
คณินชี้10ข้อเสียส.ว.ระบบสมัครกันเองเลือกกันเอง
13 ธ.ค. 2558
คณินชี้ 10 ข้อเสีย ส.ว.ระบบสมัครกันเองเลือกกันเอง
วันที่ 13 ธันวาคม 2558 นายคณิน บุญสุวรรณ อดีตส.ส.ร. ปี 40 ได้กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) เสนอวิธีการได้มาซึ่ง ส.ว.โดยให้สมัครกันเองเลือกกันเองภายใน 20 กลุ่มจากระดับอำเภอ จังหวัด เรื่อยมาจนถึงระดับประเทศ ว่า วิธีนี้ไม่ใช่การเลือกตั้งทางอ้อมแต่เป็น “การแต่งตั้งทางอ้อม” มากกว่า ส่วนวิธีการที่ กรธ.เสนอนั้น มีผลเสีย 1. วิธีนี้ถึงอย่างไรก็ไม่ทำให้ผู้ที่ ได้รับแต่งตั้งเป็น “ผู้แทนปวงชนชาวไทย” อย่างมากก็เป็นได้แค่ “ผู้แทนกลุ่ม” เท่านั้น แล้วจะมาทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรและควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลได้อย่างไร 2.การกำหนดกลุ่มเพียงแค่ 20 กลุ่ม แล้วให้เลือกกันเองในแต่ละกลุ่ม ไม่หลากหลายและทั่วถึง ดังนั้น จึงป่วยการที่จะอ้างว่าเป็นตัวแทนโดยชอบธรรมของทุกกลุ่มทั่วประเทศ ที่สำคัญไม่ว่าจะจัดกลุ่มแบบไหนก็ต้องมีการตกสำรวจ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอาชีพ กลุ่มศิลปวัฒนธรรม กลุ่มศาสนา กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มสังคม กลุ่มข้าราชการ กลุ่มกีฬา กลุ่มเอ็นจีโอ กลุ่มนักวิชาการ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มสหกรณ์ ยังจะมีการตั้งกลุ่มขึ้นมาใหม่เพื่อส่งตัวแทนเข้าสมัครเป็น ส.ว. อีกด้วย ในเมื่อประชากรทั้ง 60 กว่าล้านคน สามารถแบ่งกลุ่มได้เป็นพัน แต่มีกลุ่มที่จะเป็น ส.ว.ได้เพียง 20 กลุ่ม แล้วที่เหลือจะเอาเขาไปไว้ที่ไหน
นายคณิน กล่าวว่า 3.การให้สมัครกันเอง เลือกกันเองในแต่ละกลุ่ม อย่างไรเสียก็หนีไม่พ้นการ “บล็อกโหวตหรือฮั้ว” ยิ่งถ้าไม่กำหนดวุฒิการศึกษา เป็นใครก็ได้ยิ่งแล้วใหญ่ การบล๊อกโหวต คือการซื้อเสียงตัวพ่อแถมยังซื้อง่ายและได้แน่ๆ ไม่เหมือนเลือกตั้งที่ซื้อไปแล้วยังไม่แน่ว่าจะได้เพราะชาวบ้านรับเงินแล้วอาจไปกาเบอร์อื่นก็ได้ 4. วิธีนี้จะทำให้มีการฟ้องร้องกันมากและกกต.ซึ่งเป็นคนกลางในการรับสมัครจะต้องปวดหัวเพราะจะมีคนจำนวนมากที่รู้สึกว่าตัวเองเสียสิทธิในการสมัครหรือถ้าประกาศรายชื่อมาแล้วไม่ยอมรับ ก็ต้องยื่นให้ กกต.สอยคนที่อยู่ในบัญชีรายชื่อคนที่ได้รับเลือก แล้ว กกต.จะเอาเกณฑ์อะไรไปตัดสิน ที่สำคัญ อาจทำให้เรียกประชุมวุฒิสภาไม่ได้ เพราะมี ส.ว. ไม่ครบจำนวน
