ข่าว

ยัวะ!อดีตเมียไม่ให้กินข้าวด้วยคว้ามีดแทงดับ

ยัวะ!อดีตเมียไม่ให้กินข้าวด้วยคว้ามีดแทงดับ

12 ธ.ค. 2558

สลด! หนุ่มใหญ่ยัวะอดีตเมียไม่ยอมให้กินข้าวด้วย คว้ามีดปอกผลไม้แทงดับ อีกคดีที่ชลบุรี แก๊งกระเทยชายหาดรุมยำเฒ่าเมืองผู้ดีอ่วม หลังปฏิเสธซื้อบริการ

 
       เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 12 ธันวาคม 2558 พ.ต.ต.สุชาติ จันทร์สิงห์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี สาขาย่อยรัตนาธิเบศร์ รับแจ้งเหตุมีคนถูกแทงเสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 142/58/31 ซ.ติวานนท์ 33 ถ.ติวานนท์ ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี พ.ต.ท.ปัณณพัฒน์ เดชโชติพิสิฐษ์ รอง ผกก.สส. แพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ศูนย์ธรรมศาสตร์รังสิต และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต๊กตึ่ง
 
       ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพานิชย์ 3 ชั้น 2 คูหาติดกัน โดยชั้นล่างเปิดเป็นสำนักงานบริษัทรับตกแต่งอาคาร เมื่อขึ้นไปที่ชั้นดาดฟ้าของอาคารพบศพ น.ส.สุนทรา (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี พนักงานของบริษัทดังกล่าว สภาพศพนอนหงายหน้าเสียชีวิต สวมเสื้อแขนกุดสีเขียว กางเกงขาสั้นสีดำ มีบาดแผลถูกแทงที่หน้าอกซ้าย 1 แผล ลิ้นปี่ 1 แผล ส่วนที่มือซ้ายและมือขวาถูกของมีคมบาดจนเป็นแผลลึกทั้งสองข้าง ใกล้กันพบถุงกับข้าวตกอยู่ข้างตัว 
 
       ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อต่อมาคือ นายทองอินทร ชะดานิน อายุ 52 ปี อดีตสามีของผู้ตายที่เลิกรากันไปนานแล้ว หลังก่อเหตุถูกชาวบ้านช่วยกันจับตัวเอาไว้ได้ในสภาพมีกลิ่นเหล้าเหม็นคละคลุ้งไปทั้งตัว
 
       จากการสอบสวนนายทองอินทร ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือแทงผู้ตาย ซึ่งเป็นอดีตภรรยา โดยก่อนเกิดเหตุตนได้เดินทางมาที่บริษัทดังกล่าวเพื่อเตรียมตัวไปทำงานกับพนักงานคนอื่นๆ พร้อมผู้ตาย แต่ตนมาก่อนเวลา จึงได้เดินขึ้นไปที่ห้องนอนของผู้ตายซึ่งอยู่บนชั้นดาดฟ้า และเห็นผู้ตายเพิ่งซื้อกับข้าวมาจึงพูดกับผู้ตายว่าจะขอกินข้าวด้วย แต่ถูกผู้ตายด่าท่อต่อว่าอย่างรุนแรง จึงบันดาลโทสะหยิบมีดปอกผลไม้ในตะกร้าแทงใส่ผู้ตายไปหลายครั้งจนเสียชีวิต ก่อนจะวิ่งหนีลงมา แต่ถูกชาวบ้านช่วยกันจับตัวได้
 
       ต่อมาลูกสาวผู้ตาย อายุ 18 ปี ได้เดินทางกลับมาจากทำธุระ เมื่อทราบข่าวว่าแม่ได้ถูกนายทองอินทร์ แทงจนเสียชีวิตถึงกลับร้องไห้เข้าไปกอดศพแม่อยู่นาน เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันปลอบ
 
       เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายทองอินทร์ กลับมาสอบสวนต่อที่ สภ.เมืองนนทบุรี เนื่องจากนายทองอินทร ยังคงให้การวกวนเพราะฤทธิ์เหล้า โดยไม่ยอมบอกว่ามีดที่ใช้ก่อเหตุนำไปซ่อนไว้ที่ใด พร้อมแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ก่อนจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 
 
ชลบุรี - แก๊งกระเทยชายหาดรุมยำเฒ่าเมืองผู้ดีอ่วม หลังปฏิเสธซื้อบริการ
 
 
       เมื่อเวลา 04.00 น.วันที่ 12 ธ.ค. นายเมอฟี่ เลสลี่ (Murphy Leslie) อายุ 69 ปี สัญชาติอังกฤษ ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.จักรกฤษ จันตาคำ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ในสภาพมีบาดแผลแตกที่ใบหน้า ดั้งจมูกหักเลือดไหลอาบ ว่าถูกกระเทยที่ชายหาดจอมเทียนทำร่างร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ หลังรับแจ้งจึงได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน เมืองพัทยา ทำการปฐมพยาบาลบาดแผลเบื้องต้น
 
       จากการสอบปากคำนายเมอฟี่ ให้การว่า ขณะที่ตนเดินเล่นอยู่บริเวณชายหาดจอมเทียน ได้มีกลุ่มกระเทยที่อยู่บริเวณนั้นเข้ามาโอบกอดและลูบไล้เพื่อเสนอขายบริการทางเพศ แต่ตนได้ปฏิเสธไปเพราะไม่ชอบ โดยได้เอะอะโวยวายใส่กลุ่มกระเทย ก่อนที่ตนจะเดินหนีไป แต่พอมาถึงบริเวณปากซอย 7 จอมเทียน ได้มีกระเทย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามมาแล้วได้จอดรถเดินเข้ามาใช้หมวกกันน๊อคตีเข้าที่ใบหน้าของตน จากนั้นได้พากันหลบหนีไป ตนจึงได้เดินมาขอความช่วยเหลือจากวินจักรยานยนต์รับจ้างที่โค้งดงตาล พามาแจ้งความดังกล่าว
 
       ภายหลังจากการสอบสวนในเบื้องต้นแล้วจึงลงบันทึกเป็นหลักฐาน พร้อมประสานชุดสืบสวนลงพื้นที่จุดเกิดเหตุหาเบาะแสผู้ก่อเหตุเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี ส่วนผู้บาดเจ็บเจ้าหน้าที่ได้ส่งรักษาต่อที่ รพ.บางละมุงต่อไป
 
 
ปราจีนบุรี - หนุ่มใหญ่ซิ่งจยย.เสียหลักหลุดโค้งตกบ่อลูกรังดับ
 
 
       เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.ท.สุมิตร อัครเนตร ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจาก อาสาสมัครกู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน ว่ามีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ แล้วเสียหลักพลัดตกลงไปในบ่อลูกรังร้าง ที่หลังปั๊มน้ำมัน บ้านดงหัวโขด หมู่ 8 ต.บ่านพระ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี หลังรับแจ้งจึงเดินทางพร้อมแพทย์จาก รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อตรวจสอบ
    
       ในที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งและมืดข้างทางเป็นบ่อลูกรังร้าง ลึกกว่าสิบเมตร พบชายทราบชื่อต่อมา นายชำนาญ สถิต อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10/1b หมู่ 6 ต.บ้านพระ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ตกลงไปในบ่อบลูกรังเสียชีวิตใกล้กันยังพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ซูซูกิ รุ่น RC สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จึงให้อาสาสมัครกู้ภัยนำขึ้นมาจากบ่อเพื่อให้แพทย์ชันสูตรพลิกศพ ซึ่งจากการชันสูตรของแพทย์ พบว่า ผู้ตายเสียชีวิตเพราะคอหักเนื่องจากตกลงมาจากที่สูงและศรีษะกระแทกพื้นอย่างแรง หลังการชันสูตรจะได้ให้อาสาสมัครกู้ภัยนำส่ง รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อผ่าศพพิสูจน์ให้แน่ชัดอีกครั้ง 
     
       ส่วนสาเหตุที่นายชำนาญ สถิตย์ ขับรถจักรยานยนต์ตกลงไปในบ่อ น่าจะเป็นเพราะผู้ตายไปดื่มเหล้าจนเมาแล้วขับรถเพื่อกลับบ้านแต่ช่วงเกิดเหตุเป็นทางโค้งและค่อนข้างมืดทำให้ผู้ตายขาดการระมัดระวังเสียหลักจนขับรถพุ่งลงไปในบ่อลูกรังศรีษะกระแทกกับพื้นด้านล่างจนคอหักเสียชีวิต
 
 
ปทุมธานี - ซิ่งเก๋งชนท้ายกัน 3 คัน เจ็บ 7 ราย
 
 
       เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 11 ธ.ค.58 พ.ต.ท.พิชัยยุทธ บุตรทุมพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.ลำลูกกา รับแจ้งอุบัติเหตุ มีรถเก๋งชนกันจำนวน 3 คัน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดที่บริเวณถนนลำลูกกา ระหว่างคลอง 9 และคลองสิบ หมู่ที่ 11 ตำบลบึงทองหลาง อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับอาสาสมัครมูลนิธิกู้ภัยร่มไทร 
        
       ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อนิสสัน เซฟิโร่ สีบรอนทอง ทะเบียน วฉ-6160 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าขวาพังยับเยิน โดยมีนายเทิดศักดิ์ จันทรัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 76 ซอยคู้บอน 281 ถนนคู้บอนแขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ เป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัทบริษัทแห่งหนึ่ง หลังจากชนท้ายกับรถเก๋งโตโยต้า สีน้ำเงิน ทะเบียน ภค- 9901 กทม.สภาพด้านขาวพังยับเยิน จนเครื่องหลุดออกมาอยู่นอกตัวรถ และใกล้กันยังมีรถกระบะ ยี่ห้อเชฟโรเลค หมายเลขทะเบียน ป้ายแดง ท-3098 กทม. ที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่เป็นญาตกัน จำนวน 6 ราย ทางมูลนิธิกู้ภัยร่มไทร ได้นำส่งโรงพยาบาลลำลูกกา และโรงพยาบาล มศว. คลอง16 อำเภอองค์รักษ์ รวมทั้งหมด 7 ราย
     
       ด้านนายชัยวัฒน์ แก้วประเสริฐ อายุ 25 ปี ชาวลำลูกกา ที่เป็นคนขับรถกระบะเชฟโรเลต กล่าวว่า ตนเองพร้อมกับญาติๆ ที่มาด้วยกันทั้งหมด 9 คน หลังจากกลับจากซื้อของที่ห้างย่านคลอง 6 ลำลูกกา และจะมุ่งหน้ากลับบ้านพักย่านคลอง 12 อำเภอลำลูกกา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ มีรถเก๋งพุ่งข้ามเลนมาชนกับรถตนเองอย่างจัง จนทำให้เสียรถเสียหลักตกลงไปข้าง ทางนอกจากนั้นผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด โดยมีแม่ และญาติๆรวมทั้งหมด 6 ราย ทางเจ้าหน้าที่นำโรงพยาบาลลำลูกกา และโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี (มศว.คลองสิบหก ) อ.องค์รักษ์ จ.นครนายก
              
       ส่วนนายเทิดศักดิ์ จันทรัตน์ ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเองไปตีกอล์ฟย่านคลอง 11 ลำลูกกา หลังจากตีกอล์ฟ ก็ไปดื่มสุรากับเพื่อนๆ ที่ร้านอาหารใกล้กัน จากนั้นอยู่ระหว่างเดินทางและจะกลับบ้านพักย่านบางชัน พอมาถึงที่เกิดเหตุ ตนมองไม่เห็นรถคันหน้า จึงพุ่งเข้าชนอย่างจัง จากนั้นตนเองก็ไม่รู้เรื่องว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร
         
       อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้บันทึกที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน จึงนำตัวนายเทิดศักดิ์ ไปส่งโรงพยาบาลสายไหม เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาก่อน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไว้ พร้อมกับเรียกญาติๆ มารับตัว และแจ้งแจ้งข้อกล่าวหาว่าขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย โดยผู้บาดเจ็บนั้น มีบาดแผลคนละเล็กละน้อย ทางแพทย์ให้กลับบ้านได้ นอกจากนี้ยังอยู่ที่โรงพยาบาลอีก 2 ราย โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต
 
