ข่าว

นัดไต่สวนคดีสลายม็อบพธม.8เม.ย.59

นัดไต่สวนคดีสลายม็อบพธม.8เม.ย.59

16 ธ.ค. 2558

ศาลฎีกานักการเมืองนัดไต่สวนคดีสั่งสลายม็อบพธม.ปี51 นัดแรก 8 เม.ย.59 ด้าน ‘สมชาย วงศ์สวัสดิ์’ มั่นใจ!สั่งการโดยสุจริต

 
       ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงแหน่งทางการเมือง เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 ธ.ค.58 ศาลนัดพร้อมเพื่อกำหนดวันนัดไต่สวนคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ,พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกฯ ,พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ในข้อหาเป็นเจ้าหน้าที่ปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริตเพื่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด จากการมีคำสั่งให้ตำรวจสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่ปิดล้อมทางเข้ารัฐสภา เมื่อปี 2551 จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 471 ราย โดยนัดพร้อมวันนี้โจทก์และจำเลยทั้ง 4 คนเดินทางมาศาลฯ
 
       ศาลพิเคราะห์ว่า คดีนี้โจทก์ยื่นบัญชีพยานจำนวน 66 ปาก ส่วนจำเลยทั้ง 4 ยื่นบัญชีพยาน 954 ปาก ที่ผ่านมามีการนัดตรวจพยานหลักฐาน 4-5 ครั้ง โดยได้ข้อยุติว่า โจทก์จะขอเบิกความพยาน 28 ปาก ฝ่ายจำเลยขอเบิกความพยาน 106 ปาก ในจำนวนนี้มีพยานซ้ำกัน 19 ปาก นอกจากนี้ฝ่ายโจทก์และจำเลยยอมรับร่วมกันว่า บันทึกสั่งการทางวิทยุของบชน.คำสั่งแต่งตั้งรอผบ.เหตุการณ์และแผนกรกฎ เป็นเอกสารราชการที่มีความถูกต้องแท้จริง ส่วนประเด็นที่จำเลยทั้ง 4 ขอแถลงเปิดคดีด้วยวาจา ศาลอนุญาตตามคำขอโดยให้แถลงเปิดคดีในวันเริ่มสืบพยานฝ่ายจำเลย ทั้งนี้เพื่อเป็นการเร่งรัดกระบวนการพิจารณา
  
       ศาลจึงนัดคดีล่วงหน้าโดยจะไต่สวนให้แล้วเสร็จภายใน 20 นัด เริ่มไต่สวนนัดแรกวันที่ 8 เม.ย.59 และนัดไต่สวนนัดสุดท้ายในวันที่ 28 เม.ย.60 อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความรวดเร็วจึงขอให้คู่ความทั้งสองฝ่ายจัดทำคำเบิกความล่วงหน้าส่งให้กับศาลไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนวัดนัด และให้คู่ความอีกฝ่ายส่งคำถามที่จะใช้ซักถามพยานก่อนวันนัดคดีไม่น้อยกว่า 7 วัน มิเช่นนั้นศาลจะไม่อนุญาตให้ซักถาม ซึ่งเป็นกระบวนการพิจารณาในระบบไต่สวน กรณีที่มีเหตุขัดข้องไม่สามารถเรียกพยานมาเบิกความตามวันนัดขอให้ยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายเรียกพยานปากอื่นมาไต่สวนแทน
 
       ด้านนายสมชาย กล่าวว่า ในการนัดตรวจพยานหลักฐานมีพยานบางปากซ้ำกัน และพยานบางปากเห็นเหตุการณ์เดียวกัน ศาลจึงขอให้ทั้ง 2 ฝ่าย พิจารณาตัดพยานบางปาก รวมแล้วเหลือพยานประมาณกว่า 100 ปาก สำหรับตนไม่หนักใจ เพราะทุกอย่างพยานต้องเบิกความไปตามความเป็นจริง มั่นใจในความสุจริต และพยานหลักฐานเชื่อว่าจะไม่มีปัญหา ส่วนกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯใช้วิธีการไต่สวนในศาลเดียวและได้ข้อยุติไม่มีการอุทธรณ์หรือฎีกานั้น เป็นประเด็นที่หลายฝ่ายพูดกันว่า ในศาลยุติธรรมและศาลปกครองคู่ความสามารถอุทธรณ์ ฎีกาได้ แต่ศาลนี้ไม่มี หากจะมีการแก้ไขก็ว่ากันไปตามระบบ ส่วนตัวแม้จะเป็นระบบไต่สวนศาลเดียวก็มั่นใจในความยุติธรรมและไม่ขัดข้องในระบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ส่วนกรณีที่ศาลนัดไต่สวนล่วงหน้ายาวไปถึงปี 60 ก็มีไม่มีปัญหา หากจะเดินทางไปต่างประเทศก็จะขออนุญาตศาล หากต้องไปจริงก็ต้องกลับมาเพราะลูกๆอยู่ที่นี่ แต่ขณะนี้ยังไม่มีโปรแกรมจะเดินทางไปต่างประเทศ
 
       ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ให้คำปรึกษาน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ขอเดินทางไปต่างประเทศหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ได้คุยกันบ้างเพราะเป็นพี่น้องกัน ถึงอย่างไรก็ต้องเคารพในดุลยพินิจของศาล ถ้าเรามีธุระต้องเดินทางก็ขออนุญาตศาล ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับศาลว่าจะอนุญาตหรือไม่
 
       เมื่อถามถึงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ นายสมชาย กล่าวเพียงว่า ไม่ได้ติดตามเหตุการณ์ ตอนนี้เขาห้ามคิดห้ามพูดไม่ใช่หรือ หากในอนาคตมีระเบียบ มีกฎ กติกาค่อยมาคิดกัน ตอนนี้คิดแค่ว่าอยู่อย่างไรให้มีความสุข สุขสบาย คนในครอบครัวไม่เดือดร้อนก็พอแล้ว ส่วนตัวคิดว่าตนเองทำงานมาเยอะแล้ว หลังจากนี้ขอช่วยเหลือพี่น้องพรรคพวกไปตามวิถีทางประชาธิปไตย