
ฤาจะถึงบทอวสานของตระกูลคานธี
13 ธ.ค. 2558
เปิดโลกวันอาทิตย์ : ฤาจะถึงบทอวสานของตระกูลคานธี : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์
ฤาตระกูลคานธีจะถึงคราหมดวาสนาทางการเมืองในชั่วรุ่นที่ 4 เหมือนกับตระกูลเคนเนดีแห่งแดนดินถิ่นอินทรีผยอง
นี่เป็นคำถามที่สื่อแดนภารตอินเดียตั้งขึ้นมาโดยยังหาคำตอบไม่ได้
นับตั้งแต่พรรคคองเกรสอินเดียภายใต้การบริหารของสองแม่ลูก “ซอนยา-ราหุล” คานธีพ่ายการเลือกตั้งอย่างยับเยินที่สุดเมื่อปีที่แล้ว รัศมีและบารมีทางการเมืองของพรรคองเกรสและของสองแม่ลูกตระกูลคานธีที่เคยเจิดจ้าโชติช่วงชัชวาลย์มาตลอดช่วง 10 ปี พลันอับแสงลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อถูกฟ้องในข้อหาทุจริตคอร์รัปชั่น เฉกเดียวกับอดีตผู้นำหลายคนในหลายประเทศในทวีปผิวเหลืองแห่งนี้
ล่าสุด ศาลสูงในเดลีได้มีคำวินิจฉัยว่า ทั้งนางซอนยา-ราหุลและญาติสนิทมิตรสหายอีก 5 คน ต้องไปปรากฏตัวที่ศาลเพื่อให้การในคดีที่ถูกฟ้องร้อง หลังจากเธอและลูกได้ยื่นคัดค้านตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ขออนุญาตไม่ไปปรากฏตัวที่ศาล เพราะเกรงจะถูกกลั่นแกล้งไม่ได้รับการประกันตัว รวมทั้งกล่าวหารัฐบาลพรรคพาราติยะ ชนตะ (บีเจพี) ยื่นมือเข้ามาแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม แต่ศาลสูงไม่รับฟังเหตุผลนี้
สิ้นคำวินิจฉัยของศาลสูง ศาลชั้นต้นในเดลีก็รีบกำหนดวันที่ 19 ธันวาคมนี้ ให้สองแม่ลูกต้องไปปรากฏตัวต่อศาลระหว่างให้การสู้คดี กระนั้น ทั้งซอนยา-ราหุล คานธีก็ยังพยายามดิ้นรนเฮือกสุดท้าย ด้วยการประกาศจะยื่นฎีกาขอให้ศาลสูงสุดรับคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินว่าพวกเธอไม่จำเป็นต้องไปปรากฏตัวที่ศาล ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าศาลฎีกาจะรับคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินหรือไม่
การต่อสู้ของสองแม่ลูกแห่งตระกูลคานธีมีขึ้นหลังจาก สุพราหมณัน สวามี ทนายความปากกล้าและหนึ่งในผู้นำชื่อดังของพรรคบีเจพี ได้ยื่นฟ้องต่อศาลเดลีเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2555 กล่าวหาพวกเธอรวมทั้งคนสนิทอีก 5 คน ว่ามีพฤติกรรมมิชอบส่อไปในทางทุจริตคอร์รัปชั่น กรณีใช้เงินของกองทุนของพรรคคองเกรสจำนวน 13.5 ล้านดอลลาร์ (ราว 486 ล้านบาท) ไปชำระหนี้ของหนังสือพิมพ์เนชั่นแนล เฮรัลด์ ของพรรคคองเกรส ที่ปิดตัวเองไปแล้วหลังเป็นหนี้ 90 โกฏิรูปี จากนั้นก็มีการเล่นแร่แปรธาตุขายหุ้นให้บริษัทอื่น กระทั่งท้ายสุดที่ดินและทรัพย์สินของเฮรัลด์ รวมไปถึงสำนักงานในเดลีและลัคเนาว์ รัฐอุตตรประเทศ รวมมูลค่าประมาณ 1,600-5,000 โกฏิ ก็หลุดลอยจากการยึดครองของพรรคคองเกรส ไปอยู่ในมือของ สองแม่ลูกที่ได้ตั้งบริษัททรัสต์ ยัง อินเดีย ลิมิเต็ด (วายไอแอล) บริษัทนอมินีมาบังหน้า อ้างว่าเป็นบริษัทที่ไม่แสวงหาผลกำไร
