ข่าว

‘ในหลวง’ทรงถวายพระเกียรติยศพระสังฆราชเพิ่ม

‘ในหลวง’ทรงถวายพระเกียรติยศพระสังฆราชเพิ่ม

15 ธ.ค. 2558

‘ในหลวง’พระราชทานฉัตรตาดเหลือง5ชั้นกั้นพระโกศถวายเป็นเครื่องเพิ่มเติมพระเกียรติยศพระสังฆราช โปรดเกล้าฯให้พระบรมฯเสด็จฯแทนพระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ

            เมื่อเวลา 16.35 น. วันที่ 15 ธันวาคม 2558 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทานในการออกพระเมรุ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน) ณ ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร ในการนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยเสด็จด้วย

            เมื่อเวลา 16.10 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ถึง พร้อมเฝ้าฯ รับเสด็จ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จากนั้นเจ้าพนักงานอ่านพระบรมราชโองการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยทรงพระอนุสรณ์ถึงสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน) เจริญพระชนมายุ 100 ปี พรรษา 86 ซึ่งสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พุทธศักราช 2556 มีพระคุณูปการเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเป็นพระอภิบาลถวายโอวาทานุศาสน์ในระหว่างทรงพระผนวช ทรงเป็นพระมหาเถระที่ทรงพระราชศรัทธานับถือยกย่องอย่างสูง ในฐานะครุฎฐานียบุคคล เมื่อสิ้นพระชนม์ทรงพระกรุณาโปรดถวายพระโกศกุดั่นใหญ่ทรงพระศพ แทนพระโกศกุดั่นน้อยแทน เพื่อเพิ่มพูนพระเกียรติยศ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประดิษฐานภายใต้เศวตฉัตร 3 ชั้น แวดล้อมด้วยเครื่องประกอบพระเกียรติยศ ณ ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร และได้ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายมาเป็นลำดับ อีกทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หล่อพระรูปสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ไว้เป็นที่สักการบูชาประดิษฐาน ณ วัดบวรนิเวศวิหาร สืบไปชั่วกาลนาน

            บัดนี้ถึงเวลาการพระราชทานเพลิงพระศพอันเป็นปัจฉิมวาระแห่งการบำเพ็ญพระราชกุศล ทรงพระราชดำริว่า สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นที่เคารพเลื่อมใสอย่างยิ่งของพสกนิกรทุกหมู่เหล่ามาตลอดพระชนม์ชีพ ด้วยทรงมั่นในพระวินัย เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมและพระขันติธรรมอันสูงส่งทั้งได้ทรงดำรงตำแห่งสกลมหาสังฆปริณายก เป็นประธานในพุทธจักรสยามรัฐสีมายาวนานถึง 25 ปี ทรงทำนุบำรุงพระบวรพุทธศาสนา เป็นหิตานุหิตประโยชน์แด่พุทธจักรและอาณาจักรอย่างไพศาล ควรได้รับพระเกียรติยศเพิ่มขึ้นเป็นกรณีพิเศษ จึงทรงพระกรุณาโปรดถวายพระโกศทองน้อยทรงพระศพ โดยอนุโลมตามโบราณราชประเพณี จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เจ้าพนักงานจัดฉัตรตาดเหลือง 5 ชั้นกางกั้นพระโกศถวายเป็นเครื่องเพิ่มเติมพระเกียรติยศให้สืบไป ประกาศ ณ วันที่ 14 ธันวาคม 2558

            สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสักการะพระศพ ทรงกราบ เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ทรงกราบ เสด็จฯ ไปทรงประเคนพัดที่ระลึกงานพระเมรุแด่สมเด็จพระราชาคณะ ที่จะถวายพระธรรมเทศนา จากนั้่นเสด็จฯ ไปที่หน้าพระราชอาสน์ ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์ พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปปักที่ธรรมาสน์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม (สมเด็จพระราชาคณะที่จะถวายเทศน์ ขึ้นนั่งบนธรรมาสน์) ทรงศีล (สมเด็จพระราชาคณะถวายศีล จบ) สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศพระศพสำหรับพระศพทรงธรรม ประทับพระเก้าอี้ที่เดิม สมเด็จพระราชาคณะ ถวายพระธรรมเทศนา จบลงมานั่งยังอาสนสงฆ์

            สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าพระสวดธรรมคาถา ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ทรงทอดผ้าไตรถวายพระที่ถวายพระธรรมเทศนาและพระสวดธรรมคาถา จากนั้นทรงหลั่งทักษิโณทก ทรงประเคนพัดรองที่ระลึกงานพระเมรุแด่พระสงฆ์สวดมาติกา ทรงทอดผ้าไตร ทรงหลั่งทักษิโณทก

            จากนั้นเสด็จฯ ไปทรงประเคนพัดรองที่ระลึกงานพระเมรุแด่บรรพชิตจีน ทรงทอดผ้าไตร ทรงหลั่งทักษิโณทก ทรงประเคนพัดรองที่ระลึกงานพระเมรุแด่บรรพชิตญวน ทรงทอดผ้าไตร จบแล้วทรงกราบพระพุทธรูปที่หน้าเครื่องนมัสการ เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าพระโกศพระศพ ถวายความเคารพพระราชอาสน์ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าเตียงพระสวดพระอภิธรรม เสด็จฯ ออกจากตำหนักเพ็ชร ประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับ

‘ในหลวง’ทรงถวายพระเกียรติยศพระสังฆราชเพิ่ม

 

‘ในหลวง’ทรงถวายพระเกียรติยศพระสังฆราชเพิ่ม

‘ในหลวง’ทรงถวายพระเกียรติยศพระสังฆราชเพิ่ม

ประชาชนหลั่งไหลกราบพระศพ

            บรรยากาศภายในวัดบวรนิเวศวิหาร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีความคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า พุทธศาสนิกชนจำนวนมากหลั่งไหลมาถวายสักกระพระโกศพระศพโดยรอบพระตำหนักเพ็ชร และพระอุโบสถ ตลอดทั้งวัน โดยมีโรงทานถวายพระสังฆราชรอบๆ บริเวณวัดคอยบริการอาหารและน้ำดื่มไม่ขาด ด้านในมีการให้เช่าและจองพระรูปเหมือนสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก รวมถึงเข็มกลัด และหนังสือชีวประวัติ คำสอนของพระองค์ท่าน เพื่อนำรายได้เข้ามูลนิธิสมเด็จพระสังฆราช เพื่อนำปัจจัยทำประโยชน์ให้แก่ทางโลกและทางธรรมต่อไป

‘ในหลวง’ทรงถวายพระเกียรติยศพระสังฆราชเพิ่ม

            ในช่วงเวลาประมาณ 15.30 น. เจ้าหน้าที่ได้นำโปสเตอร์ 100 พระชันษา สมเด็จพระสังฆราช จัดพิมพ์โดยชมรมพุทธกัลยาณ มาแจกจ่ายแก่ประชาชนที่มาร่วมพิธี ภายในเป็นพระรูปสมเด็จพระสังฆราช 19 พระองค์ พื้นภาพสีดำ พิมพ์อักษรและลวดลายด้วยสีทองอร่ามงดงาม

‘ในหลวง’ทรงถวายพระเกียรติยศพระสังฆราชเพิ่ม

            นางพิง แก้วสุวรรณ อายุ 74 ปี เดินทางด้วยรถไฟฟรีมาจาก จ.อุบลราชธานี กับญาติ ตั้งใจมาถวายสักกระและส่งเสด็จ โดยเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ และมานั่งรอร่วมพิธีที่ศาลาหน้าพระตำหนักตั้งแต่เที่ยงตรง และตั้งใจจะค้างคืนต่อเพื่ออยู่ร่วมพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพในวันรุ่งขึ้น โดยคุณยายพิงเล่าให้ฟังว่า รู้สึกศรัทธาในสมเด็จพระสังฆราชมาก ด้วยพระองค์มีบุญบารมี ครองในธรรมจนถึงบั้นปลายชีวิต ทรงสติปัญญาที่เฉียบแหลม เป็นที่ทรงศรัทธาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงควรแก่การนำคำสอนของพระองค์ไปน้อมนำทำความดี

