ข่าว

'วัชรพล'ปัดคสช.อุ้มนั่งปธ.ป.ป.ช.

'วัชรพล'ปัดคสช.อุ้มนั่งปธ.ป.ป.ช.

15 ธ.ค. 2558

โหวตรอบเดียวผ่านฉลุย มติ 7 - 2 'วัชรพล' ปัดใบสั่ง คสช.อุ้มนั่งประธาน ป.ป.ช.คนใหม่

 
                      15 ธ.ค. 58  เมื่อเวลา 10.10 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้ง 9 คน ประกอบด้วย กรรมการเก่า 4 คน ได้แก่ นายปรีชา เลิศกมลมาศ , พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง , นายณรงค์ รัฐอมฤต , น.ส.สุภา ปิยะจิตติ และกรรมการใหม่ 5 คน ได้แก่ พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ , นายวิทยา อาคมพิทักษ์ , พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ , นางสุวณา สุวรรณจูฑะ และนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร เพื่อคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งประธาน ป.ป.ช.คนใหม่ ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 45/2558 โดยก่อนเริ่มต้นการประชุมได้มีการให้กรรมการเก่าและใหม่ได้พูดคุยทำความรู้จักกัน หลังจากนั้นจึงได้คัดเลือกผู้อาวุโสสูงสุดในที่ประชุมเพื่อทำหน้าที่ประธานการประชุมชั่วคราว ได้แก่ นายปรีชา ก่อนที่ตนจะได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงกฎเกณฑ์วิธีการคัดเลือกประธาน ป.ป.ช.
 
                      นายสรรเสริญ กล่าวว่า ผลการประชุมเพื่อลงมติเลือกประธาน ป.ป.ช.นั้น ได้มีผู้เสนอชื่อ 2 ราย คือ นายปรีชา และ พล.ต.อ.วัชรพล จากนั้นเป็นการลงคะแนนลับ ซึ่งผู้ที่ได้รับเลือกเป็นประธานในเวลาต่อมา คือ พล.ต.อ.วัชรพล ด้วยคะแนน 7 ต่อ 2 ทั้งนี้สำนักงาน ป.ป.ช.จะได้นำรายชื่อส่งไปยังประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวันนี้ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ พร้อมกับรายชื่อกรรมการ ป.ป.ช.ใหม่ทั้ง 5 คนต่อไป
 
 
 
ปัดใบสั่ง 'คสช.' อุ้มนั่งประธาน ป.ป.ช.
 
 
                      พล.ต.อ.วัชรพล ว่าที่ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า แนวทางการทำงานของ ป.ป.ช.หลังจากนี้ คงต้องรอกระบวนการโปรดเกล้า ฯ ลงมาก่อน จากนั้นจะเรียกประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อวางยุทธศาสตร์การทำงานของ ป.ป.ช. ซึ่งจะต้องใช้มติคณะกรรมการ ป.ป.ช.ร่วมกัน เพื่อวางแนวทางการทำงาน โดยเฉพาะในระยะสั้นมีเรื่องท้าทายจำนวนมาก เช่น จำนวนคดีที่ค้างอยู่มาก จะทำให้ ป.ป.ช.มีความโปร่งใส ส่วนข้อครหาว่า ตนมีที่มาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นั้น ยืนยันว่าไม่ใช่ แม้จะเคยถูกเรียกมาช่วยงานเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อตนเห็นโอกาสที่จะมาช่วยงานในมิติอื่น ในฐานะที่เคยผ่านงานมามากมาย จึงมาสมัครเป็น ป.ป.ช. ตนไม่รู้สึกหนักใจที่ถูกตั้งข้อครหา เพราะคิดว่า คนเพียง 1 คน จะไปมีอิทธิพลเหนือคนอีก 8 คนได้อย่างไร มั่นใจว่า การทำงาน ป.ป.ช.จะมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ถือเป็นเรื่องดีที่สื่อมวลชนสนใจตรวจสอบเรื่องนี้ จะช่วยให้การทำงานของ ป.ป.ช.มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น
 
 
 