ช่วงที่ เยาวหราล เนห์รู อดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกผู้เป็นตาทวดของราหุล คานธี ยังบริหารประเทศอยู่ ได้ไฟเขียวให้พรรคคองเกรสตั้งบริษัทแอสโซซิเอเต็ด เจอร์นัลส์ ลิมิเต็ด (เอเจแอล) เป็นบริษัทแม่ในการตีพิมพ์หนังสือพิมพ์ 3 ฉบับ ตั้งแต่ปี 2481 คือ เนชั่นแนล เฮรัลด์ เป็นภาษาอังกฤษ นาฟจีวาน เป็นภาษาฮินดี และกอมิ อาวาซ เป็นภาษาอูรดู เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตยและเสรีภาพ ที่ผ่านมา เนชั่นแนล เฮรัลด์ ซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่บนที่ดินราคาแพงในย่านธุรกิจใหญ่ในนิวเดลี ได้ให้เอเจแอลเช่าพื้นที่ใช้สอยเพื่อประโยชน์ในทางธุรกิจ ด้วยค่าเช่าเดือนละ 60 แสนรูปี ขณะที่เอเจแอลยังมีทรัพย์สินในรูปอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ในนิวเดลีและในอีกหลายเมืองใหญ่รวมมูลค่าราว 2,000 โกฏิรูปี อย่างไรก็ดี หนังสือพิมพ์ทั้ง 3 ฉบับ ได้ปิดตัวเองอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนเมษายน 2551 ตามการตัดสินใจของนางซอนยา
สุพราหมณัน สวามี ยังได้ฟ้องศาลขอให้ตรวจสอบทรัพย์สินมูลค่า 300 ล้านดอลลาร์ (ราว 10,800 ล้านบาท) ของสองแม่ลูก ส่วนใหญ่เป็นอสังหาริมทรัพย์ว่า เป็นของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ที่ถูกยักยอกไปหรือไม่ นอกเหนือจากให้ตรวจสอบภาษีย้อนหลังด้วย
ตอนแรกผู้ถูกกล่าวหาทุกคนต่างโวยว่า สุพราหมณัน สวามี ไม่มีสิทธิร้องเรียนพวกตน เนื่องจากไม่ใช่ผู้เสียหายหรือมีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง แต่ศาลตัดสินว่าประชาชนทุกคนมีสิทธิฟ้องร้องในคดีทุจริตคอร์รัปชั่น ศาลจึงประทับรับฟ้อง การต่อสู้ของซอนยา-ราหุลและพรรคคองเกรสจึงเปลี่ยนไปเป็นยืนกรานปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมกับโต้ว่า เป็นการแก้แค้นทางการเมืองของพรรคบีเจพี หมายจะปิดปากผู้นำพรรคคองเกส โดยเฉพาะราหุล ซึ่งยืนยันหนักแน่นว่า รัฐบาลไม่มีทางทำสำเร็จ ตนเองจะยังคงตรวจสอบและตั้งคำถามในพฤติกรรมไม่ชอบมาพากลของรัฐบาลตลอดไป
พรรคคองเกรสยังแย้งด้วยว่า บริษัทวายไอแอล ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี 2553 นั้น เป็นบริษัทที่ไม่แสวงหาผลกำไร และตระกูลคานธีก็มีที่นั่งในคณะกรรมการบริหารแค่ 2 ที่นั่ง จากทั้งหมด 6 ที่นั่ง เหนืออื่นใดการซื้อขายหุ้นของเอเจแอลนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่จะหาเงินมาช่วยฟื้นฟูกิจการของหนังสือพิมพ์เนชั่นแนล เฮรัลด์ อันเป็นไปตามแผนปฏิบัติการภายใต้กฎหมายที่ดิน ขณะเดียวกัน ส.ส.ลูกพรรคคองเกรสต่างช่วยกันตีรวนระหว่างการประชุมสภาผู้แทนฯ จนแทบเปิดประชุมไม่ได้ ซึ่งสื่ออินเดียวิเคราะห์ว่า การประท้วงของ ส.ส.พรรคคองเกรสอาจจะมีผลต่อการพิจารณาผ่านร่างกฎหมายการจัดเก็บภาษีสินค้าและบริการ
