
'ท่องเที่ยวแบบผจญภัย'กิจกรรมใหม่ที่ต้องลอง
'ท่องเที่ยวแบบผจญภัย'กิจกรรมใหม่ที่ต้องลอง : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดยสันทนา รัตนอำนวยศิริ
เกิดเป็นลูกผู้ชายต้องลองใช้ชีวิตแบบผจญภัยสักครั้ง “อะไรที่เสี่ยง หรือท้าทาย ต้องลอง” จนกลายเป็นความชอบ นั่นเป็นที่มาของผู้ชายคนนี้ นันทพล ไข่มุกด์ หรือ แอ้ม วัย 38 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลิตเติ้ล เวิลด์ จำกัด ผู้สร้างและบริหารงาน กิจกรรมท่องเที่ยวแบบผจญภัย ทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ พาร์ค ไทยแลนด์ (Tree Top Adventure Thailand) รายแรกในเมืองไทย
นันทพล เล่าให้ฟังว่า เป็นคนชอบกิจกรรมผจญภัยมาตั้งแต่เด็ก ทั้งปีนเขา ปั่นจักรยาน ด้วยคุณพ่อเป็นนักการทูต ต้องเดินทางไปประจำตามประเทศต่างๆ เขาและน้องชายก็จะติดตามไปด้วยทุกประเทศ เช่น เบลเยียม เนปาล จึงได้สัมผัสกิจกรรมผจญภัยต่างๆ มากมาย อย่างเช่น สมัยที่เรียนอยู่โรงเรียนนานาชาติ ในกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ตอนนั้นอายุประมาณ 10 กว่าขวบ โรงเรียนพาไปปีนเทือกเขาหิมาลัย หรือหลังเลิกเรียนก็จะปั่นจักรยานไปกับเพื่อนๆ เพื่อสำรวจเส้นทางใหม่ๆ และผจญภัยตามสไตล์เด็กผู้ชายที่ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง (เอาท์ดอร์) ทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตแบบดูแลตัวเอง ใช้ชีวิตแบบท้าทาย จนกลายเป็นความชอบ พอกลับมาเมืองไทยก็เข้าเรียนโรงเรียนนานาชาติอีก แต่ยังชอบทำอะไรที่ท้าทายมาตลอด
"ผมเรียนจบปริญญาตรีด้านการเงิน จากซีแอตเทิน สหรัฐอเมริกา ออกมาทำงานบริษัทเอกชนอยู่ระยะหนึ่งก็ไปเรียนต่อปริญญาโท ด้านการตลาด ที่ศศินทร์ และออกมาทำงานธนาคารอยู่สักพัก แต่ก็ยังไม่ใช่อาชีพที่ผมอยากทำ เพราะผมอยากทำธุรกิจที่เป็นของตัวเอง เป็นธุรกิจที่เกิดจากความชอบวัยเด็ก เริ่มแรกผมเปิด บริษัท ทรี ท็อป ทริป จำกัด เป็นบริษัทแรกที่ให้บริการท่องเที่ยวแบบผจญภัย (แอดเวนเจอร์ พาร์ค) ด้วยความที่ผมชอบกิจกรรมกลางแจ้ง ชอบเดินทาง จนกระทั่งได้พบหุ้นส่วนที่เป็นชาวฝรั่งเศส คือ โจนาธาน โอเดต์ ซึ่งน้าของผมเป็นคนสอนภาษาไทยให้แก่โจนาธาน และแนะนำให้รู้จักกัน หลังจากคุยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน จึงพบว่าเรามีความเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือ ชอบการผจญภัย อีกทั้งโจนาธานชอบมาเที่ยวเมืองไทย และรักเมืองไทยมาก เขาจึงชวนผมเปิดแอดเวนเจอร์ พาร์คแห่งแรกในเมืองไทย ในแนวคิดแบบฝรั่งเศสผสมผสานภูมิประเทศของไทย"
ทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ พาร์ค แห่งแรก เปิดที่เกาะช้าง จ.ตราด เมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้ว (พ.ศ.2550) นันทพล และ โจนาธาน หุ้นส่วนชาวฝรั่งเศส มองว่า เมืองไทยยังไม่รู้จักกิจกรรมแบบโหนสลิงข้ามต้นไม้ แนวแอดเวนเจอร์ มากนัก ช่วงบุกเบิกต้องลองผิดลองถูกอยู่นาน เพราะมีแนวคิดว่า ต้องเป็นกิจกรรมแบบผจญภัย ที่ต้องมีการสร้างฐานบนต้นไม้ ต้องมีการโหนสลิงข้ามต้นไม้ ข้ามน้ำ ที่เสี่ยงแต่ปลอดภัย และไม่ทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ทำลายต้นไม้ ไม่ตอกนอตหรือตะปูบนต้นไม้ ไม่ตัดต้นไม้ แต่ใช้วิธีล้อมต้นไม้เพื่อสร้างฐานและติดเคเบิล เน้นความปลอดภัยสำหรับผู้เล่นเป็นหัวใจหลัก สอนวิธีการเล่น การดูแลตัวเองให้ปลอดภัยขณะเล่น ไล่ระดับความยากของการเล่น ด้วยการกำหนดสี เริ่มจาก สนามเขียว สนามแดง ไปจนถึงสนามดำ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าในการเล่นกิจกรรมแต่ละฐาน
“ผมใช้ความรักธรรมชาติ ความรักความชอบในกิจกรรมกลางแจ้ง มาเป็นต้นทุนในการทำงาน สิ่งที่เรารักเราชอบจะช่วยให้เราทำงานอย่างมีความสุข และเต็มที่ทุกขั้นตอน ไม่เน้นรายได้เพียงอย่างเดียว ช่วงแรกๆ ก็ประสบปัญหามาก เพราะเป็นธุรกิจใหม่เอี่ยม คนไทยไม่รู้จัก ไม่มีรูปแบบที่แน่ชัด หรือตายตัว ต้องทำประชาสัมพันธ์ และใช้เงินในการดำเนินธุรกิจพอสมควร แต่อาศัยใจรัก จึงผ่านมาได้ด้วยดี”
ฐานกิจกรรมต่างๆ ที่นำมาใช้ใน ทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ พาร์ค เป็นกิจกรรมที่ได้มาตรฐานต่างประเทศ มาปรับให้เข้ากับสภาพภูมิประเทศของไทย ทั้งที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ โดยเฉพาะคนยุโรป เพราะคนไทยยังไม่ค่อยเข้าใจหลักการของกิจกรรม และยังมีความกลัวอยู่บ้าง เราจึงต้องมีเรื่องการรักษาความปลอดภัยที่ดี มีการแนะนำอุปกรณ์ การเล่นที่ถูกวิธี ทำให้ลูกค้ารู้สึกได้ถึงความปลอดภัยและสนุกสนาน มีการมอนิเตอร์ตลอดการเล่นกิจกรรม
กิจกรรมหลักๆ ได้แก่ การใช้ต้นไม้เป็นฐาน มีการสร้างห้าง หรือฐานบนต้นไม้ จากต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง โยงด้วยเกม เช่น การโหนสลิง การปีนป่าย การใช้จักรยานลอยฟ้า เซิร์ฟบอร์ด บันไดลิง ฯลฯ ขึ้นอยู่กับภูมิทัศน์ของแต่ละสถานที่ เป็นกิจกรรมที่ใช้เวลาในการเล่นประมาณครึ่งวัน ถ้าผู้เล่นมีทักษะในการเล่นที่ดีมาก่อนจะสามารถเล่นได้อย่างรวดเร็ว สนุกสนาน ฝรั่งอาจจะเล่นจบภายในชั่วโมงกว่าๆ แต่ถ้าเป็นคนเอเชีย หรือคนไทย จะเล่นจบภายใน 2 ชั่วโมง หรือนานกว่านั้น เป็นกิจกรรมที่คนไทยสามารถเล่นได้ ชาวต่างชาติที่มาเที่ยวประเทศไทยก็เล่นได้
ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ เป็นคนยุโรปที่หนีหนาวมาเที่ยวเมืองไทย ต่อมาเริ่มเป็นชาวรัสเซีย และปัจจุบันเป็นชาวจีน ส่วนใหญ่มาแบบครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อน ประมาณ 5-10 คน แต่ขณะนี้ได้รับความสนใจจากกรุ๊ปทัวร์จีนมากขึ้น ทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ พาร์ค แต่ละสถานที่เปิดในแหล่งท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาตินิยม เช่น เกาะช้าง พัทยา จ.กระบี่ และ จ.กาญจนบุรี ซึ่งภายในปี 2558 จะเปิดเพิ่มอีก 2 แห่ง คือ ที่ จ.เชียงราย และกรุงเทพฯ ที่จะเปิดเป็นกิจกรรมในที่ร่ม (อินดอร์)
ทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ พาร์ค แต่ละจังหวัดมีกิจกรรมไม่เท่ากัน อย่างที่ จ.กระบี่ มีกิจกรรม 50-60 เกมต่อฐาน อยู่ในป่าชุมชนที่ได้รับสัมปทานอย่างถูกต้องจากกรมป่าไม้ ที่เกาะช้าง จ.ตราด เป็นพื้นที่ของเอกชน มีกิจกรรม 40-50 เกมต่อฐาน ที่พัทยา และกาญจนบุรี อยู่ในพื้นที่ของโรงแรม แต่ทุกสถานที่เน้น รักษ์ธรรมชาติ ไม่ตัดต้นไม้เด็ดขาด โดยเลือกต้นไม้ที่เหมาะสมและแข็งแรง เน้นความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญที่สุด มั่นใจในระบบการรักษาความปลอดภัยอย่างสบายใจ ค่าบริการผ่านประตูแต่ละที่ไม่เท่ากัน เช่น ที่เกาะช้าง ค่าบริการประมาณคนละ 1,000 บาท พัทยา และกระบี่ คนละ 1,200-1,800 บาท แล้วแต่กิจกรรมที่จะเล่น คิดอัตราเดียวกันหมดทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ และทุกซีซั่น เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด
นันทพล บอกอย่างภาคภูมิใจว่า ทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ พาร์ค สมัครเข้าเป็นสมาชิกของ สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) เป็นสมาคมที่สมาชิกเป็นผู้ประกอบการประเภทผจญภัย หรืออิงธรรมชาติ จึงได้รับคำแนะนำเรื่องการจัดกิจกรรมให้ได้มาตรฐาน และวิธีการทำประชาสัมพันธ์ นอกจากนี้ยังร่วมกับการท่องเที่ยวแแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อประชาสัมพันธ์ ทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ พาร์ค ให้เป็นที่รู้จักทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ เมื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิกได้ 2 ปี ก็ลงประกวดอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จนได้รับรางวัล “อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ประเภทแหล่งท่องเที่ยวนันทนาการเพื่อการผจญภัย” ในปี 2553 และ ปี 2556 นอกจากนี้ยังเน้นทำการตลาดด้วยการซื้อกิจกรรมผ่าน บัตรเครดิตเคทีซี เป็นตัวช่วยสำคัญ ทำให้ลูกค้าคนไทยรู้จัก ทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ พาร์ค มากยิ่งขึ้น
หลังจากธุรกิจ ทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ พาร์ค ประสบความสำเร็จเป็นที่น่าใจ นันทพลก็เริ่มธุรกิจตัวใหม่ คือ วางแผนการท่องเที่ยวด้วยการปั่นจักรยานให้แก่ลูกค้า ในนาม บริษัท ลิตเติ้ล เวิลด์ จำกัด ที่เริ่มมาแล้วประมาณ 1 ปี นันทพลเล่าว่า เป็นบริษัทนำเที่ยวด้วยจักรยาน พาลูกค้าไปท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยใช้จักรยานเป็นพาหนะหลักในการเดินทาง เช่น ไต้หวัน ญี่ปุ่น ประเทศในแถบอาเซียน เป็นอีกธุรกิจที่ต่อยอดจากความชอบส่วนตัวในวัยเด็ก เป็นทัวร์แบบเน้นท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ สัมผัสวัฒนธรรม รับประทานอาหารท้องถิ่นที่อร่อยๆ พักค้างคืนในสถานที่ที่สะดวกสบาย โดยใช้จักรยานเป็นหลัก สิ่งที่ให้ความสำคัญมากที่สุดคือ เรื่องความปลอดภัยเช่นกัน จำกัดทริปละไม่เกิน 20 คน จักรยานนำมาก็เองได้ หรือให้ทางเราหาให้ก็ได้ ปั่นทริปละประมาณ 300 กม. ไม่เน้นโหด เน้นเที่ยว และออกกำลังกายเป็นหลัก
