
เครือข่ายนศ.รามให้กำลังใจบิ๊กตู่
เครือข่ายนศ.รามให้กำลังใจบิ๊กตู่วอนกลุ่มการเมืองอย่ายกปมราชภักดิ์มาเคลื่อนไหวหวังผลการเมือง
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 9 ธ.ค. 58 ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาเพื่อการปฏิรูปม.รามคำแหง(ค.ป.มร.) นำโดย นายจาตุรนต์ เฉตาไพย ประธานเครือข่าย ฯ พร้อมคณะจำนวน 10 คน เข้ายื่นหนังสือให้กำลังใจพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ผ่านนายสาธิต สุทธิเสริม นิติกรชำนาญการ ศูนย์บริการประชาชนฯ ต่อกระแสกดดันการตรวจสอบการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์เพื่อขัดขวางการทำงานและเดินหน้าเรื่องการปฏิรูปและสร้างความปรองดองของรัฐบาล โดยให้เดินหน้าทำงานและตรวจสอบหาคนผิดในเรื่องดังกล่าวมาลงโทษเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มคนบางกลุ่มนำเรื่องดังกล่าวมาเคลื่อนไหวหวังผลทางการเมือง
พร้อมกับเรียกร้องให้กลุ่มบุคคลที่หยิบยกประเด็นการตรวจสอบเรื่องอุทยานราชภักดิ์ มาสร้างกระแสให้เป็นประเด็นทางการเมืองและกดดันการทำงานของรัฐบาล ให้ยุติการกระทำดังกล่าว เพราะทางเครือข่ายฯเห็นว่าการเคลื่อนไหวในช่วงเวลานี้เป็นการทำลายบรรยากาศความปรองดอง ขัดขวางการปฏิรูปประเทศ และหากต้องการตรวจสอบการทุจริตขอให้ไปร้องเรียนกับหน่วยงานที่มีหน้าที่ อาทิ สตง.หรือป.ป.ช.ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบ แต่กลุ่มบุคคลบางกลุ่มต้องการให้เป็นประเด็นการเมืองจนอาจก่อให้เกิดการแตกแยกระหว่างประชาชนได้ พร้อมกันนี้ให้รัฐบาลตรวจสอบกลุ่มที่เคลื่อนไหวกดดันนั้นเป็นกลุ่มเดียงกับที่เคยก่อการยั่วยุเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในพื้นที่ม.รามคำแหงก่อนหน้านี้จนมีนักศึกษาได้รับบาดเจ็บมาก่อนหรือไม่
นายกฯขอบใจให้กำลังใจบริหารประเทศ
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบกรณีเครือข่ายนักศึกษาเพื่อการปฏิรูป มหาวิทยาลัยรามคำแหง เดินทางมาให้กำลังใจที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงบ่ายวันนี้แล้ว โดยท่านนายกฯ ได้ฝากขอบใจกลุ่มนักศึกษาทุกคนที่เข้าใจและเห็นเจตนาดีของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาและวางรากฐานประเทศในระยะยาว
"ท่านนายกฯ ยังฝากอีกว่า นิสิตนักศึกษาทุกสถาบันคือความหวังของชาติ ทุกคนจึงมีหน้าที่มุ่งมั่นตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ทำตนให้มีประโยชน์ต่อสังคมสมค่าแก่การเป็นผู้มีวิชาความรู้ ควรพิจารณาสิ่งต่างๆด้วยปัญญาและความรอบคอบ อย่าทำตัวเป็นผู้ไร้เดียงสา เพราะอาจถูกชักนำไปในทางที่ผิด วันหนึ่งเมื่อสำนึกถึงสิ่งที่กระทำลงไป แล้วจะรู้สึกเสียใจต่อตนเอง และเสียดายเวลาที่ไม่อาจย้อนกลับคืนมาแก้ไขได้ สำหรับรัฐบาล ก็มีหน้าที่ บริหารงานเพื่อสร้างการพัฒนาประเทศ รวมทั้งรักษาความสงบเรียบร้อยภายในชาติ ซึ่งท่านนายกฯ และรัฐบาลจะยืนหยัดต่อไปไม่ท้อถอย จนกว่าประเทศจะเกิดความสงบเรียบร้อย" พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวถึงกรณีการเดินทางไปจัดกิจกรรมของกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองเมื่อสองวันที่ผ่านมาและยังแสดงความต้องการจะจัดอีกครั้งว่า อยากให้นักจัดกิจกรรมการเมืองเหล่านั้น ใช้สติตรึกตรองด้วยปัญญา ก็จะพบว่า สังคมไม่ยอมรับการกระทำในลักษณะก่อความวุ่นวายเช่นนี้ และสิ่งที่ฝ่ายความมั่นคงดำเนินการนั้น ก็เป็นไปเพื่อรักษาสวัสดิภาพและความปลอดภัยของทุกคน
"ความจริงแล้ว ทุกคนเดินทางออกจากสถานีรถไฟบางกอกน้อย โดยที่เจ้าหน้าที่มิได้ขัดขวางแม้แต่น้อย แต่เมื่อมีรายงานการรวมกลุ่มของพี่น้องประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการของนักจัดกิจกรรมเหล่านี้ ซึ่งอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าและความรุนแรงได้ ฝ่ายความมั่นคงจึงตัดสินใจเข้ายุติการเดินทาง เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้นหากคิดจะจัดอีกครั้ง คงมองเจตนาเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากพยายามยั่วยุให้เกิดความไม่สงบในประเทศ ซึ่งฝ่ายความมั่นคงอาจจำเป็นต้องพิจารณาใช้มาตรการอื่นจากที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน" พล.ต.สรรเสริญ กล่าว



