ข่าว

‘มีชัย’ยันรธน.ร่างแรกเห็นทั้งฉบับ29มค.59

‘มีชัย’ยันรธน.ร่างแรกเห็นทั้งฉบับ29มค.59

10 ธ.ค. 2558

“มีชัย”ยันเผยรธน.ร่างแรกให้เห็นทั้งฉบับ 29 ม.ค.59 ยํ้าคุณสมบัตินายกฯ เข้มพอกับส.ส. ลั่น ร่างรธน.ให้เหมาะกับบริบทคนไทย 'ปริญญา'ชี้ระบบใหม่ของ'มีชัย'ดูชอบกล

 
          วันที่ 10 ธันวาคม 2558 ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการร่างรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้ กรธ.พิจารณาใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงหมวดคณะรัฐมนตรี (ครม.) การปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งการประชุมนอกสถานที่ ที่อำภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี กรธ.จะพิจารณาเนื้อหาอย่างละเอียดแต่ละมาตรา หลังจากนั้นจะตรวจภาษาและความสอดคล้องของร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมดให้เกิดความต่อเนื่อง ก่อนที่จะเปิดเผยร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกให้ทุกฝ่ายได้เห็นทั้งฉบับในวันที่ 29 มกราคม 2559 ส่วนการกำหนดหลักการเกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญปี 50 ให้อภิปรายได้เฉพาะนายกฯ และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล รวมถึงการกล่าวหาว่าทุจริตที่ต้องไปยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นั้น ถือเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก  ดังนั้น กรธ.จึงเห็นว่าควรให้อภิปรายได้ทั้งนายกฯ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ไม่จำเป็นต้องยื่น ป.ป.ช.เพราะถ้าหากมีการกล่าวหาว่าทุจริตสามารถให้ยื่นป.ป.ช.ทันที ซึ่งขณะนี้ก็มีการตั้งประเด็นปัญหาว่า หากเสียงฝ่ายค้านไม่ถึง 1 ใน 5 จะทำอย่างไร จึงคิดว่าให้ผู้นำฝ่ายค้านสามารถเสนอไปยังรัฐบาลเปิดประชุมนัดพิเศษ เพื่อเสนอแนะความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานของรัฐบาลที่เห็นว่ามีปัญหา มากกว่าการติติง แต่กำหนดเงื่อนไขให้เฉพาะผู้นำฝ่ายค้านอภิปรายแต่เพียงคนเดียว เพื่อไม่ให้บาดหมางน้ำใจกัน และสามารถอภิปรายได้เพียงครั้งเดียว แต่สามารถทำได้ทั้งสมัยนิติบัญญัติหรือสมัยสามัญทั่วไป ทั้งนี้ เพื่อเป็นการร่วมกันทำงานเพื่อบ้านเมืองและเกิดความปรองดอง ยืนยันว่าไม่ทำให้การตรวจสอบสอบฝ่ายบริหารลดลง
 