'สุวณา' เผยโหวตรอบเดียวผ่านฉลุย
 
 
                      นางสุวณา ว่าที่กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงบรรยากาศในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อโหวตเลือกประธาน ป.ป.ช.ว่า บรรยากาศการพบกันเป็นครั้งแรกของกรรมการ ป.ป.ช. 9 คนครั้งนี้ เป็นบรรยากาศดีมาก นายปรีชา กรรมการ ป.ป.ช.ที่มีอาวุโสสูงสุด ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนกล่าวต้อนรับกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหม่ 5 คน และดำเนินการตามวิธีการคัดเลือกประธาน ป.ป.ช.ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี เลือกครั้งเดียวจบ ได้คะแนน 7 ต่อ 2 ซึ่ง พล.ต.อ.วัชรพล ว่าที่ประธาน ป.ป.ช. ได้ลุกขึ้นกล่าวขอบคุณที่ประชุมว่า มีความมุ่งมั่นตั้งใจ เข้ามาช่วยกันทำงานให้เป็นที่เชื่อมั่น หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกคน ส่วนกรณี พล.ต.อ.วัชรพล ถูกมองว่า ได้รับแรงสนับสนุนจาก คสช.นั้น คงตอบคำถามดังกล่าวไม่ได้ ขอให้ไปถามเจ้าตัวเอง ส่วนตัวคิดว่า ต้องดูที่ผลการทำงานมากกว่า ต้องใช้เวลาพิสูจน์ เพราะเมื่อใครคิดอะไรไปแล้ว จะไปอธิบายคงยาก มั่นใจว่า ทุกคนมีความมุ่งมั่นในการทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ รู้สึกดีใจที่ได้ยินเช่นนั้นจากกรรมการ ป.ป.ช.หลายคน ขอให้สื่อมวลชนและคนทั่วไปให้กำลังใจ ป.ป.ช.ด้วย
 
                      ขณะที่นายปรีชา กล่าวว่า ยอมรับมติที่เป็นไปตามขั้นตอนและกติกา ยินดีที่ได้ร่วมงานกับกรรมการชุดใหม่ 5 คน ที่เป็นผู้มีความรู้ ประสบการณ์ จะได้มาช่วยสะสางงานในภาวะวิกฤตเช่นนี้ อยากให้บรรยากาศการทำงานมีแต่ความสามัคคี ทำงานร่วมกัน ช่วยกันปรับปรุงแก้ไของค์กร ทำงานเพื่อประเทศ เน้นคุณภาพ เป็นธรรม เป็นกลาง ไม่เลือกข้าง ดูแลองค์กรให้ยืนอยู่ในจุดที่เหมาะสม ถูกต้องเป็นธรรม ช่วยกันพัฒนาระบบงานโดยเฉพาะการเตรียมรับมือกฎหมายใหม่ ให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.มีความเข้มแข็ง นำพาองค์กรให้มีคุณภาพมากขึ้น ส่วนข้อครหาว่า คสช.หนุน พล.ต.อ.วัชรพล เป็นประธาน ป.ป.ช.นั้น ขึ้นอยู่กับมุมมองแต่ละคนในยุคสมัยนี้ แต่ถ้าจะดูก็ต้องย้อนไปถึงที่มาที่ไปตั้งแต่การสรรหา และทุกขั้นตอน ก็ต้องเร่งปรับปรุงคุณภาพการทำงาน เพราะกรรมการทุกคนมีความรู้ ประสบการณ์ ต้องทำงานด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ทำเพื่อทุกฝ่ายด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพราะฉะนั้นจะดูว่า เป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับสังคม ขอให้รอดูผลงานที่จะปรากฏดีกว่า อย่าเพิ่งตัดสินใครเพียงแค่ภาพ ขอให้เฝ้าติดตามการทำงานมีสิ่งใดให้ท้วงติงมาเป็นเรื่องๆ ไป กรรมการ ป.ป.ช.ทุกคนเข้าใจดีว่าต้องถูกจับตามองอยู่แล้ว สังคมเฝ้าดูอยู่ ต้องทำงานให้เต็มที่ มีคุณภาพ อย่าคิดว่า ทำอะไรได้ตามใจ เพราะ ป.ป.ช.สมัยนี้เปิดเผยตรวจสอบได้ และถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นอยู่แล้ว แม้จะแพ้ไม่ได้รับเลือกเป็นประธาน ป.ป.ช.ก็ทำงานร่วมกันต่อไปได้ ไม่มีปัญหา เพราะมีหน้าที่ความรับผิดชอบ คิดเสมอว่าทำงานเพื่อแผ่นดิน ต้องทำงานสุดชีวิต สุดฝีมือ
 
