ข่าว

6 โจ๋ทำร้ายหนุ่ม 19 ถึงตาย 2558 อันธพาลครองเมืองกาญจน์ ?

6 โจ๋ทำร้ายหนุ่ม 19 ถึงตาย 2558 อันธพาลครองเมืองกาญจน์ ?

13 ธ.ค. 2558

เรื่องเล่าข่าวดัง : 6 โจ๋ทำร้ายหนุ่ม 19 ถึงตาย 2558 อันธพาลครองเมืองกาญจน์ ? : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม

 
                      “เห็นคลิปแล้วตกใจ ไม่คิดว่าวัยรุ่นบ้านเราจะโหดเหี้ยมได้มากมายเช่นนี้ รุมทำร้ายกันแบบซ้ำแล้วซ้ำอีกราวกับโกรธเกลียดกันมาแต่ชาติปางไหน และยิ่งได้รู้ว่าไม่เคยเจอกันมาก่อน ไม่ได้มีเรื่องกระทบกระทั่งกันมา ยิ่งสะท้อนใจ หรือเมืองกาญจน์บ้านเราในวันนี้ แม้เลขในปฏิทินจะเป็น 2558 แต่พฤติการณ์ของวัยรุ่นจะย้อนกลับไปในปี 2499 คือมีพฤติการณ์เข้าข่ายอันธพาลครองเมือง”
 
                      มีไม่บ่อยครั้งนักที่ชาวเมืองกาญจน์จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพความเป็นไปของจังหวัด โดยเฉพาะในประเด็นของกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งนับวันจะยิ่งสร้างปัญหาสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวเมือง 
 
                      “สิบกว่าปีหลังมานี้ค่อนข้างรุนแรงนะ เหมือนแบ่งกันเป็นชุมชน บางกลุ่มมีรถยนต์ รถกระบะ รถจักรยานยนต์ธรรมดาไป ไปไหนก็เห็นกันเป็นกลุ่ม ก็สงสัยนะว่าอายุยังน้อย ยังไม่มีงานมีการทำกัน กลับมีรถราใช้แล้ว แถมยังมีปืนก็เห็นยิงกันบ่อย เรารู้ดีว่าเพราะอะไร หนีไม่พ้นยาเสพติดหรอก” ชาวกาญจนบุรีวัย 40 ปีเศษ กล่าวถึงพฤติกรรมของวัยรุ่นในเมืองกาญจนบุรี
 
                      เสียงวิพากษ์วิจารณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากคลิปวิดีโอขณะกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายชายวัยเดียวกันจนเสียชีวิต เหตุเกิดที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง ริมถนนแสงชูโต กลางเมืองกาญจนบุรี ถูกนำมาเผยแพร่ผ่านสังคมออนไลน์ ไม่นานกระแสเรียกร้องให้มีการจับกุมผู้ที่ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว เพราะสิ่งที่วัยรุ่นกลุ่มนี้กระทำสะท้อนให้เห็นถึงการใช้ความรุนแรงที่นับวันจะมีมากขึ้น
 
                      เหตุรุนแรงครั้งนี้เกิดขึ้นราวตีสี่ของวันที่ 6 ธันวาคม ที่ผ่านมา ขณะนายกฤษฎา อ่อนน้อม พร้อมเพื่อนชายและหญิงอีก 2 คน กำลังเตรียมกลับบ้านหลังเที่ยวงานประจำปี ได้ถูกวัยรุ่น 6 คน นำโดยนายพงศ์วิทย์ เทพกาวีระ ทำร้ายจนเสียชีวิต ส่วนเพื่อนชายอีกคนบาดเจ็บ
 
                      ตำรวจใช้เวลาเพียง 1 วัน ก็สามารถจับ นายติณห์ เทวกุล และนายไพศาล จันเมธากุลวัฒน์ สองวัยรุ่นที่รุมทำร้ายนายกฤษฎาจนเสียชีวิต โดยยอมรับว่า ลงมือทำร้ายผู้ตายจริงโดยไม่รู้จักกันมาก่อน เพียงแต่เข้าใจผิดว่าเป็นวัยรุ่นที่อยู่ในชุมชน ซึ่งเป็นคู่อริกัน เช่นเดียวกับนายพงศ์วิทย์ เทพกาวีระ ผู้ร่วมก่อเหตุอีกราย ที่เข้ามอบตัวหลังจากเพื่อนร่วมกลุ่มถูกจับไม่นาน
 
                      ตำรวจขยายผลพบว่า วัยรุ่นกลุ่มนี้อยู่ในก๊วนชุกโดน ซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายนักเลงอันธพาล บางรายพัวพันการค้ายาเสพติดในชุมชนชุกโดน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ซึ่งกลุ่มนี้มีเรื่องขัดแย้งกับวัยรุ่นก๊วนเตาปูน ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเตาปูน ไม่ห่างกันนัก โดยวัยรุ่นสองชุมชนนี้ทะเลาะกันบ่อยครั้ง สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น
 
