
สลด!ฟันหัวหนุ่มพม่าดับคาไซต์งานก่อสร้าง
16 ธ.ค. 2558
สลด! ฟันหัวหนุ่มพม่าดับคาไซต์งานก่อสร้างที่ปทุมฯ หลังตั้งวงดื่มสุรากับเพื่อน ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวผู้ต้องสงสัยสอบ
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 16 ธ.ค.58 ร.ต.ท.อรรถพล จรลี พนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งเหตุมีคนงานพม่าเสียชีวิตภายในไซต์งานก่อสร้างข้างโรงแรมแอปปี้อินทร์ ถนนเลียบคลองแฮนด์ 1-2 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.จิรวัฒน์ เปี่ยมปิ่นเศรษฐ สว.สส.สภ.คลองหลวง เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อคือ นายมิน สัญชาติพม่า อายุ 36 ปี สภาพศพสวมเสื้อยืดแขนสั้น สวมกางเกงยีน ที่ศีรษะด้านหลังถูกตีด้วยของมีคมเป็นแผลฉกรรจ์จนเห็นกะโหลก เลือดกระจายเต็มที่เกิดเหตุ ข้างศพพบปืนยิงปลาวางอยู่ และยังพบขวดเบียร์อยู่ใกล้กันอีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบปากคำนางมุดวี อายุ 50 ปี สัญชาติกัมพูชา ให้การว่า ตนเป็นคนงานก่อสร้างที่ไซต์งานนี้ ส่วนผู้ตายทำเป็นงานรับจ้างอยู่ซอยไอยรา 17 แต่มักจะมาดื่มสุรากับเพื่อนที่ไซต์งานนี้เป็นประจำ โดยเมื่อคืนเห็นผู้ตายมานั่งดื่มเบียร์กับเพื่อน 4-5 คน กระทั่งช่วงเช้าพบว่าผู้ตายเสียชีวิตแล้ว นอกจากนี้ ผู้ตายมักชอบพกเงินจำนวนมากเวลามาดื่มสุรา
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วคาดว่า คนร้ายน่าจะเป็นเพื่อนๆ ที่นั่งดื่มเบียร์ด้วยกัน และได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไปสอบสวนที่สภ.คลองหลวง ส่วนศพผู้เสียชีวิตได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูส่งนิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
อ่างทอง - สาวซิ่งเก๋งอัดท้ายรถพ่วง ดับ 2
เมื่อเวลา 03.30 น. ของวันที่ 16 ธันวาคม 2558 ร.ต.ท.อภิเชษฐ์จำปาทอง ร้อยเวร สภ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนเก๋งชนท้ายรถพ่วงมีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บสาหัสติดอยู่ภายในรถ เหตุเกิดบนถนนสายอ่างทอง-อยุธยา หน้าโรงงานไทยคาร์บอนแบล็ค หมู่ที่ 1 ต.โพสะ อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบยังแพทย์เวรโรงพยาบาลอ่างทอง และเจ้าหน้าที่สมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุบนถนนพบรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้าแจ๊ส สีแดง หมายเลขทะเบียน ศค-8605 กรุงเทพฯ พุ่งชนติดอยู่กับท้ายรถพ่วงยี่ห้อ SHACMAN สีขาว หมายเลขทะเบียนหัวลาก 70-7163 นครสวรรค์ ทะเบียนตัวพ่วง 70-4592 นครสวรรค์ ที่จอดอยู่ริมถนน โดยรถเก๋งพุ่งชนติดอยู่กับรถพ่วงในสภาพพังยับเยิน ในรถเก๋งมีผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายใน 1 ราย ที่บริเวณใบหน้ามีบาดแผลกระแทกเลือดไหลเต็มใบหน้า ขาทั้งสองข้างถูกอัดติดกับตัวรถอาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งช่วยเหลือออกมาแล้วนำตัวส่งโรงพยาบาลอ่างทองเป็นการด่วน ทราบชื่อต่อมาคือนางสุกัญญา พุ่มวัน อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่339/234 หมู่ 5 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
