหาเชิงโครงสร้างเกี่ยวกับการดูแลชาวบ้านรากหญ้าท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้นทุกวัน ส่งผลให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาต้องอาศัยความจริงจังและลึกซึ้งกับปัญหา ซึ่งต้องเริ่มต้นด้วยความตระหนักของทั้งฝ่ายรัฐและตัวเกษตรกรหรือชาวนาชาวไร่เอง ด้วยการทำประเด็นเหล่านี้ให้เป็นประเด็นสาธารณะที่จริงจังและต่อเนื่อง ก่อนที่ปัญหาจะซับซ้อนมากยิ่งขึ้นไปกว่านี้
 ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปจนไม่เหลือชาวนาไทยเป็นกระดูกสันหลังของชาติอีกต่อไป