“สิ่งที่ผมทำ ครอบครัวภูมิใจมาก เพราะผมเริ่มจากสิ่งที่ชอบ จนเป็นสิ่งที่ใช่อย่างยั่งยืน คนไทยกลัวกิจกรรมผจญภัย แต่ชอบทำอะไรเสี่ยงๆ แต่กิจกรรมผจญภัยของผม ผมทำเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ทุกคน เน้นเรื่องความปลอดภัย ไม่ทำลายธรรมชาติ ทำธุรกิจควบคู่กับการดูแลธรรมชาติไปพร้อมๆ หมั่นศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม ทำให้มีความรู้ความเข้าใจในเนื้องานมากขึ้น ตั้งเป้าหมาย และพยายามทำงานให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เป็นหัวใจหลักในการทำธุรกิจของผม”
โจนาธาน โอเดต์ หุ้นส่วนชาวฝรั่งเศส ที่เป็นผู้จุดประกายความคิดในธุรกิจท่องเที่ยวแบบผจญภัย "ทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ พาร์ค ไทยแลนด์" เป็นชาวเมืองตูร์ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ริมแม่น้ำลัวร์ และเพียบพร้อมด้วยแหล่งท่องเที่ยวระดับยูเนสโก โจนาธานทำงานเกี่ยวกับออร์แกไนซ์ อีเวนท์ต่างๆ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ร่วมกับสถานทูตฝรั่งเศสของเมืองต่างๆ เช่น สปป.ลาว เอกวาดอร์ และเมืองไทย เขาพูดภาษาไทยได้ระดับหนึ่ง ชอบประเทศไทยมาก มาเที่ยวเมืองไทยทุกปี เป็นเวลา 12 ปีมาแล้ว
“ผมได้มีโอกาสร่วมก่อตั้ง ทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ พาร์ค ไทยแลนด์ กับแอ้ม เพราะเรามีวิสัยทัศน์เดียวกัน และมุ่งที่จะพัฒนาการท่องเที่ยวในเมืองไทย เรามั่นใจในมาตรฐานการรับรองความปลอดภัยที่ได้รับมาตรฐานจากองค์กรประเทศฝรั่งเศส ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรมของ ทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ พาร์ค ไทยแลนด์ จะช่วยส่งเสริมกิจกรรมผจญภัยในเมืองไทย ที่อนุรักษ์และสอดคล้องกับแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม และมีความเป็นธรรมชาติมากๆ ของเมืองไทย”
คุณเบล ลูกค้าที่มาใช้บริการท่องเที่ยวแบบผจญภัย "ทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ พาร์ค ไทยแลนด์" เล่าถึงความรู้สึกที่ได้เล่นกิจกรรมว่า ไปเล่นที่ ทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ พาร์ค จ.กระบี่ เป็นครั้งแรกที่ได้เล่นกิจกรรมประเภทนี้ สิ่งแรกเลยที่กล้าเล่น เพราะเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัย การป้องกันความปลอดภัย ระบบเซฟตี้ต่างๆ ใช้ได้เลย ตื่นเต้นมาก โดยเฉพาะตอนที่เล่นเหาะข้ามต้นไม้ ชอบมาก ถ้ามีโอกาสจะกลับไปเล่นอีก และจะชวนเพื่อนไปเล่นด้วยอย่างแน่นอน



