ข่าว

พระแสบโทรลวงผู้การ-ผู้ว่าฯ อ้างออกธุดงค์หลงป่า

พระแสบโทรลวงผู้การ-ผู้ว่าฯ อ้างออกธุดงค์หลงป่า

26 ก.ค. 2552

ผู้ว่า-ผู้การฯ เมืองกาญจน์ป่วนทั้งคืน ถูก 2 พระแสบ โทรแจ้งรายการ "ร่วมด้วยช่วยกัน" อ้างธุดงค์หลงป่า ฝนตกหนัก น้ำป่าทะลัก ให้นำกำลังช่วยด่วน สุดท้ายโอละพ่อที่แท้พระเพี้ยนนอนโทรอยู่ในบ้าน ตร.ทำได้แค่ตักเตือน เหตุสติไม่ดี แถมเมากระท่อม

เมื่อเวลา 21 .00 น. วันที่ 25 กรกฎาคม พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากรายการสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน ว่า มีพระธุดงค์ 2 รูปโทรศัพท์เข้ามาที่รายการอ้างว่า ออกเดินธุดงค์ป่าแก่งระเบิด ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี แล้วเกิดหลงทาง มีฝนตกลงมาอย่างหนัก น้ำกำลังจะท่วม ไม่สามารถออกมาจากป่าได้เนื่องจากหลงทาง และสัญญาณโทรศัพท์ใกล้จะหมดขอให้ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือด่วน จากนั้น พล.ต.ต.เรวัช ได้สั่งการให้ตำรวจ สภ.ไทรโยคประสานงานกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้และผู้ชำนาญเส้นทางป่าแก่งระเบิด เพื่อออกค้นหาอย่างเร่งด่วน โดยมี พ.ต.อ.ฉัตรชัย เสือสมิง ผกก.สภ.ไทรโยค คอยสั่งการและเป็นผู้ประสานงานดังกล่าว

  สุดท้ายไม่นานก็กลายเป็นเรื่องโอละพ่อ เมื่อตำรวจ สภ.ไทรโยค ได้ตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์มือถือที่โทรเข้าไปยังรายการสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จนทราบที่อยู่จนแน่ชัดว่าสัญญาณโทรศัพท์นั้นโทรมาจากบ้านหลังหนึ่ง

 กระทั่งเวลา 01.30 น. วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ต.อ.ฉัตรชัยได้สั่งการให้ตำรวจเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 230 หมู่ 4 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นจุดที่ตรวจพบว่าสัญญาณโทรศัพท์มาจากบ้านหลังดังกล่าว ปรากฏว่าพบพระสงฆ์นั่งอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว 2 รูป สอบถามพระทั้งสองรูปยอมรับสารภาพว่า ได้โทรศัพท์ไปที่รายการร่วมด้วยช่วยกันจริง จากนั้นได้นิมนต์พระทั้งสองรูปมาสอบปากคำที่ สภ.ไทรโยคทันที ทราบชื่อคือ พระช่วย ยุตติโก อายุ 78 ปี อยู่ที่วัดเขาพังเจริญผล ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค และพระสุเทพ สุจินโณ อายุ 32 ปี อยู่ที่สำนักสงฆ์ถ้ำเขาน้อย หมู่ 5 ต.ละแม อ.ละแม จ.ชุมพร

   พ.ต.ท.บุญรัตน์ เพลินคู่ธรรม พงส.สบ.3 สภ.ไทรโยค กล่าวว่า ได้แยกสอบสวนพระทั้งสองรูปแต่ให้การไม่ตรงกัน ซึ่งพระช่วยบอกว่าพระสุเทพมีสติเพี้ยน เนื่องจากกินใบกระท่อมจนเมา ด้วยความคึกคะนองจึงโทรศัพท์เข้าไปที่รายการดังกล่าว และยังโทรศัพท์ไปหา พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูตร ผบก.ตปพ.อีกด้วย ส่วนพระสุเทพ ก็บอกว่าไม่ได้เป็นคนโทรแต่มีพระที่อยู่ อ.ท่าม่วง เป็นคนโทร แต่หลังจากเจ้าหน้าที่ได้แยกห้องสอบสวน ก็สรุปได้ว่า พระสุเทพเป็นคนโทรเข้าไปที่สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจโทรศัพท์มือถือตรงกับเบอร์ที่โทรเข้าไปทางรายการของพระสุเทพ และตรงกับเบอร์ที่โทรไปหา พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูตร

 พ.ต.ท.บุญรัตน์กล่าวอีกว่า เท่าที่สังเกตดูอาการของพระสุเทพเหมือนกับกำลังเมายา ซึ่งพระช่วยบอกว่าพระสุเทพกินใบกระท่อมเข้าไป แต่เมื่อขอตรวจฉี่พระสุเทพ ก็ไม่พบสารเสพติด จากนั้นพระสุเทพได้โทรศัพท์ไปหาโยมแม่ที่อยู่ จ.ชุมพร โดยโยมแม่พระสุเทพได้พูดคุยกับ พ.ต.ท.บุญรัตน์ว่า ลูกชายเป็นคนสติไม่ดีมาตั้งแต่เกิด พ.ต.ท.บุญรัตน์จึงเล่าความจริงให้โยมแม่ของพระสุเทพฟัง และตำรวจไม่ปักใจเอาความแต่อย่างใด ทั้งนี้ จากการตรวจสอบหนังสือใบสุทธิของพระทั้งสองรูป ก็พบว่าเป็นหนังสือที่ถูกต้อง จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนพระทั้งสองรูปและได้ปล่อยตัวไป
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การโทรศัพท์ไปกุเรื่องเข้ารายการสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกันของพระสุเทพครั้งนี้ ทำให้นายตำรวจ ฝ่ายปกครอง ป่าไม้ รวมทั้งนายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ต้องเช็กข่าววุ่นวายกันไปทั้งเมือง