นายคณิน กล่าวอีกว่า การให้สมัครกันเอง เลือกกันเองมาตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด จนมาถึงระดับประเทศนั้น ทำให้ กกต. รวมทั้งผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลังสามารถหยิบใครก็ได้ให้เป็น ส.ว.จนครบ 200 คน โดยไม่ต้องคำนึงถึงสัดส่วนของแต่ละจังหวัดหรือแม้แต่สัดส่วนของกลุ่ม 6.วิธีนี้หนีไม่พ้นการวิ่งเต้น ลอบบี้เพื่อที่ตนเองจะได้เป็น ส.ว. จะมีประเภท “เด็กฝาก” เต็มไปหมด ซึ่งจะทำให้วุฒิสภามีสภาพไม่ผิดอะไรกับ “สภาเด็กฝาก” 7. วิธีได้มาซึ่ง ส.ว. โดยวิธีนี้ในที่สุด ส.ว. 200 คน ก็จะประกอบด้วยบรรดานักธุรกิจ พ่อค้า เจ้าของโรงงานอุตสาหกรรม เอ็นจีโอ คนมีชื่อเสียง หรือผู้มีอิทธิพลในแต่ละจังหวัด รวมทั้ง บรรดานายพลและข้าราชการระดับสูงที่เกษียณอายุและส่วนใหญ่จะเป็นคนในกรุงเทพฯ หรือไม่ก็เป็นนอมินีของบรรดาเจ้าสัวและผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย ซึ่งทั้งรวยล้นและมีกิจการใหญ่โต ซึ่งบรรดาคนเหล่านี้ ถึงแม้จะได้เป็น ส.ว.แล้ว แต่ก็จะถือเอางานสภาเป็น Part Time ส่วนงานปกติ คือ ธุรกิจและผลประโยชน์ของพวกตนเป็นหลัก แถมยังมีโอกาสใช้สิทธิพิเศษต่างๆ เป็นต้นว่านั่งเครื่องบินฟรี คอนเน็กชั่นระดับสูง เครื่องราชย์สายสะพายเชิดหน้าชูตา ไปใช้ประโยชน์ในการประกอบธุรกิจของตนเอง
นายคณิน กล่าวว่า 8.เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ก็ไม่มีความผูกพันกับพื้นที่ใด จังหวัดใด เวลาอภิปรายในสภาจะบอกว่า ตนเป็น ส.ว.จากจังหวัดใดก็ไม่ได้ แต่ถ้าจะบอกว่าเป็น ส.ว.จากกลุ่มใดก็ดูประดักประเดิดผิดลักษณะของความเป็นสภา เมื่อเป็นเช่นนั้นบรรดา ส.ว.ทั้งหลายก็จะทำงานหรือกลั่นกรองกฎหมายหรือแม้แต่การอภิปรายในสภาก็จะเป็นเรื่องของการรักษาผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มนั้น เรื่องที่จะรักษาผลประโยชน์หรือดูแลช่วยเหลือเยียวยาคนชั้นกลางระดับล่างและคนระดับล่างที่อยู่ห่างไกลเป็นไปได้ยาก 9. ถ้ามีตำแหน่ง ส.ว.ว่างลงจะตั้งซ่อมกันอย่างไร มิต้องให้คนในแต่ละกลุ่มสมัครกันเอง เลือกกันเองไล่มาถึงแต่ลำดับอำเภอ จังหวัด ถึงระดับประเทศหรือหรือจะเลื่อนผู้ที่สอบตกอันดับแรกขึ้นมาเป็นแทน
นายคณิน กล่าวว่า 10.กกต.จะตรวจสอบและไต่สวนการทุจริตในการสมัครกันเอง เลือกกันเองได้อย่างไร และถ้ามีการแจกเงินหรือจัดเลี้ยง กกต.จะทำอย่างไร ให้ใบเหลือง ใบแดง เหมือนเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่ จะใช้กฎหมายใดมาควบคุมและถ้ามีการร้องเรียนว่ามีการทุจริต ทุจริตอย่างไร และ กกต. จะทำอย่างไรในเมื่อวิธีนี้ไม่ใช่ทั้งการเลือกตั้งหรือการสรรหาอย่างแต่ก่อน