          นายมีชัย กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องคุณสมบัติบุคคลที่จะมาเป็นนายกฯ และครม.นั้นเบื้องต้นมีความตั้งใจที่จะเขียนคุณสมบัติให้เข้มข้นขึ้นมากกว่าเดิม หรือเหมือนกับคุณสมบัติของ ส.ส.ที่เข้มข้น ส่วนจะมีการเพิ่มสิ่งใดไปนั้นอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะกำหนดอย่างไร ส่วนที่มาของ ส.ว.นั้นเหตุผลที่พิจารณานานกว่าประเด็นอื่นเนื่องจากต้องการให้ ส.ว.มีที่มาโดยครอบคลุมทุกกลุ่ม เพื่อเกิดความหลากหลายในการทำงาน ส่วนจะแบ่งออกเป็นกี่กลุ่ม มีกลุ่มใดบ้าง ขณะนี้อนุกรรมการศึกษาโครงสร้างฝ่ายนิติบัญญัติอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดก่อนที่จะนำมาเสนอให้ กรธ.พิจารณาอีกครั้ง
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า เนื่องในวันรัฐธรรมนูญจะร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นความหวังให้กับประชาชนอย่างไร นายมีชัยกล่าวว่า ตนพยายามเต็มความสามารถ และจะทำให้รัฐธรรมนูญเหมาะกับสภาวะของประเทศไทยและคนไทยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งเราก็เปิดใจรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพราะบ้านเรามีปัญหาไม่เหมือนประเทศอื่น ดังนั้น เราจำเป็นต้องร่างรัฐธรรมนูญให้เข้ากับบริบทของสังคมไทย ส่วนจะร่างรัฐธรรมนูญอย่างไรให้เกิดความยั่งยืนและไม่ถูกฉีกอีกนั้น นายมีชัยกล่าวว่า ความหวังไม่ได้อยู่ที่ตัวรัฐธรรมนูญ แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัย 2 ข้อ  คือ1.การศึกษาที่จะทำให้คนมีวินัย และ2.องค์กรทั้งหลายที่บังคับใช้กฎหมาย ถ้าบังคับใช้อย่างตรงไปตรงมา มีความเข้มงวด รัฐธรรมนูญก็อยู่ได้ยาวถ้า 2 ข้อทำไม่สำเร็จก็จะเกิดเรื่องขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนยังคิดไม่ออกว่าจะเขียนกลไกใดเพื่อป้องกันการฉีกรัฐธรรมนูญ แต่ก็มีคนเสนอว่าควรจะต้องเขียนไว้
 
          ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ขณะนี้มีแรงกดดันกับรัฐบาล จะส่งผลกระทบต่อการร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า คงไม่ เพราะ กรธ.มีเวลาทำงานชัดเจ นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องทำให้เสร็จตามกรอบเวลา
 
 
'ปริญญา'ชี้ระบบใหม่ของ'มีชัย'ดูชอบกล  
 
          เมื่อเวลา 15.00 น.​ นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์​ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิเคราะห์ถึงร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับของนายมีชัย   เนื่องในวันรัฐธรรมนูญ 10 ธันวาคม ว่า ตนทราบว่าร่างรัฐธรรมนูญของกรธ.​มีเนื้อหาที่แล้วเสร็จไปกว่า 60 เปอร์เซ็นต์แล้ว ตนตอบไม่ได้ว่ารับได้หรือไม่เพราะต้องรอเนื้อหาทั้งหมดออกมาก่อน อย่างไรก็ตามขณะนี้มีประเด็นที่น่าสนใจ คือ 1.ระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ที่จะมีเฉพาะการเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งเท่านั้น ขณะที่ส.ส.บัญชีรายชื่อจะมาจากการนำนำคะแนนรวมของทุกเขตนั้นมาคำนวณเพื่อหาจำนวนของส.ส.บัญชีรายชื่อที่พรรคนั้นจะได้ โดยผลลัพธ์ของระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม จะทำให้พรรคการเมืองขนาดใหญ่ใหญ่มีส.ส.น้อยลง เมื่อเทียบกับการเลือกตั้ง เมื่อปี 2554 ที่ใช้การเลือกตั้งแบบระบบคู่ขนานระหว่างเขตและบัญชีรายชื่อ กล่าวคือระบบเลือกตั้งแบบใหม่ พรรคเพื่อไทยจะได้ส.ส.น้อยลง ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์จะได้ส.ส.เพิ่มขึ้นเล็กน้อยหรือเท่าเดิม อย่างไรก็ตามตนมองว่าระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมดูชอบกล รวมถึงเป็นระบบเลือกตั้งที่ไม่ยุติธรรม เท่ากับการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมที่คิดขึ้นในร่างรัฐธรรมนูญฉบับของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ระบบเลือกตั้งใหม่นั้นไม่สามารถนำไปทำนายผลเลือกตั้งในอนาคตได้เพราะมีตัวแปรหลายปัจจัย เช่น การส่งผู้สมัครส.ส.เขต, พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง เป็นต้น
 
