
หนังม้วนเดิมๆ -อยู่หมัด...:ล้วงตับการเมือง
หนังม้วนเดิมๆ -อยู่หมัด... : ล้วงตับการเมือง : สำนักข่าวเนชั่น
"หนังม้วนเดิมๆ"
โดนถล่มเป็นระลอกจาก “คนบ้านเดียวกัน” สำหรับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. กับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการใหญ่ภายในศาลาเสาชิงช้าถึงแม้ “วิลาศ จันทร์พิทักษ์” อดีต ส.ส. ประชาธิปัตย์จะพุ่งเป้าไปที่โครงการในกำกับของ “รองผู้ว่าฯ กทม.” แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายหมัดที่ปล่อยออกมาขณะนี้กระทบชิ่งไปถึง “สุขุมพันธุ์” ปัง!ปัง!ปัง! นับไม่ถ้วน
ว่ากันว่าชนวนเหตุรอยร้าวรอบนี้ท่ามกลางกระแสผู้นำพรรคไม่พอใจที่ “ชายหมู” เปิดดีลพิเศษกับอดีตผู้มีบารมีนอกพรรค เพื่อปูทางขึ้นเป็นเบอร์ 1 ประชาธิปัตย์ และเพิกเฉยต่อการนัดหมายพูดคุยกับปัญหาข้อร้องเรียนของ กทม.หลายครั้ง
ซึ่งเป็นความรู้สึกเดียวที่ “สุขุมพันธุ์” ก็เคยติดใจที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ไม่ยอมเบรกลูกพรรคตั้งโต๊ะแถลงข่าวถล่ม กทม.เมื่อรวมกับปม “หักน้ำใจ” จากกระแสว่าอภิสิทธิ์ไม่เลือก “ชายหมู” เป็นตัวแทนพรรคลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สมัย 2 แล้วงานนี้คนใกล้ชิดแอบเห็นสุขุมพันธุ์ก็ออกอาการเคืองๆ ให้เห็นเหมือนกัน
ตั้งแต่ กทม.เป็น “ตำบลกระสุนตก” บรรดาทีมเสนาธิการฝ่ายการเมืองสุขุมพันธุ์ก็นัดประชุมเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ “เล่นกันเอง” หลายต่อหลายครั้งแต่หน้าฉากยังคงใช้ยุทธวิธี “นิ่งสยบความเคลื่อนไหว” เพื่อฉายภาพ กทม.ไม่เต้นตามจังหวะฟุตเวิร์กของ “มวยพรรค” แต่ในทางกลับกันได้มอบหมายให้ข้าราชการเร่งรวบรวม “ข้อมูล-หลักฐาน” เพื่อรอไทม์มิ่งการเมืองเตรียมตอบโต้ “ข้อกล่าวหา”
งานนี้แฟนคลับ ปชป. ถึงกับเป็นห่วง “ศึกใน” รอบนี้ เพราะหลายครั้งในยามที่คลื่นลมสงบจากอดีตถึงปัจจุบันคอการเมืองก็ยังเห็นบุคลิกความเป็นพรรคเก่าแก่อย่างประชาธิปัตย์เด่นชัดตามที่ได้ยินคำกล่าวขานที่ว่า “ยามศึกเรารบยามสงบรบกันเอง” ที่ไม่เคยเปลี่ยนไปจริ๊งจริง
"อยู่หมัด..."
“เสรี สุวรรณภานนท์” หรือทนายเสรี ชื่อนี้น้อยคนที่จะรู้จัก เพราะผ่านร้อนผ่านหนาวในแวดวงการเมืองมาหลายยุคหลายสมัย หยิบจับอะไรก็ดูจะรุ่งเรืองทั้งงานส่วนตัวอย่างการเปิด “ตลาดเสรี” ที่มีถึงสองสาขา และงานการเมือง อย่างล่าสุดที่ได้เป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และยังรั้งตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ที่กรรมาธิการชุดนี้มีผู้มากประสบการณ์ทางการเมืองมาอย่างโชกโชนมาจากทุกพรรคการเมือง ทุกสาย เข้ามาเป็นกรรมาธิการ ไม่ว่าจะเป็น “ปู่ชัย ชิดชอบ” อดีตประธานรัฐสภา สุชน ชาลีเครือ อดีตประธานวุฒิสภา นิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กษิต ภิรมย์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อีกทั้งยังมีคนเด่นคนดังอย่าง คำนูณ สิทธิสมาน วันชัย สอนศิริ สมพงษ์ สระกวี สังศิต พิริยะรังสรรค์ ยัง...ยังไม่พอยังมีสายทหารร่วมกรรมาธิการอีกทั้ง พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร
โฟกัสคุณภาพ และคุณสมบัติ ของแต่ละคนแล้ว คอการเมืองเป็นต้องซี้ดปากอย่างแน่นอน ยิ่งเรื่องพูด เรื่องอภิปรายประเด็นการเมือง แทบไม่ต้องห่วง พูดได้เป็นน้ำไหลไฟดับกันเลยทีเดียว ทำเอาหลายคนสงสัย และเป็นห่วง ทำไม? การประชุม กมธ.ขับเคลื่อนด้านการเมืองถึงเรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้ ทั้งๆ ที่น่าจะเป็นการประชุมที่ดุเดือด เนื่องจากประเด็นด้านการเมืองที่เป็นประเด็นฮอตฮิตติดลมบน ทั้งที่มานายกฯ ที่มา ส.ว. ระบบการเลือกตั้ง ระบบตรวจสอบนักการเมือง การแก้วิกฤติความขัดแย้งจะเป็นปม “ร้อน” ที่ไม่น่าจะจบลงได้อย่างง่ายดาย
“ประธานเสรี” มีกลยุทธ์ เคล็ดลับ ทีเด็ด อะไรที่ทำให้ “ขาเก๋า” เซียนการเมือง ถกประเด็นฮอตแบบฉิวๆ ทั่นประธาน กมธ.ขับเคลื่อนด้านการเมือง บอกไม่มีอะไรมากมาย ก็แค่นั่งรับฟัง “กูรู” การเมืองแต่ละคน เสนอประเด็น ความคิด ไม่ปิดกั้น ใครอยากพูดก็ให้พูดไป ไม่ขัด จะใช้เวลาแค่ไหนก็ไม่เบรก จนได้ใจบรรดา กมธ. แม้ว่าลึกๆจะหวั่นๆ นิดๆๆ แต่ก็ผิดคาด...เพราะแม้ว่ากรรมาธิการแต่ละคนจะมาจากต่างสีต่างค่าย ที่มีแนวความคิดทางการเมือง ไม่ตรงกัน แต่กลายเป็นว่า มาถึงเวทีนี้ ทุกคนต่างคนต่างเคารพความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ไม่มีการตีรวน ถกเถียงกันด้วยเหตุและผล จนตกผลึก มีผลงานพร้อมชงข้อเสนอแผนการปฏิรูปด้านการเมือง 6 ด้านต่อที่ประชุม สปท.ปลายเดือนนี้
งานนี้ “ประธานเสรี” ใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว ปราบขาเก๋าซะอยู่หมัด เจ้าตัวบอกว่า “ภูมิใจ” มากกับผลงานชิ้นนี้ แหม...ฉลุยทั้งงานหลวง งานราษฎร์ เลยนะ ทั่น “เสรี”