‘ในหลวง’ทรงถวายพระเกียรติยศพระสังฆราชเพิ่ม

            ด้านนางบุญธรรม วัจริต อายุ 64 ปี ที่เดินทางมาจากสวิตเซอร์แลนด์ บอกว่า ตั้งใจมาร่วมงานจนถึงวันอาทิตย์ เป็นคนขอนแก่น แต่ไปทำงานอยู่สวิตเซอร์แลนด์หลายสิบปี พอทราบข่าวว่าพระสังฆราชสิ้นพระชนม์ก็อยากเดินทางกลับมาร่วมพิธี เพราะเมื่อก่อนอยู่ต่างประเทศโดยตลอดไม่มีโอกาสมาถวายสักการะพระองค์ท่านเลย โดยครั้งนี้รีบกลับไปรับเหลนสาวจากขอนแก่นวัย 6 ขวบ มาร่วมงานด้วย จะได้มาเห็นงานพระราชพิธีสำคัญด้วยกัน ส่วนตัวศรัทธาในพระองค์ท่านมาก รู้สึกว่าคำสอนท่านเข้าถึงง่าย เข้าใจง่าย และลึกซึ้ง โดยชอบเอาหนังสือคำสอนของพระองค์ท่านมาอ่านบ่อยๆ สอนให้เรามีสติ เอาใจตัวเองเป็นประธาน ให้เราคงชีวิตประจำวันด้วยธรรม ทุกวันนี้เกษียณตัวเองแล้วก็หมั่นวิปัสสนา ฟังธรรมจากพระองคท่านให้ใจสงบสุขในบั้นปลาย

‘ในหลวง’ทรงถวายพระเกียรติยศพระสังฆราชเพิ่ม

‘ในหลวง’ทรงถวายพระเกียรติยศพระสังฆราชเพิ่ม


ซ้อมเชิญพานดอกไม้จันทน์

            เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวภายหลังเป็นประธานซักซ้อมการเชิญพานดอกไม้จันทน์เข้าสู่พระเมรุ และการซักซ้อมลำดับขั้นตอนพิธีการถวายดอกไม้จันทน์ ที่วัดเทพศิรินทราวาส ว่า การซักซ้อมในวันนี้เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนจะมีพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งขั้นตอนของการเชิญพานดอกไม้จันทน์เป็นขั้นตอนหลังจากที่ประชาชนถวายดอกไม้จันทน์ที่บริเวณซุ้มถวายดอกไม้จันทน์บริเวณข้างพระอุโบสถวัดเทพศิรินทราวาสแล้ว โดยภายหลังจากที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินขึ้นบนพระเมรุพระราชทานเพลิงพระศพ ในเวลา 16.30 น. และเสด็จพระราชดำเนินกลับแล้ว

            นายจักกพันธุ์ กล่าวว่า จากนั้นในเวลา 17.30 น. คณะผู้เชิญพานดอกไม้จันทน์ของภาคประชาชน ซึ่งประกอบด้วย กองลูกเสือเกียรติยศจากสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร 10 คน ประกอบด้วย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภา กทม. ฯลฯ ผู้แทนประชาชน 15 คน จากเขตสัมพันธวงศ์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และเขตดุสิต จะเชิญพานดอกไม้จันทน์ที่ประชาชนเข้าถวายตามซุ้มรับดอกไม้จันทน์ ที่วัดบวรนิเวศวิหารและวัดเทพศิรินทราวาส (ส่วนหนึ่ง) ถวายแด่พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 5 รูป เพื่อส่งมอบให้เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังดำเนินการต่อไป

            นายจักกพันธุ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของ 46 วัด ใน 46 เขตของกรุงเทพฯยกเว้นสำนักงานเขตที่มีพื้นที่ใกล้คียงกับบริเวณวัดบวรนิเวศวิหารและวัดเทพศิรินทราวาส ได้แก่ สำนักงานเขตพระนคร สำนักงานเขตดุสิต สำนักงานเขตป้อมปราบฯ และสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ จะจัดกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การแสดงพระธรรมเทศนา การบำเพ็ญกุศล การแสดงนิทรรศการพระประวัติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และการแสดงมหรสพ พร้อมทั้งเตรียมดอกไม้จันทน์วัดละ 10,000 ดอก สำหรับแจกให้ประชาชนที่จะมาร่วมพิธี ซึ่งจะเริ่มให้ประชาชนเข้าถวายดอกไม้จันทน์หลังจากที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ขึ้นบนพระเมรุวัดเทพศิรินทราวาส พระราชทานเพลิงแล้ว ในเวลา 16.30 น. และในเวลา 20.00 น. ซึ่งเป็นเวลาพระราชทานเพลิงจริง ผู้อำนวยการเขต ประธานในพิธีจะนำข้าราชการ พ่อค้า และประชาชน นำดอกไม้จันทน์เข้าเผาในเมรุของวัด

            “พิธีถวายดอกไม้จันทน์ ที่ซุ้มรับดอกไม้จันทน์บริเวณวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดเทพศิรินทราวาส จะแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรก ระหว่างเวลา 12.30 -15.30 น. และช่วงที่ 2 ระหว่างเวลา 18.00-19.00 น. ทั้งนี้ ประชาชนที่เดินทางมาร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์จะได้รับของที่ระลึก ประกอบด้วย ที่คั่นหนังสือ แผ่นพับ และหนังสือพระสังฆราชาฯ”


ปิดถนน 29 สาย

            นายจักกพันธุ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับวัดในพื้นที่ 46 เขต ที่กทม.ได้พิจารณาคัดเลือกให้มีพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ได้แก่ วัดคลองเตยใน วัดพิชยญาติการามวรวิหาร วัดพระยาสุเรนทร์ วัดราษฎร์ศรัทธาธรรม(บางชัน) วัดเสมียนนารี วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร วัดดอนเมือง วัดพรหมวงศาราม วัดรัชฎาธิษฐานราชวรวิหาร วัดปุรณาวาส วัดทุ่งครุ วัดเวฬุราชิณ วัดเจ้าอาม วัดอรุณราชวราราม วัดเทพลีลา วัดสะแกงาม วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดราชสิงขร วัดราษฎร์บำรุง (งามศิริวิทยาคาร) วัดมัชฌันติการาม วัดบางนาใน วัดนินสุขาราม วัดอาวุธวิกสิตาราม วัดหัวลำโพง วัดนวลจันทร์ วัดปทุมวนาราม วัดทุ่งเศรษฐี วัดไผ่ตัน วัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร วัดปากน้ำภาษีเจริญ วัดบำเพ็ญเหนือ วัดปริวาสราชสงคราม วัดดิสหงษาราม วัดราษฎร์บูรณะ วัดลานบุญ วัดสาครสุ่นประชาสรรค์ วัดบึงทองหลาง วัดธาตุทอง วัดยาง วัดลาดบัวขาว (ราชโยธา) วัดยานนาวา วัดอยู่ดีบำรุงธรรม (ออเงิน) วัดอุดมรังสี วัดหนองจอก วัดหลักสี่ และวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก

            ขณะที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ประกาศปิดการจราจรในเขต กทม.ชั่วคราว ห้ามรถทุกชนิดเดิน หยุดหรือจอดรถในการจัดงานพระศพฯ ในวันที่ 16 ธันวาคม ตั้งแต่เวลา 06.00-12.00 น. จำนวน 24 เส้นทาง 1.บริเวณโดยรอบวัดบวรฯ จุดเริ่มขบวนพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ถนนพระเมรุตลอดสาย ตั้งแต่แยกบางลำพู ถึงแยกสิบสามห้าง ถนนสิบสามห้างตลอดสาย ถนนบวรนิเวศ ตลอดสาย ถนนบ้านพานถม ตลอดสาย ถนนดินสอ ตั้งแต่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถึงถนนพระสุเมรุ

            2.เส้นทางพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ถนนพระสุเมรุตลอดสาย ตั้งแต่จุดตัดถนนสิบสามห้าง ถึงแยกป้อมพระกาฬ ถนนราชดำเนินกลาง ตั้งแต่แยกป้อมมหากาฬ ถึงแยกผ่านฟ้า ถนนหลานหลวง ตั้งแต่แยกผ่านฟ้า ถึงแยกสะพานขาว ถนนกรุงเกษมตั้งแต่แยกสะพานขาว ถึงแยกนพวงศ์ ถนนหลวงตั้งแต่แยกนพวงศ์ ถึงห้าแยกพลับพลาไชย

