
คุ้มมั้ยปลดพัชรวาท !
ข่าวการ ปลด พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. เกิดขึ้นภายหลังจาก พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าทีมสืบสวน คดีการลอบยิง นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกมาเปิดเผยว่า งานสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าว ไม่ลุล่วง
สาเหตุหลักคือ การสั่งย้าย พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก.6 รน.สุราษฎร์ธานี ที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษในการแกะรอยโทรศัพท์ที่จะเชื่อมโยงไปสู่การจ้างวาน และการวางแผนของทีมลอบสังหาร นายสนธิ จึงทำให้ถูกมองในที่สุดว่า พล.ต.อ.พัชรวาท อาจจะมีส่วนรู้เห็น
ถ้าย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ธานี หอบเอกสารชี้แจงปัญหาอุปสรรคต่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงที่ทำเนียบรัฐบาล ตรงนั้นอาจจะเป็นจุดเริ่มต้น
แม้ว่าพล.ต.อ.ธานี เข้าชี้แจงเพียง 5 นาที เดินออกมาด้วยสีหน้าที่ “เคร่งเครียด” คล้ายเป็นสัญญาณบอกถึงนัยหารือ โดยเฉพาะตำแหน่ง “แม่ทัพปทุมวัน”
จนในที่สุดมีข่าว "ปลด" พล.ต.อ.พัชรวาท "เล็ดลอด" ออกมา ตามหลัง พล.ต.อ.ธานี ที่ก้าวเท้าออกจากทำเนียบ
ถึงแม้ว่า ตำแหน่ง ผบ.ตร.จะถูกสลับสับเปลี่ยนเป็นว่าเล่นในยุคที่ผ่านมา แต่ก็ใช่ว่า ยุคที่พล.ต.อ.พัชรวาท ผงาดคุมสีกากี การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ
"ตอ" หรือ "หนอนบ่อนไส้" ที่ทำให้คดียิงสนธิสะดุดนั้น แท้จริงแล้วพุ่งเป้าไปยัง ผบ.ตร.กระนั้นหรือ
รัฐบาลอภิสิทธิ์ ที่ก้าวขึ้นมากุมอำนาจรัฐในลักษณะพิเศษ น่าจะพิจารณาองค์ประกอบ หรือเหตุผลที่มากกว่า สิ่งที่เรียกว่า "ตอ"
การ “ปลด” พล.ต.อ.พัชรวาท ที่จะเกษียณอายุราชการในอีก 2 เดือนข้างหน้า มันจะได้คุ้มเสียหรือไม่
ไม่ใช่แค่ว่า พี่ชายของ พล.ต.อ.พัชรวาท นั้นคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พี่-นายใหญ่ของ 5 เสือ กองทัพบก ซึ่งล้วนแต่เติบกล้าจากสายนักรบบูรพา
แล้วก็เป็น พล.อ.ประวิตร นี่แหละที่มีส่วนเชื่อม-โยง และถักทอจนกลายเป็นฐานสำคัญให้กำเนิดรัฐบาลอภิสิทธิ์
มีประโยชน์อันใดที่จะหยิบยื่นชะตากรรมอันน่าอดสูให้แก่ พล.ต.อ.พัชรวาท ที่จะเกษียณอายุในอีกเพียงแค่ 2 เดือนข้างหน้า
นี่ยังไม่มองถึง "เกมการเมือง" ที่จับจังหวะการทำสำนวนคดียิงถล่มสนธิ อันสลับซับซ้อน
อย่าลืมว่า "พรรคการเมืองใหม่" นั้น มีรากเหง้าจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และสื่อเครือผู้จัดการ รวมไปถึง ส.ว.สายพันธมิตร ที่ต้องเรียกว่า เข้มแข็งเมื่อยามยึดหลักการชนได้ทุกระดับในสภา แม้กระทั่งรัฐบาลเองก็ถูกถล่มมาอย่างต่อเนื่องนับแต่อภิสิทธิ์ โอบเอว เนวิน ชิดชอบ
เพิ่งมาซาลงก็ช่วงที่คดียิงถล่มสนธิ ทำท่าว่าจะมีการจับกุมมือปืนนี่เอง !
หากคิดในแง่ของรัฐบาลแล้ว การหยิบยกประเด็นคดีความโดยเฉพาะสำนวนที่ไม่มีใครรู้นอกจากพนักงานสอบสวน เอามาพูดเพียงแค่เฉพาะปัญหาหรืออุปสรรคที่จะทำให้คดีพลิกผัน หรือคนที่สังคมคาดเดาหลุดออกจากสำนวน เท่านี้ก็กวาดความสนใจ และคำวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมได้เกือบ 100% แล้ว
ที่สำคัญเมื่อ พล.ต.อ.พัชรวาท กลายเป็นเป้าหมายที่ถูกพูดถึง และทำให้เข้าใจไปว่านี่คือส่วนที่เป็นปัญหา ความยากลำบากของรัฐบาลก็เพียงแค่ตอบเหมือนกับ สุเทพ เทือกสุบรรณ ตอบ ว่า ทำทุกอย่างตามที่กฎหมายรองรับ ส่วนสำนวนการสอบสวนนั้นเป็นเรื่องของตำรวจ
นี่ยังไม่นับว่า หากมีการปลด พล.ต.อ.พัชรวาท นั้น ก็เท่ากับตีตราประทับรับประกันตามที่สังคมถูกทำให้เชื่อว่า คดีความทั้งหมดนั้นเกี่ยวพันถึงบุคคล พล.ต.อ.พัชรวาท รู้จักมักจี่เป็นอย่างดี ทั้งที่ในสำนวนการสอบสวนนั้น มีหรือไม่มี ก็ไม่มีใครรู้
นอกจากนี้ การปลด พล.ต.อ.พัชรวาท ก็เท่ากับ "ปิดเกม" ที่ฝ่ายการเมืองพยายามยื้อให้นานที่สุด เพื่อจะได้ถูกสปอตไลท์การเมืองฉายจับให้น้อยที่สุด
ถึงแม้ว่าทางออกที่ดีที่สุด ก็คือการสั่งการให้รีบปิดสำนวนคดีและจับกุมคนร้ายมาให้เร็วที่สุด แต่กว่าจะถึงเวลานั้น วัน-เวลานับจากนี้ ทุกก้าวของรัฐบาลอภิสิทธิ์ จึงต้องเป็นไปอย่างระมัดระวัง และหวาดเสียว เพื่อหลีกเลี่ยงรอยร้าวโดยไม่จำเป็นจากทุกฝ่าย
ไม่ใช่แค่เพื่อ 2 เดือนของ พล.ต.อ.พัชรวาท แต่มันน่าจะหมายถึงอีก 1 ปี ของรัฐบาลเสียมากกว่า
ทีมข่าวความมั่นคง