ส่วนรัฐบาลได้โต้กลับว่า ไม่เคยเข้าไปแทรกแซงหรือกดดันศาลให้สอบสวนสองแม่ลูกตระกูลคานธี เนื่องจากคดีนี้เกิดขึ้นก่อนที่รัฐบาลจะเข้ามาบริหารประเทศ
เพื่อป้องกันไม่ให้สองแม่ลูกตระกูลคานธีเตะถ่วงกระบวนการไต่สวนด้วยการจะยื่นเรื่องไปถึงศาลฎีกา สุพราหมณัน สวามี จึงแก้เกมล่วงหน้าด้วยการยื่นคำร้องขอหลักประกันต่อศาลว่า ต้องฟังคำให้การของตัวเองก่อนที่จะพิจารณาคำร้องของคานธี เพื่อให้ศาลสูงเดลีตัดสินให้ซอนยา-ราหุลต้องไปปรากฏตัวที่ศาลเพื่อตอบคำถามต่างๆ
นางซอนยา คานธี ภริยาของราจีฟ คานธี อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 6 และทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูล "เนห์รู-คานธี” เธอเคยมีชื่อติดอันดับ 21 ผู้ทรงอิทธิพลหญิงเอเชีย และติด 1 ใน 9 ผู้ทรงอิทธิพลมากสุดของโลกจากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์เมื่อปี 2556 แม้เธอจะไม่ได้สวมหัวโขนนายกรัฐมนตรีก็ตาม เธอหายหน้าหายตาไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชนนับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม หลังจากเดินทางไปตรวจสุขภาพที่สหรัฐอย่างเงียบๆ ก่อนหน้านี้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เธอได้เดินทางไปผ่าตัดที่สหรัฐ และเก็บตัวเงียบนาน 3 เดือน โดยไม่มีการเปิดเผยอาการป่วยอย่างเป็นทางการ จนทำให้เกิดข่าวลือถึงปัญหาสุขภาพของเธอแพร่สะพัดไปทั่วว่า อาจป่วยเป็นโรคมะเร็ง
ส่วนราหุล ทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูล "เนห์รู-คานธี” เป็นลูกชายของราจีฟ เป็นหลานย่าของอินทิรา คานธี นายกรัฐมนตรีคนที่ 3 และเป็นเหลนของเยาวหราล เนห์รู นายกรัฐมนตรีคนแรก เคยได้รับการจับตามองว่าเป็นดาวรุ่งทางการเมือง ผู้มีอนาคตไกลจนอาจได้สวมหัวโขนนายกรัฐมนตรีเหมือนทวด เหมือนย่า และเหมือนพ่อ แต่แล้วโชคชะตากลับพลิกผัน นอกจากทำให้พรรคคองเกรสพ่ายเลือกตั้งแล้ว ยังถูกฟ้องในข้อหาคอร์รัปชั่น จนอนาคตทางการเมืองอาจวูบลงได้
คดีนี้จะออกหมู่หรือจ่า จะเป็นคดี “น้ำลดตอผุด” หรือ ”การกลั่นแกล้ทางการเมือง” ก็ต้องปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมพิจารณาอย่างอิสระปราศจากการแทรกแซงใดๆ
--------------------
(เปิดโลกวันอาทิตย์ : ฤาจะถึงบทอวสานของตระกูลคานธี : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)



