
เส้นทาง "นายกฯ อภิสิทธิ์"
ในขณะที่ 61 วัดทั่วประเทศไทยจัดงาน "แซยิด" ให้ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมี "ส.ส.และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ" (นปช.) เป็น "หัวเรือใหญ่" ในการจัดงาน
และสามารถชิงพื้นที่สื่อทุกแขนงในการนำเสนอข่าวดังกล่าวได้ตามคาด
เพราะทั้งสื่อทีวี-วิทยุและเว็บไซต์ต่างๆ พากันวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการจัดงาน "แซยิด" ให้ "ทักษิณ" และในวันรุ่งขึ้นข่าวนี้ต้องตีพิมพ์อยู่หน้าหนึ่งของสื่อสิ่งพิมพ์อย่างแน่นอน
หากมองในแง่ของ "การตลาด" ถือว่าประสบความสำเร็จเกินเป้าหมาย แม้ในบางพื้นที่จะมีประชาชนมาร่วมในพิธีไม่ถึง 50 คนก็ตาม
แม้ว่า "รัฐบาล" โดยเฉพาะ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี พยายามที่จะไม่พูดถึงการจัดงาน "แซยิด" ให้ "ทักษิณ" จะด้วยสาเหตุเพราะไม่อยากให้ความสำคัญหรือไม่อยากให้ชิงพื้นที่สื่อในการเป็นข่าวก็ตาม
แต่ก็ยังไม่วายเอ่ยถึงในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" เมื่อถูกถามว่าจะอวยพรให้ "ทักษิณ" หรือไม่ว่า "คงจะไม่มีอะไร การฉลองจัดงานวันเกิดถือว่าเป็นเรื่องปกติ ซึ่งท่านคงจะเหมือนคนอื่น ที่อยากจะมีความสุข หากสามารถสื่อสารถึงพ.ต.ท.ทักษิณได้ ก็อยากจะบอกว่า ถ้าหากท่านดวงตาเห็นธรรม ก็คงจะมีความสุขมากขึ้น"
หากเป็นคำพูดที่ออกมาจากใจถือว่า "นายกฯ อภิสิทธิ์" เป็น "สุภาพบุรุษ"
เพราะอย่าลืมว่าขณะนี้ "นายกฯ อภิสิทธิ์" กำลังถูกจับตาจากทุกฝ่ายหลังจากเข้ามาบริหารประเทศในฐานะ "นายกรัฐมนตรี" การทำงานต้องถูกยกขึ้นมาเปรียบเทียบกับ "ทักษิณ" สมัยเป็น "นายกรัฐมนตรี" อย่างแน่นอน
นาทีนี้ต้องถือว่า "นายกฯ อภิสิทธิ์" ได้เปรียบ "ทักษิณ" ในแง่ของ "ความสด" ประวัติส่วนตัวไม่ด่างพร้อย
ดังนั้นจึงปลอดภัยเรื่องข้อกล่าวหาการทำหน้าที่ที่เอื้อประโยชน์ให้ "ตัวเองและครอบครัว"
ขณะที่จุดเริ่มต้นของ "ทักษิณ" มาจาก "นักธุรกิจ" เจ้าของวลี "รวยแล้วไม่โกง"
หากจะเปรียบเทียบเรื่องที่มาของตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" ของทั้งสองคนเสียงวิจารณ์ก็คงไม่ต่างกัน
โดยเฉพาะที่ถูกมองว่า "ไม่สง่างาม" !
เริ่มที่ "ทักษิณ" หากย้อนไปดูประวัติของก่อนที่จะมาเป็น "นายกรัฐมนตรี" สมัยแรกต้องแลกกับคดี "ซุกหุ้น" ที่ถูกหยิบยกมาพูดจนถึงทุกวันนี้
ขณะที่ "นายกฯ อภิสิทธิ์" เข้ามาเล่นการเมืองโดยตรงไม่ได้ทำธุรกิจ
ดังนั้นเก้าอี้ "นายกรัฐมนตรี" ของทั้งสองคนถูกวิจารณ์ว่าเบื้องหลังมี "คนอุ้ม" จึงทำให้ได้นั่งเก้าอี้ตัวนี้สมใจ
แต่วิถีชีวิตของ "คนอุ้ม" ของแต่ละฝ่ายทุกวันนี้ถูกมองคนละแง่
ขณะที่การบริหารงานของ "ทักษิณ" ก็ต้องยอมรับเรื่องความเป็น "นักธุรกิจ" กล้าได้กล้าเสีย กล้าตัดสินใจ นำความคิดใหม่ๆ มาใช้ในการบริหารบ้านเมือง
และสิ่งที่ถูกใจ "ชาวบ้าน" มากที่สุดถือเป็น "รัฐบาลแรก" ที่สามารถทำให้ชาวบ้านจับต้อง "เงิน" ได้
จึงไม่น่าแปลกใจที่ "ทักษิณ" จะเป็น "ขวัญใจ" ของชาวบ้านและเป็นรัฐบาลที่ชาวบ้านชื่นชอบ
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ "รัฐบาลทักษิณ" ในสมัยแรกจะอยู่ครบ 4 ปี และการเลือกตั้งครั้งต่อมาจะได้รับคะแนนเสียงที่ท่วมท้นจนสามารถจัดตั้งรัฐบาลเพียงพรรคไม่ต้องดึงพรรคอื่นมาร่วมรัฐบาล
การบริหารงานจึงเบ็ดเสร็จทุกเรื่อง!
จึงเป็นที่มาของ "ทักษิณ" ในวันนี้
สำหรับ "นายกฯ อภิสิทธิ์" ในวันนี้ถือว่าเพิ่งเริ่มต้น
ส่วนการบริหารงานจะพบจุดจบเช่นเดียวกับ "ทักษิณ" หรือไม่
เวลาและผลงานจะเป็นเครื่องพิสูจน์!
สมถวิล เทพสวัสดิ์



