
ชิงคลื่น900ยังเดือดรอบ90เท่าแซงคลื่น1800
16 ธ.ค. 2558
ชิงดำคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ วันที่สองยังเดือด ยืดเยื้อ 36 ชั่วโมง เคาะรอบ 90 มูลค่ารวมถึง 8.5 หมื่นล้านทำลายสถิติการประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์
การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ระบบ 4จี ได้เข้าสู่วันที่สอง เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2558 ซึ่งเริ่มขึ้นอีกครั้งในเวลา 09.00 น. โดยการแข่งขันเสนอราคาประมูลคลื่นความถี่ทั้ง 2 ชุด หรือ 2 ใบอนุญาตยังคงมีต่อเนื่อง และเมื่อเวลา 17.40 น. การประมูลดำเนินมาแล้วถึงรอบที่ 80 ราคาแข่งขันขยับขึ้นไปที่ชุดละ 40,234 ล้านบาท รวมมูลค่า 80,468 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่ใกล้เคียงกับราคาประมูลคลื่นย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่ยุติการประมูลในรอบ 86 เวลา 19.05 น.ของวันที่ 12 พฤศจิกายน 2558 รวมราคาประมูล 80,778 ล้านบาท จากนั้น การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ได้แซงหน้าการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ ทั้งมูลค่าประมูลคลื่น และระยะเวลาการประมูลที่กินเวลายาวนานกว่า จนถึงเวลา 21.00 น. ที่เป็นช่วงการพักการประมูลอีกครั้ง ทำให้การประมูลดำเนินมาถึงรอบที่ 90 รวมระยะเวลาการประมูล 36 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาการเคาะราคาประมูล 30 ชั่วโมง และเวลาพักการประมูล 2 ครั้ง 6 ชั่วโมง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.00 น. จบการเคาะราคาในรอบที่ 84 ปรากฏว่าไม่มีการเคาะราคาประมูลสำหรับคลื่นชุดที่ 1 ราคาคงอยู่ที่ 41,200 ล้านบาท แต่ชุดที่ 2 ยังคงมีการแข่งขันเคาะราคากัน 2 ราย ราคาขยับไปที่ 41,522 ล้านบาท เป็นราคาที่ต่างกันระหว่าง 2 ชุดคลื่นความถี่เป็นครั้งแรก รวมทั้งมีการคาดการณ์ว่าอาจจะมีผู้ประมูลบางรายหยุดการประมูลไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน
ส่วนการประมูลรอบที่ 90 มีการเคาะราคาประมูลในทั้ง 2 ใบอนุญาตอย่างละ 1 ราย ส่งผลให้ชุดที่ 1 ราคาขยับขึ้นไปที่ 41,844 ล้านบาท ชุดที่ 2 มูลค่า 43,454 ล้านบาท ยอดรวมประมูลที่ 85,298 ล้านบาท
พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ผ่านมาแล้ว 36 ชั่วโมงซึ่งขณะนี้ไม่สามารถประเมินได้ว่าจะมีผู้เข้าร่วมประมูลรายใดหายไปหรือไม่ เพราะยังมีโอกาสที่จะเข้าสู่การประมูลได้อีก กว่าจะทราบได้ต่อเมื่อสรุปผลการประมูลแล้ว อย่างไรก็ตาม การประมูลรอบที่ 90 ราคาประมูลชุดที่ 1 ขึ้นสูงจากราคาตั้งต้นไปแล้ว 260% ส่วนชุดที่ 2 ราคาขึ้นสูงจากราคาขั้นต้นแล้ว 270% และได้นำเงินเข้ารัฐล่าสุดเป็นตัวเลข 85,298 ล้านบาท
พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. ในฐานะประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม (ประธาน กทค.) กล่าวว่า การแข่งขันเสนอราคาประมูลคลื่น 900 ที่มีมาต่อเนื่องเข้าสู่วันที่สอง ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่ กทค.ได้ปรับเงื่อนไขการชำระเงินที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมประมูลมีกระแสเงินสดเพียงพอที่จะเสนอราคาแข่งขันต่อได้ อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขการชำระเงินค่าประมูลคลื่นความถี่ 900 แตกต่างจากเงื่อนไขการชำระเงินค่าประมูลคลื่น 1800 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสมยอมราคาจากการเปิดเผยวงเงินประมูลของผู้เข้าร่วมการประมูลในตอนที่ไปกู้เงินจากสถาบันการเงินเพื่อนำมาประมูล
สำหรับเงื่อนไขการชำระเงินค่าประมูลคลื่น 900 นั้นคือ งวดแรก ชำระ 8,040 ล้านบาท หรือ 50% ของมูลค่าคลื่นความถี่ที่ 16,080 ล้านบาท ภายใน 90 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งเป็นผู้ชนะการประมูล งวดที่สองชำระ 4,020 ล้านบาท หรือ 25% ภายใน 15 วันเมื่อครบกำหนด 2 ปี นับแต่วันได้รับใบอนุญาต งวดที่สามชำระ 4,020 ล้านบาท หรืออีก 25% ภายใน 15 วันเมื่อครบปีที่ 3 และงวดที่สี่ ชำระเงินส่วนที่เหลือทั้งหมดภายใน 15 วัน เมื่อครบกำหนดปีที่ 4 ขณะที่เงื่อนไขการชำระเงินค่าประมูลคลื่น 1800 กำหนดให้ชำระเงิน 50% ของราคาประมูลสูงสุด ภายใน 90 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งเป็นผู้ชนะการประมูล จากนั้น ชำระ 25% ของราคาประมูลสูงสุด ภายใน 15 วัน เมื่อครบกำหนด 2 ปี นับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต และชำระอีก 25% ของมูลค่าประมูลสูงสุด ภายใน 15 วัน ในปีที่ 3 นับแต่วันที่ที่ได้รับใบอนุญาต
นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช. กล่าวว่า ขณะนี้การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ได้เข้าสู่วันที่สอง ผู้เข้าร่วมประมูลทั้ง 4 รายยังคงแข่งสู้ราคากันอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความต้องการใช้คลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งไม่มีผู้เข้าร่วมประมูลรายใดยอมให้กัน เห็นได้จากกราฟแสดงราคาวิ่งขึ้นเป็นเส้นตรงต่อเนื่อง หากเทียบระดับราคาในช่วง 06.00 น. ของวันที่ 16 ธันวาคม 2558 ซึ่งถึงรอบที่ 54 เทียบกับการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ ต้องประมูลถึง 80 กว่ารอบถึงจะได้ระดับราคาเดียวกัน สะท้อนว่าผู้เข้าร่วมประมูลมีเจตนาจะเข้าร่วมประมูล และทำให้การประมูลยุติโดยเร็ว ซึ่งการประมูลที่ผ่านมา 1 วัน ผู้เข้าร่วมประมูลใช้สิทธิไม่เสนอราคา เพียงแค่ 2 ครั้งเท่านั้น
“ประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องของราคาการประมูลครั้งนี้ เนื่องจากยังเป็นราคาที่ไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบกับการประมูลคลื่นความถี่ย่านเดียวกันในประเทศอื่น” นายประวิทย์ กล่าว
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า จนถึงช่วงเช้าของวันที่ 16 ธันวาคม 2558 ราคาประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ได้สูงกว่าราคาประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ ไปแล้ว และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กสทช.ขอยืนยันว่าจะคุ้มครองทั้งประโยชน์ของรัฐ และผลประโยชน์ของประชาชน จึงมั่นใจได้ว่า บริการโทรคมนาคมจากคลื่นที่ประมูลไปนี้ราคาจะต้องถูกลงกว่า 3 จี ในปัจจุบัน นอกจากนี้ กรณีที่การประมูลยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงได้ ทาง กสทช. จะเตรียมการสำหรับการประมูลที่อาจจะมีต่อไปในวันที่สี่ หลังจากได้เตรียมการประมูลไว้เป็นระยะ 3 วันเท่านั้น
จากผลการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งแบ่งการประมูลออกเป็น 2 ชุดคลื่นความถี่ หรือ 2 ใบอนุญาต ชุดละ 15 เมกะเฮิรตซ์ อายุ 18 ปี มีผู้ชนะการประมูล 2 รายคือ บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด เป็นผู้ชนะในชุดที่ 1 ราคาสุดท้ายที่เสนอ 39,792 ล้านบาท และบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูลชุดที่ 2 ราคาสุดท้ายที่เสนอ 40,986 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่า 80,778 ล้านบาท หากคิดราคาเฉลี่ยต่อ 1 คลื่นความถี่ หรือ 1 เมกะเฮิรตซ์ สำหรับความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ จะอยู่ความถี่ละ 2,692.6 ล้านบาท เมื่อเทียบกับราคาแข่งขันประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ จะพบว่าราคาต่อคลื่นจะสูงกว่าย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ โดยการประมูลในรอบที่ 60 ซึ่งรวม 2 ชุดในช่วงเวลา 11.00 น. ของวันที่ 16 ธันวาคม 2558 ราคาประมูล 67,588 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยต่อคลื่นจะอยู่ที่ 3,379 ล้านบาทต่อคลื่น
ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช.ได้ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการประมูลโดยกำหนดช่วงเวลาเป็นรอบๆ เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. ของวันที่ 15 ธันวาคม 2558 จนถึงเวลา 18.00 น. ซึ่งเป็นช่วงแรก จากนั้นพักการประมูลไป 3 ชั่วโมง และเริ่มต้นการประมูลอีกช่วงในเวลา 24.00-06.00 น.ของวันที่ 16 ธันวาคม 2558 และพักอีก 3 ชั่วโมง ขณะที่การประมูลในช่วงที่ 3 ระหว่างเวลา 09.00-18.00 น. หากการประมูลยังไม่เสร็จสิ้นก็จะวนไปในลักษณะนี้ต่อเนื่อง โดยผู้เข้าร่วมประมูลที่เข้าห้องประมูลไม่สามารถออกจากห้องประมูลได้