                      “กลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นวัยรุ่นในชุมชนชุกโดน ซึ่งไม่มีอาชีพ รวมตัวกันเที่ยวเตร่เป็นประจำ และมักมีเรื่องทะเลาะกับวัยรุ่นต่างหมู่บ้านอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะวัยรุ่นจากชุมชนเตาปูน ซึ่งก็อยู่ในตำบลเดียวกัน เรื่องที่ทะเลาะกันบ่อยคือเขม่นกัน บางครั้งก็เรื่องแข่งกันจีบสาว วันเกิดเหตุรวมตัวกันไปเที่ยวงานประจำปีที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว พองานเลิกก็มาดื่มกินกันต่อ พอดีมาเห็นผู้ตายหน้าคล้ายคู่อริที่เป็นเด็กในชุมชนเตาปูน ก็เข้าไปถามแล้วลงมือทำร้ายเลย โดยไม่ได้มีเรื่องทะเลาะวิวาทอะไรกันมาก่อน หลังจากนี้คงถึงเวลาเอาจริงเอาจังกับปัญหาวัยรุ่นเกเรกันเสียที คงต้องจัดกำลังออกตรวจสอบอย่างเข้มงวด ที่สำคัญคือเรื่องอาวุธ คงต้องตรวจค้นกันอย่างเข้มข้น” พล.ต.ต.สุรนิตย์ พรหมบุตร ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ให้ข้อมูล
 
                      สอดคล้องกับ พ.ต.อ.พิศุทธิ์ ศุกระศร ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี กล่าวว่า กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่มีอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มชุกโดน และกลุ่มเตาปูน โดย 2 กลุ่มนี้มีเรื่องทะเลาะวิวาทกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อมานานกว่า 20 ปี จนตกมาถึงรุ่นลูกในปัจจุบัน ซึ่งแก๊งนี้มีสมาชิกในกลุ่มไม่ถึง 10 คน แต่จะมีหัวโจกที่มีพฤติกรรมไม่ดีอยู่ไม่เกิน 5 คนในแต่ละกลุ่ม กลุ่มชุกโดนจะพัวพันกับการค้ายาเสพติด ทำให้มีเงินสามารถไปซื้อรถและแต่งรถ รวมถึงไปเที่ยวเตร่ ส่วนกลุ่มเตาปูนจะมีพฤติกรรมไม่ดีทั่วไป แต่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
 
                      “2 กลุ่มนี้ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนกับกลุ่มนักเรียนอาชีวะสถาบันที่มีประวัติตะลุมบอนกันบ่อยครั้ง เจอหน้ากันไม่ได้ต้องมีเรื่องกันทุกครั้ง แต่กลุ่มพวกนี้ก็เป็นเด็กวัยรุ่นธรรมดาทั่วไปที่ไม่มีงานทำ กลางวันนอน กลางคืนมีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ครอบครัวมีปัญหาเลิกรา จึงทำให้เด็กมีปัญหาเมื่อเติบโตขึ้น” พ.ต.อ.พิศุทธิ์ บอก
 
                      ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐาน โดยมีเบาะแสสำคัญคือ ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดที่มีเพียงจุดเดียวในละแวกที่เกิดเหตุ นำมาสู่การขออำนาจศาลออกหมายจับนายนิตินัย หรือมอส วัชรานุทัศน์ วัย 25 ปี นายปริญญ์ (นามสมมุติ) วัย 18 ปี นายชัยอนุวัต หรือต้น รอดภัย วัย 23 ปี นายติณห์ หรือเว เทวกุล วัย 21 ปี นายไพศาล หรือโอ๊ต จันทร์เมธากุลวัฒน์ วัย 20 ปี และนายพงศ์วิทย์ เทพกาวีระ หรือ “วิท ชุกโดน” วัย 19 ปี 
 
                      3 รายหลังถูกตำรวจติดตามจับกุมได้ บางรายเข้ามอบตัว แต่ในสามรายแรกยังคงหลบหนี โดยเฉพาะนายมอส พบมีการโพสต์ข้อความท้าทายตำรวจ โดยอ้างว่ามีข้าราชการระดับนายพลหนุนหลัง ไม่เกรงกลัวตำรวจ แต่หลังนายพงศ์วิทย์เข้ามอบตัว ก็ยืนยันกับตำรวจว่า ผู้ที่โพสต์ข้อความในโลกออนไลน์ในลักษณะท้าทายอำนาจรัฐนั้น ไม่ใช่ตัวจริงของนายมอส เพราะระหว่างที่หลบหนีอยู่ด้วยกันนายมอสไม่สามารถเข้าถึงโซเชียลเน็ตเวิร์กได้
 
