ข่าว

‘นายกฯ’ขอบคุณปชช.ร่วม‘ปั่นเพื่อพ่อ’

‘นายกฯ’ขอบคุณปชช.ร่วม‘ปั่นเพื่อพ่อ’

12 ธ.ค. 2558

‘นายกฯ’ ขอบคุณปชช.ร่วมใจงาน ‘ปั่นเพื่อพ่อ’ ห่วงคนไม่เคารพกฎหมาย เตือนระมัดระวังเดินทางหยุดยาวปีใหม่-ขอพบแต่สิ่งดีๆ หวังขัดแย้งลด ปท.เดินหน้าสู่ปชต.ถาวร

 
      12 ธ.ค. 2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ถึงการจัดงาน “ปั่นเพื่อพ่อ Bike For Dad” งานปั่นเพื่อพ่อตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสร็จสิ้นไปด้วยความเรียบร้อย อย่างน่าประทับใจ ในการที่ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ของชาติไทย อีกครั้งหนึ่งนะครับ เป้าหมายสำคัญก็คือ “การรวมพลังแห่งความกตัญญูแด่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และร่วมใจสามัคคีของคนในชาติ” ทั้งนี้ “ความสามัคคีเป็นกำลังอย่างสูงสุดของหมู่ชน” ให้สมดังพระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่พระราชทานแด่พสกนิกรชาวไทย เมื่อ 50 กว่าปีที่ผ่านมา มีใจความว่า “...ประเทศไหน ถ้าประชาชนพลเมือง มีความสามัคคีกลมเกลียว กันดี มีระเบียบวินัย ประเทศนั้น ก็เจริญและอยู่ในฐานะดี จึงเห็นได้ว่าความสามัคคีกลมเกลียวกันนั้น ระหว่างคนในชาติ และความเข้าใจรักษาระเบียบวินัย เป็นปัจจัยสำคัญอันหนึ่ง ที่จะช่วยนำประเทศชาติสู่ความวัฒนาถาวร 
 
      พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน ทั้งผู้ที่เข้าร่วมในกิจกรรมปั่นเพื่อพ่อ และผู้เฝ้ารอรับเสด็จฯ อยู่ 2 ข้างทาง อย่างเนืองแน่น ผู้ให้กำลังใจอยู่ที่บ้าน และทุกๆ คนด้วย ที่ล้วนมีส่วนร่วมในความสำเร็จ เป็นเจ้าภาพร่วมกัน รวมทั้ง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจเอกชนด้วยนะครับ ที่อยู่เบื้องหลัง ทำให้กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติครั้งนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยในทุกขั้นตอน ทุกพื้นที่ ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีสู่ศักราชใหม่ แสดงความพร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ในศกหน้า และการก้าวไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ด้วยความ “รู้ รัก สามัคคี” ของคนในชาติ
 
 
‘นายกฯ’ ห่วงประชาชนไม่เคารพกฎหมาย ไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรม
 
 
      พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ว่าปัญหาสำคัญของบ้านเราในเวลานี้นะครับ สิ่งที่ผมเป็นกังวลอยู่หลายเรื่องด้วยกันนะ
 
      1) เรื่องแรกคือการไม่เคารพกฎหมาย ทำให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายไม่ได้ กฎหมายก็จะคลายความศักดิ์สิทธิ์ลง ไม่ใช่ว่ากฎหมายเหล่านี้จะทำเพื่อละเมิดสิทธิ์มนุษยชน ผมต้องถามว่าแล้วท่านละเมิดสิทธิมนุษยชนคนอื่นเขาหรือไม่ ประเด็นอย่าพูดข้างเดียวนะ ไม่ได้หรอก วันนี้กำลังปฏิรูปอยู่นะครับ คนอื่นเขาเดือดร้อนหรือเปล่า สิ่งกังวลต่อไปก็คือถ้าเขาละเมิดกฎหมายเหล่นี้ เดือดร้อนคนอื่น ต้องมีคนไม่ชอบ อันตรายก็จะเกิดขึ้น ก็จะเกิดการตีกัน ทะเลาะกัน ก็ไม่พ้นรัฐบาลต้องไปแก้ปัญหา เจ้าหน้าที่ก็เดือดร้อนนะ ขอร้องเถิดครับไม่ว่าจะกลุ่มไหนก็ตาม อย่าฝ่าฝืนกฎหมายกันเลยนะ กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ แล้วจะอยู่กันยังไง ถ้าไม่มีกฎหมาย ก็เหมือนเดิม
 
