
โดดเดี่ยว
ปลายสัปดาห์ที่แล้วกระแสข่าวการปลดพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นับว่าแรงสุดๆ
สะท้อนให้เห็นว่า ใครคือผู้กุมอำนาจตัวจริงในรัฐบาลนี้
ข่าวเริ่มสะพัดตั้งแต่ช่วงเช้าที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์แบบขีดเส้นตายว่า ขอดูรายงานแนวทางการแก้ไขปัญหาคดียิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่ว่าพล.ต.อ.พัชรวาท คือตัวปัญหาจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ซึ่งมอบให้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ท่าทีของนายกฯ คล้ายกับว่าต้องการจัดการกับอุปสรรค เพื่อให้คดีเดินหน้าต่อไปหลังจาก พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร. หัวหน้าพนักงานสอบสวน เข้ามารายงานเป็นระยะว่า "ชนตอ" จนคดีเกิดความล่าช้า
เพราะตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงวันนี้มีการออกหมายจับทหารชั้นประทวนกับตำรวจช่วยราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพียงแค่ 2 คน เหตุผลหนึ่งเพราะมี "ไส้ศึก" คอยสกัดตัดขาจนชุดสืบสวนของพล.ต.อ.ธานี เกิดสะดุดเป็นระยะ
การปลดผบ.ตร.ย่อมส่งแรงกระเพื่อมอย่างหนักต่อรัฐบาล เมื่อตัวละครในคดีเผยโฉม ทุกสายตาจะพุ่งเป้าไปที่บุคคลต้องสงสัยตามรายงานข่าวก่อนหน้านี้ว่า บิ๊กในรัฐบาลเข้าไปเกี่ยวข้อง
แต่จากท่าทีของนายสุเทพ ที่กางปีกปกป้องผบ.ตร.เต็มตัว ดูจะสวนทางกับนายกฯ อภิสิทธิ์ จนวิจารณ์กันแซดว่า นี่คือผู้กุมอำนาจตัวจริงและไม่มีวันให้เกิดรอยร้าวกับกองทัพ
ก่อนหน้านี้มีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า ชุดคลี่คลายคดีสนธิ ได้ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 6 คน มีทั้งนายทหารยศ พ.ท. ลงไปถึงชั้นประทวน แต่ได้รับการปฏิเสธ เมื่อเห็นตำรวจยิ่งรุกหนัก จึงพยายามตัดตอนในทุกส่วน ก่อนที่จะสาวไปถึงตัว "ผู้บงการ" ใหญ่
ยังมีการส่งสัญญาณจากกองทัพไปเข้าหูท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ ในเชิงไม่สบายใจหากมีการปลดพล.ต.อ.พัชรวาท น้องชายแท้ๆ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
เสียงคำรามที่ลอยมาช่วงบ่ายแก่ๆ วันนั้นเอง ทุกอย่างก็จบ นายกฯ อภิสิทธิ์ พอถูกนักข่าวจี้ถามต้องรีบปฏิเสธดับกระแสทันที
ดูเหมือนคดี "สนธิ" กำลังถึงจุดตีบตันอีกครั้ง เพราะแม้แต่นายกรัฐมนตรียังต้านแรงกดดันไม่ไหว
เอวัง...นายกฯ ผู้โดดเดี่ยว !!