                      แต่ประวัติของนายมอสไม่ธรรมดา เคยก่อเหตุคิดบัญชีแค้นกับคู่อริที่ยิงหญิงสาวคนสนิทบาดเจ็บ และเคยก่อเหตุปาดคอคู่อริที่มีเรื่องขัดแย้งกันที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านถนนริมน้ำ กลางเมืองกาญจนบุรี ซึ่งยังคงอยู่ระหว่างการหลบหนีศาลหลังได้รับการประกันตัว
 
                      ส่วนนายพงศ์วิทย์ ตำรวจตรวจสอบประวัติพบว่า เมื่อปี 2555 เคยต้องคดีค้ายาเสพติด เคยก่อเหตุยิงคู่อริเสียชีวิต โดยขณะก่อคดีนี้มีอายุเพียง 16 ปีเศษ ในครั้งนั้นถูกคุมขังที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดกาญจนบุรี เป็นเวลากว่า 1 ปี เพิ่งพ้นโทษออกมาได้ไม่นานก็ก่อคดีร่วมกับพวกทำร้ายผู้อื่นจนเสียชีวิตซ้ำ
 
                      “คืนนั้นพวกผมไปนั่งกินเหล้าที่ร้านอาราเบียน และพบกลุ่มวัยรุ่นเตาปูนคู่อรินั่งอยู่โต๊ะฝั่งตรงกันข้ามประมาณ 6-7 คน ก็นั่งกันตามปกติ และต่อมาเริ่มมีการเขม่นกันขึ้น จากนั้นวัยรุ่นชื่อเอิร์ต ที่ใส่เสื้อสีเขียว เดินออกไปนอกร้าน ไปตามพวกเด็กเตาปูนชื่อเพชรมา แต่ไม่ยอมเข้าไปในร้าน ได้แต่ยืนชะเง้อมองที่หน้าประตูร้าน จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นเตาปูนก็เช็กบิลแล้วเดินออกจากร้าน ซึ่งพวกผมก็เช็กบิลแล้วก็เดินตามไป เมื่อออกไปหน้าร้านก็พบว่ากลุ่มวัยรุ่นเตาปูนที่ชื่อเพชรนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์อยู่ 2 คน ส่วนนายเอิร์ตยืนอยู่กับผู้หญิง 1 คน เมื่อพวกผมมองไปก็เห็นว่ากลุ่มวัยรุ่นที่นั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์กำลังโทรศัพท์อยู่ พวกผมจึงไปเอารถกระบะและรถเก๋งที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้าม แล้วขับยูเทิร์นกลับมาหากลุ่มวัยรุ่นเข้าไปถามว่าเป็นเด็กที่ไหน ก็ได้คำตอบว่าเป็นเด็กเตาปูน เที่ยวอยู่กับคนชื่อเพชร พวกผมก็รุมต่อยและทำร้ายทันที โดยไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวกันมาก่อน ที่ลงมือก็เพราะตอนที่พวกผมถูกเด็กเตาปูนทำร้ายก็ไม่ได้มีเรื่องกันส่วนตัว ถูกทำร้ายก็เพราะเป็นเด็กชุกโดนเหมือนกัน” นายพงศ์วิทย์อ้างถึงสาเหตุที่ก่อเหตุทำร้ายนายกฤษฎาจนเสียชีวิต
 
                      ในรอบปีที่ผ่านมา จ.กาญจนบุรี มีคดีอุกฉกรรจ์ที่กลุ่มวัยรุ่นกระทำความผิดบ่อยครั้ง โดยเมื่อเดือนเมษายน วัยรุ่น 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิงคู่อริตาย 1 คน บาดเจ็บอีก 1 คน หลังมีเรื่องทะเลาะกันในสถานบันเทิง ปลายเดือนพฤษภาคม กลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุลวงนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษไปข่มขืน และเมื่อเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา 5 ชายวัยรุ่นรุมแทงเด็กชายวัยเพียง 14 ปี เสียชีวิต เพราะไม่พอใจที่ผู้ตายมองหน้า
 
                      ชนวนเหตุแห่งความรุนแรง ไม่ได้เพราะมีเรื่องขัดแย้งหรือมีชนวนเหตุที่เกิดจากเรื่องส่วนบุคคลมาก่อน แต่เป็นเหตุที่เกิดจากอคติความเกลียดชังการกระทบกระทั่งกันระหว่างชุมชนที่มีมาเก่าก่อน พฤติการณ์อันธพาลที่จ้องจะหาเรื่องบุคคลที่อ่อนแอกว่า พฤติการณ์เช่นนี้ไม่แตกต่างกับพฤติกรรมของกลุ่มอันธพาล ที่เคยก่อความเดือดร้อนให้สังคมในยุค 2499 ที่ถูกนำมาถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์ “2499 อันธพาลครองเมือง” 
 
                      หรือจะเป็นยุค 2558 อันธพาลครองเมืองกาญจน์? 
 
 
 
-------------------
 
(เรื่องเล่าข่าวดัง : 6 โจ๋ทำร้ายหนุ่ม 19 ถึงตาย 2558 อันธพาลครองเมืองกาญจน์ ? : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม)