ข่าว

ไอเดียใหม่!‘บิ๊กตู่’ดึงเอกชนสร้างที่จอดรถ

ไอเดียใหม่!‘บิ๊กตู่’ดึงเอกชนสร้างที่จอดรถ

15 ธ.ค. 2558

ไอเดียใหม่!‘บิ๊กตู่’ดึงเอกชนสร้างที่จอดรถ หวังช่วยแก้ปัญหาจราจรในเมือง ยันใส่อาชีพในบัตรปชช.ช่วยคนจนขึ้นรถไฟ รถเมล์ ฟรี

           เมื่อเวลา 14.00 น. 15ธ.ค.58 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ขณะนี้มีแนวคิดว่า   จะทำอย่างไรเพื่อลดปัญหาการจราจร โดยได้สั่งการในที่ประชุม ครม.ให้หาความเชื่อมโยงต่อระบบขนส่งมวลชน ซึ่งรอยต่อของแต่ละช่วงจะต้องมีที่จอดรถ จึงได้ให้แนวทางกับผู้ที่เกี่ยวข้องไปหารือกับภาคเอกชน เพื่อร่วมมือลงทุน สร้างที่จอดรถในเมือง โดยสร้างเป็นตึกสูงประมาณ 10 ชั้น จากนั้นก็บริหารจัดการ เก็บค่าเช่า จะส่งผลให้การแก้ไขปัญหาการจราจรดีขึ้น


           “ไม่ต้องนั่งรถมาถึงที่ทำงานใกล้ๆก็ได้ ไกลสักหน่วย  คนจะได้แข็งแรง เดินสัก 2-3 ร้อยเมตรเข้าที่ทำงาน ไปซื้อของ หากทุกคนจะเข้าศูนย์การค้าทั้งหมดรถก็จะแน่น จอดก็ไม่ได้ ก็ต้องสร้างบริเวณเหล่านั้นให้โล่ง สะอาด ไม่ร้อนเกินไป ถ้าทำแบบนี้ก็จะได้อะไรหลายอย่างคือ   1. มีพื้นที่เยอะขึ้นในการสัญจร ซื้อของจับจ่าย สบายใจ 2.รถก็มีที่จอด 3.การจราจรบนถนนก็จะลดลง ไม่ใช่จะไปไล่ตำรวจให้แก้ให้ได้ จะแก้ได้ไงก็ตอนนี้จองรถทีปีละ 4 หมื่นกว่าคันจากงาน และข้างนอกอีกเท่าไหร่ มันสะสมมาเรื่อยๆ ถ้าเป็นเมืองนอกเขาแก้ไขด้วยการนำรถอายุเกิน 10,20 ปี ไปทิ้ง แต่บ้านเราทำได้ไหมละ วิธีการใหม่ในโลกนี้ใช้กับประเทศไทยไม่ได้”นายกฯ กล่าว
 

ใส่รายได้ในบัตรปชช. ช่วยคนจนขึ้นรถไฟรถเมล์ฟรี

           พล.อ.ประยุทธ์   แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงกรณี แนวคิดการระบุอาชีพและรายได้ไว้ในบัตรประชาชน ว่า “ไอ้เรื่องบัตรที่พูด ผมก็พูดเร็วไปด้วย บางทีก็ไม่เข้าใจ มันจะมีใครเอาข้อมูลไปลงบัตรได้เยอะแยะขนาดนั้น มีคนเขียนมาในโซเชียล ว่าในบัตรเขียนชื่อ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ ทำนองนี้ อาชีพ นักฆ่ามหาประลัย รายได้ สามสิบหลัก ปัดโถ่ อะไรของมัน นี่ไม่ใช่เรื่องตลกนะเนี่ย มันกลายเป็นเรื่องตลกไปหมด แล้วก็หาว่าผมคิดโง่ๆ ก็รู้หรือไม่ว่าข้อมูลคนมีรายได้เป็นยังไง รายได้ไม่ได้เอามาโชว์ มันอยู่ในแถบแม่เหล็ก ในชิพ ถ้าใส่ในบัตรประชาชนไม่ได้ ก็หาบัตรอื่นมาอีกใบ บางคนถือบัตรเครดิตหลายใบอยู่แล้ว ก็มีอีกซักใบ ขึ้นรถเมล์ก็เอาไปเสียบที่เครื่องอ่าน ถึงจะขึ้นได้ หรือจะไปรถไฟฟ้าวันหน้า คนจนจะขึ้นไหวหรือ รัฐบาลก็ต้องดูแล ไม่งั้นคนจนก็ไม่มีสิทธิ์ขึ้น มันต้องคิดแบบนี้ ไม่ใช่เอามาตีแผ่ว่าคนนี้รายได้เท่าไร”

           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า บางคนบอกว่า อย่างนี้ก็เปลี่ยนอาชีพไม่ได้ ปัดโถ่ ทำไมคิดแบบนี้ได้วะคนไทย ถ้าจะเปลี่ยนก็ไปแจ้งเปลี่ยนเหมือนทำบัตรประชาชนหาย ไปทำใหม่ ข้อมูลก็อยู่ในเครื่องเหมือนกับในอดีต เรื่องข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน(จปฐ.)เดิมที่มีอยู่ แต่มันไม่สมบูรณ์ ไม่ชัดเจน ต้องให้เจ้าตัวมาแจ้งด้วยตัวเอง

           “สมมติว่ามีกำหนดรายได้ขั้นต่ำในการเสียภาษีปีละ 150,000 บาท แล้วเธอจะแจ้งเมื่อไร เขาก็ยังไม่ได้ตรวจ อีกอย่างชื่อคนพวกนี้ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี เข้าใจหรือไม่ คนพวกนี้จะไม่มีชื่อในระบบภาษีเลย แต่เราต้องใช้เงินสนับสนุนเขาตลอดเวลา สู้เราทำให้ชัดเจน มีจำนวนเท่าไรแน่นอน อาชีพอะไร รายได้เท่าไร ซึ่งเมื่อทำก็ไม่เสียภาษีเหมือนเดิม แล้วมันจะเสียหายตรงไหน แต่ท่านสามารถเอาบัตรนี้ไปขึ้นรถไฟฟรี รถเมล์ฟรีได้ ไม่ใช่ใครก็ขึ้นได้ ทุกวันนี้ปรากฎว่าคนจนขึ้นไม่ได้ เพราะคนรวยขึ้นไปหมดแล้ว บางคนรายได้เกิน ที่ผมต้องการคือทำให้คนเหล่านี้ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ นั่นคือเจตนารมณ์ของผม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว


ส่ง'สุวพันธุ์'ประสานเขียนร่างรธน. เน้น'หน้าที่พลเมือง'

           พล.อ.ประยุทธ์   แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า วันนั้นตนมีโอกาสดูในโทรทัศน์ไม่ว่าจะคณะโฆษกใดๆก็ตาม แถลงเรื่องรัฐธรรมนูญ ก็จะต้องพูดถึง “พลเมือง” “ประชาชน” ต้องเป็นเจ้าของต่างๆและต้องมีสิทธิเสรีภาพ ซึ่งตนคิดว่ามันหายไปหนึ่งคำคือคำว่า “หน้าที่” หน้าที่พลเมือง สำคัญ ไม่อย่างนั้นจะเรียนหนังสือวิชาหน้าที่พลเมืองมาทำไม ตกลงพลเมืองไม่ต้องมีหน้าที่หรือ จะมีแต่สิทธิเสรีภาพหรือ หน้าที่ที่สำคัญที่สุดคือการเคารพกฎหมาย แล้วมันก็จะไม่ยุ่งเหยิงไม่วุ่นวาย รู้ขั้นตอนการบริหารราชการบ้าง ว่าแต่ละเรื่องเป็นอย่างไร ไม่ใช่ตีรวนทุกเรื่องก็ไม่ได้ ต้องดูความตั้งใจดูเจตนารมณ์ แล้วมาเสนอแนวคิดต่างๆ ว่าจะเป็นแบบนี้ เพิ่มตรงนี้ อย่างไร ไม่ใช่ล้มมันทุกเรื่อง ไม่ได้ ใครทุจริตไปว่ามา ไปร้องทุกข์กล่าวโทษมา

           “อย่างนายกฯเอง ผมถือว่าผมลงละเอียดมาก มากเยอะ มากเกินที่จะเป็นนายกฯ โน้นผมลงไปถึงข้างล่างถึงคนทำแล้ว แต่มันก็ไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ มันอยู่ที่กระบวนการข้างล่างไปกำกับดูแล ขับเคลื่อนเร่งรัดกันอย่างไร นี่แหละ ทหารที่จะต่างกัน เพราะทหารมีวินัย มีการปกครอง บังคับบัญชาที่ชัดเจน สมมติเมื่อนักการเมืองเข้ามา วันนี้รัฐมนตรีก็เหมือนนักการเมือง ที่ลงไปทำงานคนเดียวแต่ทำงานกับคนข้าราชการทั้งกระทรวง เยอะแยะไปหมด ซึ่งต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน ในการทำงานจึงอาจจะช้าไปสักหน่อย ผมต้องกวดขันลงไป ใช้การสั่งการว่าต้องเสร็จ เมื่อนั่น เมื่อนี่ ต้องทำให้ได้ ไปหารือในแนวคิดใหม่ให้ได้ ต้องคิดใหม่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

