ข่าว

'เกษตรแปรรูป' ความท้าทายขับเคลื่อน ศก.

'เกษตรแปรรูป' ความท้าทายขับเคลื่อน ศก.

16 ธ.ค. 2558

เล่าสู่กันฟัง : 'เกษตรแปรรูป' ความท้าทายขับเคลื่อน ศก. : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์

 
                      อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรและอาหารเป็นสาขาที่มีศักยภาพสูง เพราะเชื่อมโยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งในภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ ภาครัฐจึงให้ความสำคัญและเร่งสนับสนุนการเพิ่มมูลค่าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ภาคการเกษตรของไทยเป็นอีกแรงในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
 
                      ในวันที่ 17 ธันวาคมนี้ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการคลัสเตอร์เกษตรแปรรูป จะนำแนวทางการพัฒนาคลัสเตอร์เกษตรแปรรูป เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบคลัสเตอร์ โดยขอสนับสนุนเงินทุนให้แก่นักลงทุนจำนวน 31 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการจำนวน 100 ราย ในปี 2559 ภายใต้โครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมแปรรูปการ เกษตรในภูมิภาค หรือ โอปอย ตรงนี้น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะกระแสความต้องการผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปทั้งในไทยและต่างประเทศรอบปีที่ผ่านมาเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
 
                      โครงการ “โอปอย” อาจจะไม่คุ้นหูคนทั่วไป แต่สำหรับผู้ประกอบการเกษตรแปรรูปจะรู้จักดี เพราะเป็นอีกก้าวของความมุ่งมั่นที่กระทรวงอุตสาหกรรมพยายามผลักดันให้อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปมีความมั่นคง และอยู่ได้อย่างยั่งยืน จึงได้จัดให้มีโครงการนี้ขึ้นเมื่อปี 2550 ถึงปัจจุบันมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการ จำนวน 1,199 ราย ในเบื้องต้นจะให้ทางอุตสาหกรรมจังหวัดเข้าไปสำรวจว่า ในแต่ละจังหวัดมีพืชผลการเกษตรอะไรที่โดดเด่นและควรชักชวนให้เข้าสู่กระบวนการแปรรูปสินค้าเกษตร เพราะมองว่า หากประเทศไทยยิ่งแปรรูปสินค้าได้มากขึ้นเท่าไร ยิ่งเป็นประโยชน์กับประเทศ ช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้น ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมให้เติบโตตามไปด้วย
 
                      ในส่วนสถานประกอบการเอสเอ็มอีแปรรูปสินค้าเกษตร จะมีการจัดจ้างที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้าไปให้คำแนะนำสถานประกอบการ 2 แผนงานที่เหมาะสมกับแต่ละกิจการ จากทั้งหมด 6 แผนงานพัฒนา คือ 1.การบริหารจัดการโลจิสติกส์ 2.การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 3.การปรับปรุงคุณภาพและพัฒนางาน 4.การลดต้นทุนพลังงาน ซึ่งทั้ง 4 ด้านจะต้องดีขึ้นกว่าเดิมร้อยละ 10
 
                      5.การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์/ระบบมาตรฐานสากล เพื่อยื่นขอการรับรองอย่างน้อย 1 ระบบ และ 6.กลยุทธ์ขับเคลื่อนการตลาด โดยที่ปรึกษาจะพิจารณาความเหมาะสมว่า แต่ละกิจการควรใช้แผนงานใด เมื่อได้ข้อสรุปร่วมกันกับผู้เข้าร่วมโครงการ ที่ปรึกษาจะเข้าไปให้คำปรึกษาเป็นระยะๆ ประมาณ 8-10 วันทำการ
 
                      โครงการนี้นอกจากจะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรของประเทศแล้ว ยังช่วยแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำในบ้านเราที่มีมาต่อเนื่องได้อย่างยั่งยืน เพราะวันนี้สินค้าเกษตรแปรรูปของไทยเป็นที่ต้องตาต้องใจของต่างประเทศมาก จึงเป็นโอกาสของประเทศไทยในการขยายตลาดสินค้าเกษตรแปรรูป ที่มีมูลค่าเพิ่มจากสินค้าเกษตรธรรมดาหลายเท่าตัว สร้างมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปให้เติบโตต่อเนื่อง
 
                      ความท้าทายของประเทศไทยขณะนี้ คือ การปรับทัศนคติของทุกภาคส่วน ทั้งภาคเกษตรกร ภาคธุรกิจ ภาคสังคม ให้ไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อชิงพื้นที่ทางการค้าในตลาดโลกที่กำลังเปิดกว้างสำหรับสินค้าเกษตรแปรรูปอย่างน่าสนใจ
 
 
 
 
----------------------
 
(เล่าสู่กันฟัง : 'เกษตรแปรรูป' ความท้าทายขับเคลื่อน ศก. : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์)