นอกจากนั้นยังมีร่างผู้เสียชีวิตที่บริเวณเบาะข้างคนขับอีก 1 ราย ตัวติดอยู่ในซากรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา ทราบชื่อคือนางสาวฐานิฎฐ์ แก้วกระแสสินธิ์ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่109/226 ซ.พหลโยธิน52 แยก36 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ และตรวจสอบภายในรถพบเอกสารแผ่นโบรชัวร์ขายรถอยู่เป็นจำนวนมาก ที่บริเวณหน้ารถพบบัตรพนักงานของนางสาวฐานิฎฐ์ ระบุเป็นที่ปรึกษาการขายของบริษัท มิตซู รีพับบลิค จำกัด ตกอยู่ โดยผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตนั้นเป็นแม่ลูกกัน
จากการสอบถามนายอนุสรณ์ ทะปัญญา อายุ 28 ปี ชาวสกลนคร ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ตนเป็นคนขับรถพ่วง ซึ่งก่อนเกิดเหตุตนได้อยู่บนรถพ่วงที่จอดอยู่ใกล้กัน ระหว่างที่นั่งรอยู่บนรถนั้นได้เห็นรถพ่วงคันเกิดเหตุนั้นจอดอยู่ริมถนนโดยมีรถน้ำมันจอดต่อท้ายอยู่ โดยไม่ได้เปิดไฟสัญญาณไว้ ต่อมารถน้ำมันที่จอดต่อท้ายได้ขับออกไป จากนั้นตนก็เห็นรถเก๋งคันเกิดเหตุขับมาจากอ่างทองโดยไม่ได้เปิดไฟหน้า จู่ ๆ ก็ขับพุ่งชนท้ายรถพ่วงอย่างจัง
ด้านนายสมจิตร ฉายพล อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 208 หมู่ 5 ต.บึงวิชัย อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ คนขับรถพ่วงคันเกิดเหตุ กล่าวว่า ตนขับรถพ่วงออกมาจากจังหวัดระยอง เพื่อจะมาขนผงคาร์บอนที่โรงงานไทยคาร์บอนแบล็ค ซึ่งขับมาถึงและจอดรออยู่ริมถนนหน้าโรงงาน ตั้งแต่เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ที่ผ่านมา ซึ่งตนจอดรถไว้เพื่อรอขนผงคาร์บอนในโรงงาน โดยระหว่างที่จอดรอตนไม่ได้เปิดสัญญาณไฟท้ายไว้ หลังจากจอดรถเสร็จตนก็ไปนอนรอที่บ้านพักภายในโรงงาน มารู้อีกทีก็ตอนที่มีคนไปเรียกว่ารถถูกชนท้ายดังกล่าว
ส่วน ร.ต.ท.อภิเชษฐ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบและสอบสวนในที่เกิดเหตุทราบว่ารถพ่วงนั้นมาจอดรอเพื่อขนผงคาร์บอนในโรงงานตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ที่ผ่านมา โดยระหว่างที่จอดรอไม่ได้เปิดสัญญาณไฟท้าย และไม่ได้มีการวางกรวยกั้น หรือแสดงสัญลักษณ์ให้เห็น ส่วนรถเก๋งคันที่ขับมาชนนั้น โดยสารกันมา 2 คน ซึ่งมีนางสุกัญญา ผู้เป็นแม่ เป็นคนขับ และน.ส.ฐานิฎฐ์ซึ่งเป็นลูกสาว นั่งมาข้าง ๆ เบื้องต้นทราบจากผู้เห็นเหตุการณ์ว่ารถเก๋งนั้นขับมาจากตัวเมืองอ่างทอง โดยไม่ได้เปิดไฟหน้ามา เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุก็พุ่งชนท้ายรถพ่วงอย่างจัง โดยตรวจสอบแล้วไม่พบรอยเบรกรถเลย เบื้องต้นเป็นไปได้ว่ารถเก๋งขับมาด้วยความเร็วมองไม่เห็นรถพ่วงที่จอดรออยู่ริมถนน ประกอบกับบริเวณดังกล่าวแสงสว่างไม่เพียงพอ จึงทำให้รถเก๋งพุ่งชนจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานบริเวณดังกล่าวมักมีรถพ่วงและรถบรรทุกขนาดใหญ่จอดรออยู่ที่ริมถนนหน้าโรงงานอยู่เป็นประจำและบางครั้งมีจอดอยู่เป็นจำนวนมาก บางวันก็มีการจอดซ้อนคันกัน และเมื่อจอดก็ไม่เปิดสัญญาณไฟไม่วางกรวยกั้น และไม่แสดงสัญลักษณ์ให้เห็น ประกอบกับมีแสงสว่างไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง ถึงแม้ว่าจะมีการร้องเรียนมาแล้วหลายครั้งแต่ก็ยังไม่มีการแก้ไขหรือปรับปรุงแต่อย่างใด