 
นนทบุรี - ไฟไหม้โรงงานผลิตแอร์เสียหายทั้งหมด
 
 
       เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 11 ธันวาคม 2558 ตำรวจสภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุไฟไหม้โรงงานขนาดใหญ่ผลิตเครื่องปรับอากาศ บริษัท ที ที คอร์ปอเรชั่น จำกัด เลขที่50 ม.4 ถ.สุขาประชาสรรค์2(ซอยวัดกู้) ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังรับแจ้งจึงได้รุดไปตรวจสอบพร้อมประสานรถน้ำดับเพลิงจากเทศบาลนครปากเกร็ดเพื่อเข้าสกัดเพลิง
     
       ที่เกิดเหตุเป็นโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศให้กับบริษัทแบนด์ดังชั้นนำยี่ห้อต่างๆ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ10ไร่ แบ่งเป็นส่วนสำนักงานและโกดังขนาดใหญ่ เพลิงได้กำลังลุกไหม้อย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ได้ระดมขอกำลังสนับสนุนรถน้ำดับเพลิงจากพื้นที่ใกล้เคียง เทศบาลบางหลวง จ.ปทุมธานี เทศบาลบางขะแยง จ.ปทุมธานี และอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่กู้ภัย รวมกว่า20 คัน เร่งฉีดน้ำควบคุมเพลิงที่กำลังลุกไหม้ภายในโกดังดังกล่าว ซึ่งอยู่ใกล้บ้านเรือนประชาชนจำนวนมากและเปลวเพลิงได้ลุกโชนอย่างต่อเนื่อง ขยายเป็นวงกว้างลุกลามไปจนทั่วโกดัง พร้อมทั้งได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ จากชิ้นส่วนของวัสดุเชื้อเพลิงและถังแก็สLPG ที่อยู่ภายในโรงงานเป็นจำนวนมาก 
 
       แรงระเบิดทำให้มีเศษวัสดุต่างๆปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ  และได้กระเด็นออกมาถูกรถยนต์ ที่จอดไว้ในบริเวณใกล้เคียง ได้รับความเสียหายจำนวนหลายคัน เจ้าหน้าที่เร่งช่วยกันขนลำเลียงถังแก็สLPGที่ยังไม่ระเบิดจำนวนกว่า 30 ถัง ออกมายังจุดที่ปลอดภัยบริเวณด้านนอกของโรงงาน พร้อมทั้งต้องคอยระวังชิ้นส่วนที่ระเบิดจะกระเด็นมาโดนทำให้รับบาดเจ็บได้ หลังใช้เวลาระดมฉีดน้ำประมาณ4ชม.ก็สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นไม่พบผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จากการตรวจสอบพบว่าเพลิงได้เผาไหม้โกดังดังกล่าวเสียหายทั้งหมดยังไม่สามารถประราคาความเสียหายได้
 
       สอบถามนายจักรกฤษณ์ บรรหาร อายุ23ปี เป็นพนักงานตรวจสอบสินค้า เล่าว่าตนเองและเพื่อนร่วมงานรวม 3 คนได้นั่งทำงานอยู่ภายในห้องสำนักงาน ส่วนคนงานอีกกว่า 10 คนได้กำลังขนย้ายอุปกรณ์ของเครื่องปรับอากาศลงจากตู้คอนเทรนเนอร์ที่นำมาส่ง อยู่บริเวณด้านหลังโรงงาน จนกระทั้งได้สังเกตเห็นแสงเพลิงเกิดขึ้นตรงบริเวณแผนกจุดที่ประกอบแอร์ ตนและคนงานทั้งหมดช่วยกันนำถังน้ำยาดับเพลิงระดับฉีดเพื่อไม่ให้แสงเพลิงนั้นลุกลามแต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เพลิงได้ลุกไหม้และลุกลามอย่างรวดเร็ว จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบทันที
         
       ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า เบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพในที่เกิดเหตุไว้พร้อมทั้งได้ทำการสอบปากคำพนักงานที่ทำงานอยู่ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ โดยทราบเพียงว่าต้นเพลิงได้ลุกไหม้จากจุดบริเวณแผนกประกอบแอร์ ซึ่งจุดดังกล่าวเป็นจุดที่มีวัสดุประเภทพลาสติก ส่วนสาเหตุของการเกิดเหตุที่แท้จริงนั้นจะต้องให้ทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบอีกครั้งในช่วงเช้า ส่วนค่าเสียหายจะต้องทำการตรวจสอบอีกครั้ง
 
 
ปทุมธานี -โจรลักจยย. CBR เมืองปทุมฯ 5 วัน หาย 4 คัน
 
 
       เมื่อเวลา 05.00 น.วันที่ 12 ธ.ค. พ.ต.ต.กวี ช่วยสร้าง พนักงานสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต ได้รับแจ้งรถจักรยานยนต์หายภายไปในหอพักชวนพัฒน์ ซอยวัดดาวเรืองเลขที่ 29/10 ม.3 ต.บางพูน อ.เมืองปทุมธานี จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ นายบุญส่ง คำภูวาฬ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99 ม.8 ต.ตาเกลา อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ โดยให้การว่า เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 11 ธ.ค. ตนได้จอดรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ CBR 150 R สีแดง-ดำ ล้อแม็คสีด ำหมายเลขทะเบียน 3 กบ 821 กรุงเทพมหานคร และเมื่อเวลา 04.00 น.ขณะที่ตนนอนอยู่บนห้องได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์เหมือนเสียงรถของตนขับออกไป จึงรีบออกมาดูที่ระเบียงห้องก็พบว่ารถของตนได้ถูกคนร้ายขโมยไป โดยแฟนของตนเห็นคนร้ายรูปร่างอ้วน สวมเสื้อลายพรางทหาร สวมหมวกกันน๊อคสีดำ ขับออกไปทางหน้าปากซอย ตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยสกัดจับ
 
       ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นแก๊งเดียวกับที่เคยก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ในเขต สภ.คลองหลวง เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา เพราะรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายขโมยไปนั้นเป็นรถยี่ห้อ CBR เหมือนกัน ส่วนคนร้ายที่ผู้เสียหายให้การนั้น ก็มีรูปพรรณสันฐานใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ จะได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนติดตามหารถและจับกุมครนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
 
       ต่อมาเวลา 06.30 น.นางสาวกมลวรรณ แป้นตระกูล อายุ 34 ปี พนักงานโรงงานสแตนเลย์ ได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูบางหลวง ว่าหลังจากตนเลิกงานได้ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า คลิก หมายเลขทะเบียน 3 กล 9689 กรุงเทพฯ มาจอดด้านหลังหอพักไม่มีชื่อในซอยวัดบ่อทอง ม.1 ต.คูขวาง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ซึ่งห้องพักตนอยู่ชั้นล่างตรงกับที่จอดรถพอดี แต่ขณะกำลังจะเข้านอนได้ยินเสียงเหมือนมีคนกำลังงัดรถ จึงออกมามองดูเห็นคนร้ายเป็นชาย 2 คน  รูปร่างอ้วนผอม ใส่หมวกกันน๊อตทั้งคู่ ตนจึงจะโกนเรียกให้คนช่วยจับ ทำให้คนร้ายรีบขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป 
 
       อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าช่วงนี้คดีรถหายโดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ขนาด 125 ซีซี เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นที่ต้องการของตลาดมืดในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ซึ่งภายใน 5 วัน รถจักรยายนต์หายไปแล้ว 4 คัน โดยเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา รถหายที่เอื้ออาทรบ้านฉางเขต สภ.เมืองปทุมธานี ,วันที่ 9 ธ.ค.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า CBR 150 R หายในหอพักย่าน สภ.คลองหลวง จำนวน 2 คัน และเมื่อช่วงเช้านี้(12 ธ.ค.) รถหายในเขต สภ.ปากคลองรังสิตอีก 1 คัน ส่วน สภ.คูบางหลวง โชตดีที่เจ้าของมาเห็นเสียก่อนคนร้ายจึงไม่ได้รถไป