ข่าว

สถานการณ์ความมั่นคงอาเซียนปี2559

สถานการณ์ความมั่นคงอาเซียนปี2559

14 ธ.ค. 2558

สถานการณ์ความมั่นคงอาเซียนปี2559 : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น

           เป็นปีที่สิบเอ็ดติดต่อกันแล้วที่ช่วงปลายปีต่อต้นปี จะมีการนำเสนอบทความสี่ตอน วิเคราะห์คาดการณ์แนวโน้มของโลกในปีหน้า แบ่งออกเป็นภูมิภาคอาเซียน เอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป โดยบทความชิ้นนี้จะเป็นตอนแรกโดยประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงของอาเซียนในปี 2559

           อาเซียนภายใต้ปฐมบทของประชาคมอาเซียนที่บูรณาการครบสามเสาหลักทางนิตินัยทั้งด้านการเมืองความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรม น่าจะมีอนาคตที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป เพราะจีน สหรัฐ ญี่ปุ่น อินเดีย รัสเซียและออสเตรเลีย ต่างเพิ่มทวีปฏิสัมพันธ์มากขึ้น แน่นอนว่าในภาพรวมภูมิภาคดูแข็งแกร่ง เป็นแหล่งเจรจาภายใต้กรอบความสำคัญที่หลากหลาย แต่ประเทศใดจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์มากกว่ากันนั้นก็ต้องขึ้นกับฝีมือและสถานการณ์ในประเทศของตนเอง ปัญหาที่น่ากลัวที่สุดคือการแพร่กระจายลัทธิไอเอส ซึ่งอาจนำไปสู่การก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ที่ไม่มีใครคาดคิด ส่วนปัญหาทะเลจีนใต้ ก็จะยังเป็นหนามยอกอกชาติสมาชิก เพราะยังไงก็ไม่กล้ามีมติเอกฉันท์คัดค้านจีนที่ไม่หยุดขยายกำลังในพื้นที่

           ในสิบประเทศนั้นที่สดใสเรืองแสงไม่มีตำหนินั้นยังไม่มี แต่ที่เป็นที่น่าจับตากว่าใคร ก็คือเมียนมาร์ ที่เป็นประชาธิปไตยไปค่อนตัวแล้ว คาดว่ากองทัพไม่กล้าเบี้ยวซูจี ขณะที่ซูจีก็ฉลาดพอที่จะไม่กินรวบ ปรองดองสไตล์ที่เคยมีคนหวังให้เกิดในไทยน่าจะจุติที่เมียนมาร์ก่อน ถ้าไม่มีอะไรผิดคาดในการเลือกตั้งประธานาธิบดีและจัดตั้งรัฐบาล เศรษฐกิจเมียนมาร์ทะยานต่อพร้อมข้อเสนอดีๆ จากมหาอำนาจแน่นอน แต่ก็ให้ระวังปัญหากลุ่มชาติพันธุ์ที่ไม่น่าจบง่ายๆ และปัญหาศาสนาที่อาจปะทุได้ทุกเมื่อ

           ประเทศที่ดูเหมือนจะมีปัญหาหนักหน่วงกับจีน คือเวียดนามและฟิลิปปินส์นั้นกลับเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างไม่น่าเชื่อ แม้ว่าความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ในปีนี้จะยังไม่ถึงขั้นสงคราม แต่การที่ทั้งสองชาติเพิ่มการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์มากขึ้น ทำให้บรรยากาศการซื้อขายอาวุธในภูมิภาคอบอวลคึกคัก ฟิลิปปินส์นั้นปีนี้จะเป็นปีที่พิสูจน์ว่าเขตปกครองพิเศษบังสาโมโรนั้นจะมีอนาคตจริงหรือไม่และประธานาธิบดีคนใหม่จะเก่งเท่าเบนิโญ อาคีโนหรือไม่

           ปี 59 นี้ยังเป็นการแสดงฝีมืออย่างแท้จริงของประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ผู้มีแนวคิดไม่เหมือนใคร อินโดนีเซียกำลังต่อยอดความสำเร็จของผู้นำคนก่อนที่ปูฐานไว้แข็งแกร่ง ถ้าการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับนานาชาติได้ดี อินโดนีเซียจะอยู่ในแทร็กของว่าที่มหาอำนาจต่อไป เช่นเดียวกับสิงคโปร์ในขวบปีที่ 51 ที่รัฐบาลแสดงความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปโดยยังคงความเป็นเลิศไว้ได้

           ในกลุ่มประเทศที่น่าเป็นห่วงนั้น นอกเหนือจากไทยซึ่งไม่ต้องพูดถึงแล้ว ลาวซึ่งอิทธิพลจีนมาแรงเหลือเกินกำลังปรับตัวให้ถ่วงดุลการถูกครอบงำจกกจีนกับการไหลบ่าของความเจริญทางเศรษฐกิจสมค่าความเป็นแบตเตอรี่ของอาเซียน แต่ถ้าจัดการปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมไม่ดีก็อาจจะเป็นปัญหาหนักต่อไป ขณะที่กัมพูชานั้นความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้านดูเหมือนจะรุนแรงขึ้น แต่เชื่อว่าฮุน เซน เข้าใจโลกยุคนี้เพียงพอที่จะไม่ทำให้ประเทศต้องกระทบกระเทือนมากนัก ที่น่าเป็นห่วงสุดคือมาเลเซียที่แตกแยกกันสูงมากทั้งทางการเมืองและสังคม คงเป็นเรื่องน่าแปลกใจถ้านาจิบ ราซัคจะรอดไปได้ สำหรับบรูไนจะเพิ่มบทบาทในอาเซียนมากขึ้น ขณะที่ติมอร์เลสเต ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