          “ส่วนการใช้บัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียวนั้นกรธ.เจตนาเพื่อทำให้ง่ายมากขึ้น แต่ฟังไม่ขึ้นเพราะเราไม่ได้เพิ่งเลือกตั้งด้วยบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ซึ่งผ่านการเลือกตั้งด้วยบัตร 2ใบ ทำมาแล้วถึง 4 ครั้ง พบว่าไม่ยาก และประชาชนเคยชิน ทั้งนี้การเลือกตั้งเพียงลงคะแนนเพียงครั้งเดียวนั้น ผมคิดว่าปัญหาทำให้การเลือกตั้งมีคะแนนเดียว คือ ประชาชนที่เคยมีสิทธิเลือกพรรคซึ่งต่างจากส.ส.เขตหายไป ซึ่งกรณีที่หายไปตามที่อ้างว่าทำให้การเลือกตั้งง่ายนั้นฟังไม่ขึ้น เพราะประชาชนคิดเองได้ แต่ผมขอตั้งคำถามว่าหากของดีจริง ทำไมเยอรมนีถึงใช้ระบบจัดสรรปันส่วนผสมเพียงแค่รัฐเดียว โดยผมมองว่ามันสู้ไม่ได้กับการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมฉบับของอาจารย์บวรศักดิ์ที่ผมมองว่าใช้ได้ ทั้งระบบของการให้ประชาชนจัดลำดับผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อได้เอง เป็นต้น ทั้งนี้ผมมองว่าสิ่งที่กรธ.ต้องพิจารณาเป็นสำคัญในระบบเลือกตั้งเพื่อแก้ปัญหาการเมือง คือ ให้ผู้สมัครส.ส.มีอิสระจากพรรคการเมือง เพื่อให้ส.ส.เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยที่แท้จริง ไม่ใช่เป็นผู้แทนของพรรคการเมืองหรือรัฐบาล หมายถึงส.ส.ควรสังกัดพรรค แต่ไม่ควรบังคับให้ส.ส.ต้องสังกัดพรรคเท่านั้น ควรให้ส.ส.ลงสมัครได้อย่างอิสระ รวมถึงการทำให้พรรคการเมืองเป็นประชาธิปไตย” นายปริญญา กล่าว  
 
          นายปริญญา กล่าวต่อว่า 2.ที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ตามแนวทางคือการเลือกตั้งทางอ้อมจากสาขาวิชาชีพ อาจมีปัญหาช่วงของการขึ้นทะเบียบกลุ่มวิชาชีพ และบางการทำงานอาจไม่ถูกจำกัดว่าเป็นอาชีพ เช่น คนทำงานที่บ้าน อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งทางอ้อมที่แท้จริง นั้นต้องมีกระบวนการที่ประชาชนเป็นผู้เลือกตัวแทนและให้ตัวแทนนั้นเข้ามาดำเนินการ ทั้งนี้ในประเทศฝรั่งเศส ใช้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาเลือกบุคคลที่เป็น ส.ว. แต่ตนคาดว่าวิธีการดังกล่าว กรธ.อาจไม่ยอมรับ เพราะอาจถูกการเมืองครอบงำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ ทั้งนี้การพิจารณาถึงการสืบทอดอำนาจต้องมองที่ส.ว. ดังนั้นต้องจับตาดูว่าส.ว.จะยึดโยงประชาชนมากน้อยหรือไม่ 
 
          3.ที่มาของนายกฯ​ที่ให้ผู้ที่ไม่ใช่ส.ส.เข้ารับตำแหน่ง ทั้งนี้ตนสนับสนุนที่จะให้ประกาศรายชื่อผู้ที่จะเข้าดำรงตำแหน่งนายกฯ แต่จะเป็นสิ่งที่กันทหารออกจากระบบการเมืองได้หรือไม่นั้น ตนมองว่าหากผู้นำกองทัพต้องการลงเลือกตั้งต้องเปิดเผย เพื่อให้ตรวจสอบได้และเกิดความโปร่งใส ทั้งนี้ตนไม่คิดว่าจะต้องไปเขียนคุณสมบัติพิเศษใดๆ เพราะที่ผ่านมาเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญก็เหมาะสม
 
