
'จักรทิพย์'สั่งสอบ'ปวีณ'ถูกคุกคาม
14 ธ.ค. 2558
ผบ.ตร.สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี 'พล.ต.ต.ปวีณ' ถูกข่มขู่คุกคามแล้ว ด้านอัยการคดีค้ามนุษย์ เผย สามารถวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์สืบพยานในชั้นศาลได้
14 ธ.ค. 58 จากกรณีที่ พล.ต.ต.ปวีณ พงษ์ศิรินทร์ อดีตรองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดชายแดนใต้ หรือ ศชต. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานคดีค้ามนุษย์โรฮิงญา ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ถูกข่มขู่คุกคามจากกลุ่มผู้มีอิทธิพล เนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่นั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ล่าสุดได้มีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้แล้วว่ามีมูลความจริงหรือไม่ พร้อมสั่งให้ตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีพนักงานสอบสวนในชุดนี้รายใดถูกข่มขู่คุกคามในลักษณะเดียวกันกับ พล.ต.ต.ปวีณ หรือไม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 8 และ 9 ซึ่งคาดว่าจะทราบความชัดเจนได้ภายในสัปดาห์นี้
ทางด้าน พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า จากการตรวจสอบบันทึกประจำวันของตำรวจในพื้นที่ ไม่พบว่า พล.ต.ต.ปวีณ มีการแจ้งความเรื่องถูกข่มขู่ ซึ่งการออกมาให้มูลในลักษณะนี้ อาจไม่สมเหตุสมผล เพราะ พล.ต.ต.ปวีณ เป็นข้าราชการตำรวจ ไม่ใช่ประชาชนทั่วไปที่จะถูกข่มขู่ได้อย่างง่ายดาย เพราะตามหลัก พล.ต.ต.ปวีณ ก็ควรเข้าแจ้งความ เพื่อให้ตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวนและเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยาน
วิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์สืบพยานในชั้นศาลได้
นายนายประยุทธ ป.สัตยารักษ์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา ว่า ในการนัดสืบพยานผู้เสียหายในชั้นศาลปากแรก จะเริ่มขึ้นในวันที่ 24 - 25 ธันวาคมนี้ จำนวน 3 - 4 ปาก และจะสืบพยานอีกครั้งในวันที่ 7 - 8 มกราคม 2559 และยาวไปตลอดทั้งปีเดือนละ 8 นัด รวมทั้งหมด 100 นัด จำนวนกว่า 100 ปาก ซึ่งคาดว่าภายในปีหน้าจะสามารถปิดคดีนี้ได้
ส่วนกรณี พล.ต.ต.ปวีณ ในฐานะพนักงานสอบสวนหลักผู้รับผิดชอบสำนวนค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญาที่ลี้ภัยไปต่างประเทศ สามารถวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ได้ เพราะประเทศไทยกับประเทศออสเตรเลียมีความร่วมมือทางคดีอาญาระหว่างประเทศอยู่ ซึ่งสามารถเบิกความได้หลังจากสืบพยานผู้เสียหายเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งไม่กระทบต่อการเป็นพยาน เพราะคดีนี้มีพนักงานสอบสวนที่ลงพื้นที่ติดตามคดีหรือร่วมรวบรวมพยานหลักฐานอยู่เป็นจำนวนมาก หรือถ้า พล.ต.ต.ปวีณ จะไม่วิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ก็ไม่กระทบต่อการสืบพยานในคดีเช่นเดียวกัน



