ข่าว

รวบผัวเมียตระเวนงัดร้านกาแฟดัง

รวบผัวเมียตระเวนงัดร้านกาแฟดัง

12 ธ.ค. 2558

รวบผัวเมียตระเวนงัดร้านกาแฟดัง ฉกเงินตู้บริจาค สารภาพเคยเป็นพนักงานรู้ช่องทางงัดแงะ ทำมาแล้วกว่า 10 ครั้ง อ้างรายได้ไม่พอเลี้ยงลูกเล็ก 2 คน

 
                      12 ธ.ค. 58  เมื่อเวลา 12.00 น.  พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.อัศวยุทธ นุชพุ่ม รอง ผบก.น.3 พ.ต.อ.ภิรมย์ สวนทอง ผกก.สส.บก.น.3 พ.ต.อ.สมเกียรติ สมใจ ผกก.สน.ลำผักชี พ.ต.อ.มานะ มหาศะรานนท์ พงส.ผทค.สน.ลำผักชี พ.ต.ท.อำนวย พานทอง สวป.สน.ลำผักชี และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ลำผักชี ร่วมกันควบคุมตัวนายชัยพงษ์ สะหนิบุตร อายุ 32 ปี และ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพภายหลังร่วมกันก่อเหตุลักทรัพย์เงินสดและตู้รับบริจาคภายในร้านกาแฟ สาขาปั๊มน้ำมัน ฝั่งขาเข้า (ใกล้วัดใหม่ลำนกแขวก) ถนนสุวินทวงศ์ แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กทม. และฝั่งขาออก โดยสามารถจับกุมตัวได้ภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ย่านซอยเสรีไทย แขวงและเขตคันนายาว กทม. พร้อมของกลางเงินสด 3,000 บาท ไขควง 1 ด้าม และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีชมพู-ดำ ทะเบียน สมม 751 กรุงเทพมหานคร 1 คัน
 
                      พล.ต.ต.ชัยพร กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 22.30 น. วันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สน.ลำผีกชี รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ภายในร้านกาแฟดังกล่าว ก่อนที่คนร้ายจะไปก่อเหตุเพิ่มเติมภายในร้านกาแฟ สาขาปั๊มน้ำมัน ช่วงบริเวณทางเข้านิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง รวมทั้งสิ้น 3 ร้าน ได้ทรัพย์สินไปทั้งสิ้น 24,851 บาท จึงประสานให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด กระทั่งพบภาพคนร้ายขณะลงมือก่อเหตุได้อย่างชัดเจน ก่อนสืบทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองรายได้หลบหนีไปพักอาศัยอยู่ย่านเสรีไทย จึงขออนุมัติหมายศาลเพื่อออกหมายจับจนกระทั่งสามารถควบคุมตัวได้ทั้งหมด
 
                      พล.ต.ต.ชัยพร กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนทราบว่า นายชัยพงษ์ เคยเป็นพนักงานของร้านกาแฟมาก่อน โดยทำมานานกว่า 1 ปีแล้ว จึงรู้ช่องทางในการเข้าไปขโมยทรัพย์สินและตู้รับบริจาคเป็นอย่างดี จากนั้นได้ลาออกจากงาน ก่อนผันตัวเองออกล่าตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์ในลักษณะดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาเคยก่อเหตุทั้งสิ้นรวมถึง 11 คดี โดยเน้นก่อเหตุในพื้นที่ บก.น.2 บก.น.3 และ บก.น.4 กระทั่งมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว
 
                      จากการสอบสวนนายชัยพงษ์รับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยเน้นลงมือก่อเหตุช่วงเวลากลางคืนเท่านั้น เนื่องจากลับตาผู้คน โดยก่อนเกิดเหตุตนพร้อม น.ส.เอ ได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปเติมน้ำมันในปั๊มน้ำมัน 50 บาท เมื่อเติมเสร็จจึงให้แฟนสาวไปนั่งรออยู่ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ จากนั้นเดินเลี่ยงไปเรื่อยๆ จนถึงหลังร้านกาแฟ ก่อนใช้ไขควงที่เตรียมมางัดช่องหน้าต่าง แล้วมุดเข้าไปขโมยทรัพย์สินในช่องเก็บเงินและในกล่องรับบริจาค ก่อนหลบหนีออกมา
 
                      นายชัยพงษ์ กล่าวด้วยว่า สาเหตุที่ออกตระเวนลักทรัพย์ เพราะตนกับแฟนมีลูกเล็ก 2 คน โดยก่อนหน้านี้เคยทำงานที่ร้านกาแฟดังกล่าวและลาออกมาทำงานรับจ้างรายวันแต่รายได้ไม่พอเลี้ยงครอบครัว จึงตัดสินใจออกตระเวนลักทรัพย์
 
                      เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั่นเข้าไปด้วยประการใดๆ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป ก่อนนำตัวพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.ลำผักชี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป