
'ประวิตร'ปัดล็อบบี้'วัชรพล'ปธ.ป.ป.ช.
15 ธ.ค. 2558
'บิ๊กป้อม' ยันไร้ล็อบบี้เลือก 'วัชรพล' ปธ.ป.ป.ช. ขอ 'ปวีณ' กลับไทยให้ข้อมูลถูกข่มขู่คุกคาม รับประกันความปลอดภัย เชื่อ 2 บิ๊ก คสช.ไม่ขัดแย้งปมราชภักดิ์
15 ธ.ค. 58 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเลือก พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง เป็นประธาน ป.ป.ช.คนใหม่ และถูกมองว่ามีความใกล้ชิดกับ คสช. ว่า เขาเลือกกันเอง พล.ต.อ.วัชรพล มีกรรมการ ป.ป.ช.หลายคนที่เลือก
ต่อข้อถามที่ว่า ไม่มีการล็อบบี้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะยืนยันอะไร ไปล็อบบี้เขาก็ไม่ฟัง สื่อคิดกันไปเอง ผู้สื่อข่าวเป็นคนล็อบบี้กันเอง ขอยืนยันว่า ไม่มีการล็อบบี้ คะแนนได้เยอะ 7 ต่อ 2 อยู่ดีๆ ก็หาเรื่องทำประเด็นกันขึ้นมา ทั้งๆ ที่ไม่น่ามีประเด็นอะไร ไปคิดเรื่องอื่นกันดีกว่า อย่างไร พล.ต.อ.วัชรพล ก็ได้เป็นแล้ว เขาอยู่ตรงนี้คงไม่ใหญ่ ไปอยู่ตรงนั้นอาจจะใหญ่กว่า ก็ดีแล้ว และตนไม่ขอฝากอะไรไปถึง พล.ต.อ.วัชรพล เพราะไม่ได้เจอกันเลยตั้งแต่ลาออกไป
ขอ 'ปวีณ' กลับไทยให้ข้อมูล รับประกันความปลอดภัย
พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตรองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (รอง ผบช.ศชต.) และเป็นชุดพนักงานสอบสวนคดีทลายเครือข่ายค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา ขอลี้ภัยไปอยู่ประเทศออสเตรเลีย เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตรายจากการทำคดีค้ามนุษย์ในพื้นที่ภาคใต้ ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้แล้ว ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และการโยกย้ายต่างๆ เป็นเรื่องภายในของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่เกี่ยวอะไรกับรัฐบาล อีกทั้ง พล.ต.ต.ปวีณ ไม่ได้เป็นหัวหน้าชุดสอบสวน แต่หัวหน้าชุดคือ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตรอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.ปวีณ เป็นเพียงหนึ่งในคณะกรรมการชุดสอบสวน คนอื่นก็อยู่ได้ไม่เห็นเป็นอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ต.ต.ปวีณ ไม่สบายใจการทำงานในพื้นที่ เนื่องจากถูกคุกคามจากผู้มีอิทธิพล พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะให้ดูแลอย่างไร ก็เรียกกลับมาซิ นายกฯ ก็บอกแล้วให้กลับมา จะมาร้องเรียนอย่างไรก็ได้ หรือจะทำอย่างไรก็บอกกัน หากอยากส่งข้อมูลมาก็ส่งมาได้เลย เพราะ ผบ.ตร.กำลังสอบสวนเรื่องนี้อยู่ พล.ต.ต.ปวีณ กลับเลย เราจะดูแลให้ หากมีใครมาข่มขู่เราจะดูแลให้ คนระดับ พล.ต.ต. ใครจะมาทำอะไรได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็กในอุตสาหกรรมประมงของประเทศไทย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตอนนี้เราจับกุมอย่างเต็มที่ พร้อมสั่งการให้ศูนย์บัญชาการการแก้ไขปัญหาการกระทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมพ.) ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการลงพื้นที่ 22 จังหวัดที่อยู่ชายทะเล ให้เข้าไปจับกุมผู้กระทำผิด สามารถจับกุมได้เยอะ ตอนนี้กำลังดำเนินการสอบสวนต่อไป โดยจะมีการรายงานให้กับองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ต่อไป รวมไปถึงการตรวจสอบโรงงานแปรรูปอาหารทะเลต่างๆ ด้วย เราทำทุกเรื่อง หากพบการกระทำผิด เจ้าของอุตสาหกรรมจะต้องรับผิดชอบ เราจะปราบปรามอย่างจริงจังเรื่องการค้ามนุษย์ จะปล่อยไว้ไม่ได้ เพราะผิดกฎหมายทั้งเรื่องแรงงานและประมง เรามั่นใจว่าจะทำให้ผลประเมินจาก เทียร์ 3 เป็นเทียร์ 2 ให้ได้
เชื่อ 2 บิ๊ก คสช.ไม่ขัดแย้งปมราชภักดิ์
พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ ปัญหาความขัดแย้งระหว่าง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กับ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม เกี่ยวกับการตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์ ว่า ไม่มีการเคลียร์ใจ การที่มีการพูดถึงการทุจริตเกี่ยวกับโครงการ ความจริงไม่ใช่ แต่อาจจะหมายถึงใครก็ได้ในระดับล่าง ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ไม่เกี่ยวกับ พล.อ.ไพบูลย์ กับ พล.อ.อุดมเดช กองทัพบกก็สอบสวนแล้วว่า ไม่มี ดังนั้นโครงการราชภักดิ์ เป็นโครงการที่เคลียร์ แต่ในโครงการมีใครอยู่ข้างล่างหรือใครทำอะไร พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม กำลังสอบเรื่องนี้อยู่ ซึ่งการตรวจสอบไม่ได้บอกว่าคนไหนผิดคนไหนถูก เพียงแต่ตรวจสอบข้อเท็จจริงของโครงการ และยืนยันไม่มีความขัดแย้งใน คสช.ที่ พล.อ.ไพบูลย์ พูดคือพูดในหลักการ ไม่ได้พูดว่าใคร เรื่องนี้ได้พูดคุยกับ พล.อ.ไพบูลย์ แล้ว ไม่มีการบอกให้ พล.อ.ไพบูลย์ งดสัมภาษณ์แต่อย่างใด ระดับรัฐมนตรีจะไปสั่งไม่ให้พูดได้หรือ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การจับกุมผู้ที่โพสต์แผนผังผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตราชภักดิ์ปลอมและโจมตีกองทัพว่าพยายามเอาสถาบันมาเป็นเกราะป้องกันกองทัพในการตรวจสอบ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ออ ที่มีรูปตนด้วยหรือเปล่า แล้วผังดังกล่าวไม่ถูก แล้วตนจะชี้แจงอะไร เรื่องนี้ยืนยันว่าขยายผลต่อไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ตำรวจเขาดูอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การข่าวมีการตรวจสอบว่าการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ ตนจำไม่ได้ ไม่อยากพาดพิงใคร เรื่องนี้มีคนรับว่าเขียนเอง แล้วจะมาถามอะไรตน เอาของผิดมาถาม ไม่รู้จะตอบอย่างไร และเรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นการทำไม่ให้เกิดความมั่นคง เพราะทำให้เกิดความขัดแย้ง
ส่วนจะมีการทบทวนหรือไม่ เพราะประชาชนไม่ทราบว่าแค่กดไลค์ จะมีความผิด พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า มันมีกฎหมายอยู่ คนที่เล่นพวกโซเชียลพวกนี้จะต้องรู้กฎหมาย พร้อมย้อนถามสื่อมวลชนว่า การกดไลค์เฟซบุ๊กที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงมันมีความผิดรู้หรือไม่ สื่อมวลชนตอบว่า เพิ่งรู้จากกรณีนี้ ซึ่ง พล.อ.ประวิตร จึงกล่าวว่า อย่างนั้นก็จะต้องระมัดระวังกันด้วย