      เรื่องที่สองก็คือไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรม ความไว้เนื้อเชื่อใจไม่เกิดขึ้น เพราะว่าอะไร เพราะไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจในขบวนยุติธรรมว่าต้องเริ่มตรงไหน ไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็กลัวอย่างเดียว กลัวตำรวจจับ ก็ต้องมีเหตุมีผล ทำไมเขาถึงจับนะ ทำไมถึงมีการเรียกร้องผลประโยชน์ สมยอมหรือเปล่า การที่จะไปว่ากล่าวให้ร้ายใครก็ต้องมีการร้องทุกข์ กล่าวโทษใช่ไหม แล้วก็มีโอกาสในการพิสูจน์ทราบด้วยกระบวนการยุติธรรมทางกฎหมาย วันนี้ยุ่งไปหมดเลย เรื่องเหล่านี้ ตนพยายามทำทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมายแล้ววันนี้ก็จะเห็นได้ว่ามีความยุติธรรมหมดทุกอันนะ คือต้องเป็นธรรมนะ ให้โอกาสทุกคน ก็ให้ทำความเข้าใจด้วย
 
      เรื่องต่อไปผมคิดว่าจำเป็น คือต้องให้คนไทยนี่ทราบขั้นตอนของการทำงานของภาครัฐบ้าง ไม่งันก็จะล้มล้างกันไปทุกอันไปเลย ทำอะไรก็ไม่ได้สักอย่าง พัฒนาก็ไม่ได้ อะไรก็ไม่ได้หมด บริหารอะไรก็ไม่ได้สักอย่าง นี่ เพราะไม่ทราบขั้นตอนว่าตัวเองจะเข้ามามีส่วนร่วมตรงไหน เรามี พรบ. ข้อมูลข่าวสารให้แล้ว ในนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะต้องมาเริ่มตั้งแต่ต้น ถ้าเริ่มต้นไปไม่ได้ ฝ่ายรัฐต้องเป็นคนมาเริ่มต้นก่อน โดยความต้องการของคนในพื้นที่ หรือตามแผนงานระยะยาว ยุทธศาสตร์อะไรก็แล้วแต่ แล้วไปทำประชาพิจารณ์ ไปทำการประชุมสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ว่าโอเคไหม ถ้าโอเค ถึงจะเดินหน้าต่อไปได้ นั่นแหละเขาเรียกว่าความร่วมมือ จะทำไม่ทำอยู่ตรงโน้น แต่ถ้าเริ่มตอนแรก โครงการเกิดไม่ได้สักอันเลยนะ แล้วจะทำยังไงล่ะ ที่ผมพูดทั้งหมดไม่เกิดเลยนะ
 
      อีกอันหนึ่งก็คือว่าประชาชนก็ไม่ทราบอีกว่าจะร่วมมือกับรัฐ ตรงไหน เมื่อไหร่นะ หลายคนก็ใช้ความรู้สึกความคิดส่วนตัว ต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ โดยหลักการก็ไม่ค่อยได้ดูนะ ใช้ความรู้สึก ใช้ความเป็นธรรมชาติ ใช้ต่างๆ มาตัดสินปัญหา ทั้งหมดเลย ลืมทุกอย่างไง ก็เลยทำให้เกิดความขัดแย้ง มีปัญหาร่วมกัน พัฒนาไม่ได้ อันนี้แหละครับจะมีคนที่เอามาใช้ประโยชน์ ในการไม่เข้าใจของท่านนี่แหละเพราะงั้นผมต้องถามกลับไปว่า เอวันนี้ทำไม หลายเรื่องที่น่าจะเข้าใจ ประชาชนน่าจะมีการเรียนรู้มานานแล้วนะ โดยฝ่ายการเมืองโดยรัฐบาล โดยผู้บริหารประเทศ ปรากฏว่าไม่รู้เรื่องเหมือนเดิม เป็นสิบๆ ปีมาแล้วนะ วันนี้เราก็พยายามให้ทุกคนได้รับทราบ พูดไป แจ้งไป บางทีก็ไม่ค่อยสนใจ ไม่ค่อยร่วมมือ เพราะเคยชิน ผมว่าท่านต้องปรับตัวเองบ้างนะครับ ทั้งข้าราบการ ทั้งประชาชน ภาคธุรกิจ เอกชน แล้วแต่ต้องปรับตัวแล้ว วันนี้ประเทศกำลังเดินหน้า ไปสู่อนาคต เพราะงันต้องมีหลายอย่างที่มีการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลงตั้งแต่ตัวเอง ครอบครัว สิ่งแวดล้อม เข้าใจกฎหมาย เข้าใจกติกา สงคมการเป็นประชาคมโลก
 