           นายกฯ กล่าวอีกว่า การจะเป็นผู้นำหรือการจะทำอะไรต่างๆต้องมีการเปลี่ยนแปลง ต้องเป็นผู้นำทางความคิด ส่วนจะผิดหรือถูกต้องไปไตร่ตรองกันมา บางครั้งอาจจะคิดผิดก็ได้ วันนี้ตนริเริ่มให้ งบประมาณ กฎหมาย ให้กฤษฎีกาไปดูมา ไม่ใช่อยู่ดีๆตนสั่งโครมๆแล้วไปทำมาเลยไม่ได้ ที่มาของโครงการต้องผ่านกฤษฎีกา ว่าถูกต้องตามกฎหมายงบประมาณ ให้สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไปดูว่าถูกต้องตรงกันหรือไม่ ถ้าไม่ตรงเข้าครม.ไม่ได้ ต้องผ่านครม.เห็นชอบ และเรื่องใดที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงต้องให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องเห็นด้วยเช่นกัน และต้องไปดูว่าทำอย่างไรจึงจะเกิดขึ้น  ดูุว่าอนาคตการบริหารราชการแผ่นดินจะเป็นอย่างไร


           “ผมว่าอย่าไปยุ่งนักเลยเรื่องที่มา เรื่องการลงโทษว่ากันไปตามกฎหมาย อย่าให้ผิดเพี้ยนไปจากสากลมากนักเท่านั้น แต่ที่สำคัญคือต้นตอของปัญหา ใครจะทำอย่างไร คือเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ การแต่งตั้งคน กระบวนการลงโทษที่เป็นขั้นตอน สร้างความเป็นธรรม ไม่อย่างนั้นจะตีกันอยู่อย่างนี้ เพราะคนไม่เข้าใจว่าแต่ละส่วนเขาทำงานกันอย่างไร บางคนไปโทษองค์กรอิสระบ้าง บางคนไปโทษศาล โทษกระบวนการยุติธรรม บางคนโทษรัฐบาล บางคนโทษทหาร สรุปว่าไม่มีใครดีเลย ต้องไปสร้างความเข้มแข็งให้ได้ สร้างบูรณาการให้ได้งบประมาณทุกปีจะทำอย่างไร การใช้จ่ายงบประมาณ การนำเข้าครม. ต้องทำอย่างไร อาจจะต้องมีกฎกระทรวง หรือมีอะไรออกมา เพื่อปกป้องข้าราชการด้วย ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่กล้าทำหมด เพราะอยู่ภายใต้อำนาจการบริหาร ถ้าเราได้คนดีมีธรรมาภิบาลก็โอเค แต่ถ้าไม่ได้มาจะทำอย่างไร ไม่มีใครดี 100 เปอร์เซ็นต์ และที่สำคัญอย่าสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น อย่าทำให้งบประมาณเสียหาย หรือนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว ต้องไปพิสูจน์ทราบกันมา กฎหมายก็มีแค่นั้น ความรับผิดชอบก็มีชัดเจนอยู่แล้วว่าระดับไหน ต้องรับผิดชอบกันอย่างไร เพราะถ้าย้อนกลับไปกลับมาว่า ผิดตรงนี้ เพราะคนนี้ตั้งมา มันยาวมันจะมีตั้งขั้น ผมเป็นทหารบกถ้านายสิบสักคนไปทำผมก็คงไม่เกี่ยว ผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบ เพราะเขาปกครองสายบังคับบัญชาเป็นแบบนั้น แต่การเมืองอีกแบบ ผมก็เข้าใจ เดี๋ยวไปสอบมา อย่ามาถามผมอีกเรื่องนั้น พอได้แล้ว” นายกฯ กล่าว

           ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องหน้าที่พลเมืองจะสั่งการไปยัง กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนไม่ได้สั่งการไป แต่ให้นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ทำหน้าที่เป็นวิปประสานงาน นำข้อหารือจากครม.ไปประสานงานร่วมกับกรธ.อีกทีหนึ่ง เราได้หารือกันแล้วในเรื่องดังกล่าวว่าควรจะมีเรื่องหน้าที่พลเมืองด้วย เพราะปัญหาหนึ่งคือปัญหาความขัดแย้ง ปัญหาเรื่องความร่วมมือ ไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ ส่งผลให้ทำอะไรไม่ได้ จะทำทางทั้งทีติดอยู่ 3-4 ปี กว่าจะทำได้เพราะไม่ยอมกัน บางทีก็ติดอยู่บ้านหลังเดียว บางทีก็ติดบ้าน 20 หลัง แต่คนอีก 2,000คนไม่ได้ใช้ประโยชน์ ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชน ตนยังไม่ไปฝืนเลย