            3.ถนนที่เชื่อมต่อเส้นทางพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ประกอบด้วย ถนนประชาธิปไตย ตั้งแยกวิสุทธิกษัตริย์ ถึงสะพานเฉลิมวันชาติ ถนนราชดำเนินกลาง ตั้งแต่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถึงแยกผ่านฟ้า ถนนมหาไชย ตั้งแต่แยกสำราญราษฎร์ ถึงแยกสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ถนนราชดำเนินนอก ตั้งแต่แยก จปร.ถึงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ถนนนครสวรรค์ ตั้งแต่แยกจักรพรรดิพงษ์ ถึงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ถนนจักรพรรดิพงษ์ ตั้งแต่แยกจักรพรรดิพงษ์ ถึงจุดตัดถนนพระราม 4 ถนนพะเนียง ตลอดสาย ถนนกรุงเกษม ตั้งแต่แยกเทวกรรม ถึงแยกสะพานขาว ถนนหลานหลวงตั้งแต่แยกยมราช ถึงสะพานขาว ถนนอนันตนาคตลอดสาย ถนนพญามหาอำมาตย์ตลอดสาย ถนนบำรุงเมือง ตั้งแต่แยกแม้นศรี ถึงแยกกษัตริย์ศึก ถนนพระราม 1 ตั้งแต่แยกกษัติรย์ศึก ถึงแยกพงษ์พระราม ถนนยศเส ตลอดสาย

            และตั้งแต่เวลา 14.00-22.00 น. อีก 5 เส้นทางดังนี้ ถนนพลับพลาไชย ตั้งแต่จุดตัดถนนมังกร ถึงถนนกรุงเกษม ถนนพลับพลาไชย ตั้งแต่แยกถนนมังกร ถึงถนนบำรุงเมือง (แยกอนามัย) ถนนหลวงตั้งแต่แยกวรจักร ถึงแยกนพวงศ์ ถนนกรุงเกษม ตั้งแต่แยกหัวลำโพง ถึงแยกนพวงศ์ ถนนมิตรสัมพันธ์ ตั้งแต่แยกจุดตัดมังกร ถึงถนนหลวง


วัดทั่วไทยพร้อมพิธีวางดอกไม้จันทน์

            จ.เชียงใหม่ ที่บริเวณลานพระเจดีย์หลวง วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร พระอารามหลวง ได้จัดเตรียมความพร้อมรองรับเจ้านายฝ่ายเหนือ ข้าราชการ และประชาชนทั่วไปไว้กว่า 3,000 ที่นั่ง ที่จะเข้าร่วมในพิธีถวายดอกไม้จันทน์ เสร็จเรียบร้อยแล้ว

            จ.พิจิตร ที่วัดท่าหลวง พระอารามหลวง อ.เมือง พระสงฆ์ สามเณร และชาวบ้าน ต่างช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ไว้พร้อมแล้วเช่นกัน ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมาร่วมถวายดอกไม้จันทร์มากกว่า 1 หมื่นคน

            ส่วนที่ จ.พิษณุโลก จะมีพิธีถวายดอกไม้จันทน์ 9 วัด 9 อำเภอ ประกอบด้วย วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง วัดวังทองวราราม อ.วังทอง วัดสุนทรประดิษฐ์ อ.บางระกำ วัดกำแพงมณี อ.บางกระทุ่ม วัดใหม่พรหมพิราม อ.พรหมพิราม วัดท่างาม อ.วัดโบสถ์ วัดโพนไทรงาม อ.ชาติตระการ วัดบ้านพร้าว อ.นครไทย และวัดศรีมงคล อ.เนินมะปราง

            ส่วนทางภาคอีสานที่ จ.อุดรธานี จัดขึ้นที่วัดโพธิสมภรณ์ (พระอารามหลวง) อ.เมือง เจ้าหน้าที่ได้มีการจัดตั้งเต็นท์พิธีที่หน้าพระบรมธาตุเจดีย์ ที่เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และประทานจากสมเด็จพระสังฆรา ส่วน จ.นครราชสีมา จัดขึ้นที่วัดสุทธจินดา อ.เมือง