          นายปริญญา กล่าวด้วยว่า 4.ที่มาขององค์กรและอำนาจพิเศษเพื่อแก้สถานการณ์วิกฤต ซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องการ ตนมองว่าแนวโน้มจะเขียนในบทเฉพาะกาล ทั้งนี้ตนมองว่าความปรองดองในประชาธิปไตย ไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกันแต่ต้องขัดแย้งในกติกา ซึ่งไม่จำเป็นต้องให้ศาลมาเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ในรายละเอียดที่เกี่ยวกับมาตรา 7 ว่าด้วยการวินิจฉัยการปกครองให้เป็นไปประเพณีการปกครองหากไม่มีกรณีใดที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ไม่ควรมีเพราะกรณีที่เขียนมาก่อนหน้านั้นเพราะมาจากการทำรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่ยังมีเนื้อหาสั้น และ 5.โอกาสผ่านประชามติ ที่ต้องใช้เสียงข้างมากของผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ต้องจับตาว่าจะมีการแก้ไขเนื้อหาส่วนดังกล่าวที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 หรือไม่ หากไม่แก้ไขสามารถคาดเดาได้ว่า คสช.​ต้องการอยู่นาน และกรณีที่ไม่แก้ไขเรื่องหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติจะมีทางออกอย่างไร ก็อาจนำมาซึ่งการไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญและการไม่ยอมรับ คสช. ได้ ส่วนตัวมองว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีการทำประชามติตามโร้ดแม็พอย่างแน่นอน ส่วนจะมีการยืดเวลาการลงประชามติหรือไม่ต้องพิจารณารายละเอียดและความจำเป็น โดยไม่อาจใช้อำนาจตามมาตรา 44 ขยายวันลงประชามติไปได้
 
          “รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย คือการสร้างกติกาปกครองตนเองของประชาชนฐานะเจ้าของประเทศ ไม่ใช่ปกครองโดยนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น ดังนั้นการร่างต้องอยู่บนพื้นนฐานให้ประชาชนรับได้ และสามารถปกครองตนเองรวมถึงต้องแก้ไขปัญหาประชาธิปไตย ดังนั้นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องไม่แย่กว่าเดิม ทั้งนี้ประเด็นของรัฐธรรมนูญที่ล้มเหลวและต้องนำไปสู่การยกร่างใหม่ ​เพราะการไม่เล่นตามกติกา และไม่ตัดสินตามกติกา และไม่ยอมรับกติกาหรือคำตัดสิน แม้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะออกมาดีอย่างไร หากคนยังไม่เล่นตามกติกา ไม่ยอมรับกติกา หรือคำตัดสินก็จะมีปัญหา ดังนั้นความสำคัญของการทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ คือ ต้องทำให้คนยอมรับ และให้ผ่านประชามติ ไม่เช่นนั้นคณะรัฐประหารก็จะอยู่ยาว และจะเกิดความวุ่นวาย” นายปริญญา กล่าว 
 
          นายปริญญา กล่าวด้วยว่าจากกรณีที่เกิดประเด็นของอุทยานราชภักดิ์ ถือเป็นช่วงขาลงของคสช. ดังนั้นคณะปฏิวัติต้องพิจารณาให้ดีไม่เช่นนั้นความชอบธรรมจะได้รับผลกระทบ ทั้งนี้เป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาด้วยว่ารัฐบาลจะมีคะแนนนิยมที่สูงต่อไปหรือไม่ โดยทางรัฐศาสตร์ทำได้ไม่ง่าย หากมีปัญหาแล้วไม่รีบแก้ไข ส่วนตัวตนมองว่าสิ่งสำคัญคือ รัฐธรรมนูญ หากรัฐธรรมนูญเป็นที่ยอมรับและดีเพียงพอ อาจไม่ทำให้คนส่วนใหญ่คิดว่าจะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้คสช.อยู่ต่อ ​