รวบแล้ว!สาวใหญ่ขโมยเงิน-ลอตเตอรี่ลุงพิการ
09 ธ.ค. 2558
รวบแล้ว! สาวใหญ่ขโมยเงิน-ลอตเตอรี่ลุงพิการ ปัดป้ายยา อ้างหาเงินจ่ายหนี้นอกระบบ-ค่าเช่าห้อง ด้านลูกสาวผู้เสียหายขอโทษสื่อฯให้ข้อมูลผิด
จากกรณีที่ น.ส.ปราณี (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม หลังจากพบว่านายทวี (สงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี บิดา เป็นคนผู้พิการและมีอาชีพขายลอตเตอรี่ ถูกทำร้ายร่างการจนสลบ และถูกขโมยทรัพย์สินไปหลายรายการ เหตุเกิดที่ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม. เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ น.ส.ปราณี ให้การว่า ขณะที่พ่อของตนกำลังรอรถเมล์เพื่อเดินทางกลับที่พักที่บริเวณถนนราชดำเนินกลาง จากนั้นก็มีผู้หญิง อายุประมาณ 40 ปีเดินเข้าทำทีตีสนิท ก่อนที่หญิงคนดังกล่าวจะใช้มือลูบที่แขนของบิดา จากนั้นบิดาของตนก็สลบไป และมาเริ่มรู้สึกตัวอีกทีก็มีผู้หวังดีช่วยพาขึ้นรถแท็กซี่มาส่งที่พักนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 ธันวาคม 2558 พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมชาย นิตยบวรกุล ,พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ ,พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ,พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.วิชาญวัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1, พ.ต.อ.รังสรรค์ ประดิษฐผล ผกก.สน.ชนะสงคราม, พ.ต.ท.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ รอง ผกก.สส.สน.ชนะสงคราม และพ.ต.ท.ปิติพันธ์ กฤดากร ณ อยุธยา สว.สส.สน.ชนะสงคราม แถลงผลการจับกุม นางพนารัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี โดยถูกจับกุมได้ที่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลาง สลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 17 ธ.ค.58 จำนวน 250 ใบ มูลค่า 20,000 บาท นาฬิกายี่ห้อไซโก้ 1 เรือน โทรศัพท์มือถือยี่ห้อทรู สีเทา-ดำ 1 เครื่อง กระเป๋าสะพายสีดำ ที่ผู้ต้องหาใช้ในวันเกิดเหตุ จำนวน 1 ใบ กางเกงขายาวสีน้ำเงิน 1 ตัว และเสื้อเชิ้ตสีแดง 1 ตัวที่ผู้ต้องหาใส่ในวันเกิดเหตุ
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายทวี ไปตรวจร่างกายที่กองพิสูจน์หลักฐาน แต่ผลปรากฎว่าไม่พบสารหรือสิ่งผิดปกติใดๆ และจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ แต่ยืนยันว่าตนไม่ได้ทำการป้ายยาใดๆแก่ผู้เสียหาย
ขณะที่นางพนารัตน์ (ผู้ต้องหา) กล่าวว่า ตนและนายทวี คบหาดูใจกันมาได้ 3 ปีแล้ว ซึ่งนายทวีจะมาหาเดือนละ 2 ถึง 3 ครั้ง และให้เงินครั้งละ 500-600 บาท โดยจะมีการนัดหลับนอนกันที่โรงแรมแห่งหนึ่ง โดยแต่ละครั้งที่นัดเจอกันนายทวีจะเป็นคนโทรศัพท์มานัด และเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ซึ่งก่อนเกิดเหตุคือวันที่ 5 ธันวาคม นายทวีได้โทรศัพท์นัดให้มาเจอกัน และก่อนจะแยกย้ายกันนายทวีได้ให้ตนถือกระเป๋าสะพาย ด้านในมีเงินสดจำนวน 7,000 บาท และสลากลอตเตอรี่จำนวนมาก
"ฉันเห็นเงินสดและลอตเตอรี่ในกระเป๋า จึงเกิดความอยากได้ เพราะฉันกำลังหาเงินไปจ่ายค่าห้องและหนี้นอกระบบ จึงตัดสินใจขโมยเงินดังกล่าว โดยให้นายทวีรออยู่บนห้อง ส่วนฉันอ้างว่าจะไปเรียกแท็กซี่ เมื่อออกมาจากห้องได้ก็รีบนั่งรถแท็กซี่หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว รู้สึกผิดและเสียใจมากที่ทำแบบนี้กับพ่อ(นายทวี) เพราะพ่อเป็นคนดี เป็นผู้มีพระคุณ คอยช่วยเหลือกันมาตลอด เหตุที่เกิดขึ้นนั้นเกิดเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แค่อยากได้เงินไปจ่ายค่าห้องจำนวน 3,000 บาท และหนี้นอกระบบที่ได้ไปกู้ยืมมา จำนวน 3,000 บาท" นางพนารัตน์ (ผู้ต้องหา) กล่าว
ขณะที่ น.ส.ปราณี (ลูกสาวผู้เสียหาย) กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนรู้สึกผิดมาก เพราะเพิ่งทราบเรื่องทั้งหมดจากพ่อเมื่อคืนนี้ และรู้สึกเหมือนไปพูดหลอกลวงสื่อมวลชน แต่ที่ทำไปเพราะในวันเกิดเหตุตอนที่เกิดเหตุ พ่อได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังและมีอาการความดันขึ้น ตนจึงรีบไปแจ้งความ “ก็แค่อยากจะรักษาสิทธิ์ให้พ่อ ต้องขอโทษพี่ๆสื่อมวลชน”
อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า นางพนารัตน์ ต้องการหาเงินไปใช้จ่ายในการรักษาตัวเนื่องจากขณะนี้กำลังป่วยเป็นโรคร้ายแรง