สมุทรปราการ - หนุ่มซิ่งรถตู้ชนท้ายพ่วงบรรทุกแผ่นปูนดับสยอง
เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 15 ธันวาคม ร.ต.ท.นครินทร์ จำปานิล ร้อยเวร สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ตู้ชนท้ายรถพ่วง มีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสและเสียชีวิตติดอยู่ภายในรถนั่งส่วนบุคคล ที่บริเวณสามแยกปู่เจ้าสมิงพราย ขาเข้าปากน้ำ ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมือง สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู และสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุพบรถพ่วง 22 ล้อ ยี่ห้อ ฮีโน่ สีขาว ทะเบียน หัวพ่วง 70-1475 พระนครศรีอยุธยา ห่างพ่วง 70-1628 พระนครศรีอยุธยา จอดอยู่กลางถนน ที่บริเวณท้ายรถข้างซ้ายมีรถยนต์ตู้ยี่ห้อ ฮุนได รุ่นเอช 1 สีดำ ทะเบียน ฮล 4983 กรุงเทพมหานคร ชนติดอยู่ด้านท้ายในสภาพด้านหน้าพังยับเยิน ภายในรถตู้คันดังกล่าวได้พบร่างของนายสิทธิพงศ์ คงสง อายุ 38 ปี พนักงานบริษัท ซึ่งเป็นคนขับถูกโครงเหล็กตัวถังรถอัดติดเสียชีวิตอยู่ภายในรถ ในสภาพคอหัก ด้านฝั่งคนนั่งข้างพบร่างของนายฉัตรชัย ฉัตรคู่ อายุ 38 ปี มีแผลฉีกขาดที่บริเวณหน้าผาก ศีรษะด้านหลังแตก และหมดสติ อาการสาหัส เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้นำเครื่องตัดถ่างมานำร่างนายฉัตรชัย ออกมาได้ก่อนรีบนำส่งโรงพยาบาลสมุทรปราการ
จากการสอบถามนายสุลักษณ์ กลั่นแฮม อายุ 48 ปี คนขับรถพ่วงคันดังกล่าว ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้บรรทุกแผ่นปูนประกอบผนังสะพานทางวิ่งรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายแบริ่ง-สมุทรปราการ มาจอดส่งบริเวณที่เกิดเหตุ โดยที่มีคนงานของบริษัท ช.การช่าง นำกรวยยางและป้ายสัญญาณไฟมาตั้งปิดท้ายรถเอาไว้ ในระหว่างที่คนงานใช้รถเครนลำเรียงยกแผ่นผนังปูนขึ้นบนสะพานทางวิ่งรถไฟฟ้า รถตู้คันดังกล่าวที่ขับมาด้วยความเร็วใกล้ถึงที่เกิดเหตุคาดว่าน่าจะไม่ทันมองว่ามีรถจอดอยู่กลางถนน จนกระทั้งเข้ามาใกล้จึงได้เห็นจึงหักหลบกะทันหันจนทำให้รถเสียหลักไปกระแทกกับเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างแรง ก่อนที่จะเสียหลักพุ่งเข้ามาชนป้ายสัญญาณไฟและท้ายรถพ่วงของตนอย่างแรงจนเสียงดังสนั่น และทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ตายน่าจะหลับในขณะขับรถมาด้วยความเร็ว แต่มารู้สึกตัวอีกทีก็ถึงที่เกิดเหตุแล้วจึงได้พยายามเบรกจนรถเสียหลักไปกระแทกเสาไฟฟ้าก่อนกระเด็นออกมาชนเข้ากับรถพ่วงเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