      "ถ้าทุกคนทำตามกรอบที่เราออกกฎหมายไปแล้ว ตามกติกาสากล แล้วก็จะกล่าวอ้างว่าไม่รู้อีก พอไม่รู้ขึ้นมาปั๊บ มีเรื่องทันที นะ ทั้งๆ ที่หลายคนก็ เพราะไม่รู้ไง แต่มีเจตนาบริสุทธิ์ ก็เป็นเครื่องมือของเขาเคลื่อนไหวไปโน่นไปนี่ ก็เป็นปัญหาหมด ก่อนอื่นท่านต้องดูกฎหมายก่อนว่า ท่านจะทำนี่จะผิดกฎหมายหรือเปล่า ถ้าผิดแล้ว การแสดงความคิดเห็นของท่านนี่ ถ้าเป็นความคิดเห็นทางการเมืองหรือทางประชาธิปไตย มันใช่เวลาหรือยังใช่ไหม แล้วการกระทำของท่านนี่ มีผลกระทบกับการจราจร ผลกระทบกับคนอื่น ที่เขาไม่เห็นด้วยอีกไหม เหล่านี้ท่านต้อง คิดร่วมกันนะครับ ไม่งั้นแก้ไขอะไรไม่ได้ เพราะงั้นวันนี้ผมอยากขอร้องนักการเมืองข้าราชการ ประชาชนทุกคน ทุกหมู่เหล่า ภาคธุรกิจเอกชน ต้องร่วมมือทั้งสิ้น เข้าใจตรงนี้ ทำไงจะร่วมมือ จับมือกันได้ในลักษณะการเป็น “ประชารัฐ” นะ ทั้งข้างบน ข้างล่างนั่นแหละ
 
 
‘นายกฯ’ หวังปีหน้าเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยถาวร
 
 
      พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ว่าใกล้ช่วงเทศกาลปีใหม่เข้ามาแล้วนะครับ มีวันหยุดยาวหลายวัน มีการเฉลิมฉลองกัน ก็เป็นธรรมดานะครับ ก็อยากจะขอให้ทุกคนระมัดระวัง ในเรื่องของการเดินทาง ผมไม่อยากให้มีการสูญเสีย บาดเจ็บเล็กน้อยก็ไม่อยากให้เกิด เพราะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ยิ่งเสียชีวิต ยิ่งแย่ใหญ่ เพราะมีคนเสียใจกับท่านเยอะ ครอบครัวท่าน พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนร่วมงาน ไม่มีใครอยากเห็นใครเจ็บ ตายไปหรอกนะครับ โดยเฉพาะรัฐบาล พยายามทำทุกอย่างแล้วนะครับ ก็อยู่ในขั้นตอนสร้างความเข้มแข็ง จะดูแลเรื่องถนนหนทางยังไง ทางเลี้ยว ทางโค้งยังไง เรื่องของพื้นที่เสี่ยงต่างๆ การควบคุมความเร็วรถ การควบคุมพลขับ ทุกอย่างต้องทำใหม่ทั้งหมดนะ ก็เริ่มได้บ้าง บางอย่างก็เริ่มไม่ได้ ก็ต้องใช้คนนี่แหละครับในการอำนวยการจราจร ก็ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่นะครับที่เตรียมการมาโดยตลอด ทั้งของมหาดไทย ทั้งของตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่พลเรืองทั้งหมด ก็ร่วมมือกันทุกครั้งนะ มีวันหยุดยาวๆ เขาก็ไม่ได้ไปเที่ยวเหมือนกัน ครอบครัวเขาก็มีนะ แต่เขาเสียสละอยู่กับท่าน อย่ามาคิดว่าเขาอยู่เพราะเป็นหน้าที่อย่างเดียว หรือได้รับเบี้ยเลี้ยง ไม่ใช่ ความสุขเขาก็ต้องการนะ แต่เขาจำเป็นต้องอยู่ เบี้ยเลี้ยงเล็กๆ น้อยๆ ก็ให้เขากิน เขาอยู่ เขาใช้ เขาไม่อยู่บ้านก็มีเบี้ยเลี้ยงให้ลูกเมียเขากินอยู่ที่บ้านโน่น เข้าใจซะบ้างนะ ก็ขอขอบคุณนะครับข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ทั้งหมด ทุกคนที่ต้องเสียสละวันหยุดช่วงเทศกาล มาช่วย ดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนทุกคนครับ ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ปีใหม่หน้านั้นเราคงจะพบแต่ในสิ่งที่ดีๆ นะครับ ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ ความขัดแย้งลดลง หรือไม่เกิดขึ้นอีกเลย จะเดินหน้าไปสู่การเป็นประชาธิปไตยที่ถาวรซะทีนะครับ