                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเสียงข้างมาก 7 คนที่เลือก พล.ต.อ.วัชรพล ประกอบด้วย ตัว พล.ต.อ.วัชรพล เอง พล.อ.บุณยวัจน์ นายวิทยา นางสุวณา นายสุรศักดิ์ โดยมีคะแนนเสียงจากกรรมการป.ป.ช.ชุดเดิมอีก 2 คนช่วยเทคะแนนให้ด้วย คือ นายณรงค์ และ น.ส.สุภา ขณะที่เสียงข้างน้อยที่เลือกนายปรีชา ประกอบด้วยตัวนายปรีชาเอง และ พล.ต.อ.สถาพร ซึ่งเป็นไปตามความคาดหมายที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ โดย พล.ต.อ.วัชรพล ก่อนหน้านี้เคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ขณะที่ พล.ต.อ.สถาพร ที่ก่อนหน้านี้ขอเสนอตัวลงสมัครชิงตำแหน่งประธาน ป.ป.ช.ด้วยนั้น ปรากฏว่า เปลี่ยนใจในนาทีสุดท้าย ไม่ขอลงสมัคร เนื่องจากประเมินแล้วเห็นว่า ไม่มีเสียงสนับสนุนเพียงพอ จึงหันมาเทคะแนนให้นายปรีชาแทน

 

'ปานเทพ' ให้กำลังใจ ป.ป.ช.ใหม่

 
                      นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) อดีตประธานคณะกรรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กล่าวถึงการเลือกประธาน ป.ป.ช. ว่า ตนรู้เพียงมีการเลือกตามกฎเกณฑ์ หลังจากเลือกเสร็จก็ส่งเรื่องให้ประธาน สนช.นำชื่อขึ้นกราบบังคมทูลเกล้าฯ ซึ่งใครมาทำหน้าที่ก็ได้ เพราะทุกคนต้องทำงานร่วมกันอยู่แล้ว ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดเก่าทั้ง 4 คน ก็ต้องทำหน้าที่ทำความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ของ ป.ป.ช.แก่ประธานและกรรมการคนใหม่ทั้ง 5 คน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกฎหมาย คดีต่างๆ ที่คั่งค้าง ซึ่งต้องดำเนินการต่อไป โดยที่ผ่านมากรรมการชุดของตนก็พยายามจะแก้ไขอุปสรรคต่างๆ ที่ทำให้การทำงานเกิดปัญหาแม้ยังไม่หมดก็ตาม ขอให้กำลังใจและยินดีกับกรรมการทุกคนที่เข้ามาทำงาน และแม้ที่ผ่านมาการทุจริตจะมีตัวเลขที่ดีขึ้นแต่ก็ยังมีการทุจริตเหลืออีกมาก ดังนั้น ทุกคนต้องช่วยกันร่วมมือทำงาน
 
                      นายปานเทพ กล่าวว่า ตนในฐานะเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สปท. ก็ต้องทำงานร่วมกับ ป.ป.ช. ต่อไปในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเพื่อให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ส่วนเรื่องที่ว่าการทำงานต่อไปของ ป.ป.ช.จะถูกมองว่าเป็นสองมาตรฐานอีกนั้น ตรงนี้ต้องบอกว่าที่ผ่านมาไม่ว่าชุดของตนหรือชุดใหม่ก็ต้องทำงานตามหลักกฎหมาย ดูข้อเท็จจริง เราไม่เคยทำงานสองมาตรฐานแต่ที่ถูกมองเช่นนี้ก็แล้วแต่คน คนที่ถูกชี้มูลก็ย่อมมองเราว่าดำเนินการสองมาตรฐานแต่คนที่ไม่โดนก็มองว่าเราทำงานดี อยู่ที่คนมอง เรามั่นใจการทำงานเราไม่เคยเลือกข้าง