ข่าว

คตง.เร่งตรวจสอบ‘ราชภักดิ์’แจงปมใช้‘งบกลาง’ได้

คตง.เร่งตรวจสอบ‘ราชภักดิ์’แจงปมใช้‘งบกลาง’ได้

09 ธ.ค. 2558

คตง.เร่งตรวจสอบ‘ราชภักดิ์’แจงปมใช้‘งบกลาง’ได้

           นับตั้งแต่มีความอื้อฉาวเกี่ยวกับ “โครงการอุทยานราชภักดิ์” จนส่งผลสะเทือนไปในหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รัฐบาล รวมทั้งกองทัพบก จนมีการเข้าตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) และพบว่ามีการเบิกจ่ายงบประมาณกลางเข้าใช้ในโครงการร่วม 63 ล้านบาท

           นายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม ประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ชี้แจงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริง ผ่านรายการ “ชั่วโมงที่ 26” ทางสถานีโทรทัศน์ดิจิทัล NOW26 เมื่อค่ำวันที่ 8 ธันวาคม ที่ผ่านมา

           นายชัยสิทธิ์ กล่าวว่า เริ่มต้นที่ได้รับรายงานจากผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ว่า โครงการอุทยานราชภักดิ์ มีการใช้เงินงบกลางโดยได้รับการอนุมัติจากนายกรัฐมนตรี โดยมีการสั่งจ่ายไปแล้วประมาณ 50 ล้านบาท เงินอีกส่วนเป็นเงินที่มาจากการบริจาค ส่วนยอดทั้งหมดจะเท่าไหร่นั้น กำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบ ซึ่ง คตง.มีอำนาจตรวจสอบทั้ง 2 ส่วน ไม่ว่าจะเป็นงบกลางและเงินบริจาค เพราะเงินบริจาคเป็นการบริจาคให้กองทัพบก ซึ่งเป็นหน่วยรับตรวจของ คตง. ทำให้มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบ

           แม้จะไม่มีปัญหาเรื่องงบกลาง อย่างไรก็ต้องเข้าไปตรวจอยู่แล้วใช่หรือไม่ ?

           ประธาน คตง.ตอบว่า ถูกต้อง และจากการตรวจสอบแล้วนั้น ยังไม่สามารถตรวจสอบพบสิ่งผิดปกติ แต่ก็ยังตอบไม่ได้ แต่ คตง.ให้นโยบายไปว่าให้ตรวจต่อไป ซึ่งการตรวจสอบต่อๆ ไปนั้น เป็นอำนาจของ สตง. โดยมีผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ควบคุม เมื่อมี สตง.ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วก็จะรายงานมาที่ คตง. เราก็จะเป็นผู้วินิจฉัยความผิดถูกในที่สุด

           “แต่ด้วยเวลาที่จำกัดก็คงยังตอบไม่ได้ เพราะว่าขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง และอีกอย่างคือ ระบบการตรวจสอบเงินแผ่นดินของเราอาจจะแตกต่างกับประเทศอื่นๆ เพราะของเรามีคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน มีผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการ เป็นผู้มอบนโยบาย ส่วนผู้ว่าฯ จะเป็นผู้ตรวจสอบ ในส่วนที่ตรวจสอบนั้น คตง.จะเข้าไปก้าวก่ายไม่ได้ เหมือนกับศาล ถ้าอธิบดีจ่ายสำนวนให้ใครแล้ว ก็จะไปก้าวก่ายผู้พิพากษาไม่ได้”

           สำหรับนโยบายในการดำเนินการเรื่องนี้นั้น นายชัยสิทธิ์ชี้แจงว่า เรื่องนี้มีความอึมครึ้มอยู่ เงินที่ใช้ในการสร้างอุทยานราชภักดิ์ เป็นเงินมาจากที่ไหน เป็นเงินที่มาจากการบริจาคจริงหรือไม่ มีงบประมาณแผ่นดินรวมอยู่ด้วยหรือไม่ ต้องให้ สตง.ไปตรวจสอบให้กระจ่างชัด หากมีความถูกต้องโปร่งใส ทางกองทัพบกก็จะพ้นจากข้อครหา แต่ถ้าพบความไม่โปร่งใส คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ก็จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อไป

           “โดยปกติแล้ว งบกลางไม่ได้อยู่ในงบประมาณแผ่นดิน หน่วยราชการจะของบประมาณแผ่นดินในการใช้จ่าย แต่ทั้งนี้อาจจะมีโครงการเร่งด่วนที่จะต้องทำ แต่ไม่ได้ของบประมาณแผ่นดินไว้ ก็จะร้องของบกลาง ซึ่งในกรณีนี้ ที่ตรวจสอบดูแล้วก็ถูกต้องในการขอเบิก”

           ส่วนความกังวลในการทำงานของ คตง.ที่จะไม่ได้รับความร่วมมือนั้น ประธาน คตง.กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่น่ากังวล เพราะทางนายกรัฐมนตรีได้ประกาศชัดว่าสามารถตรวจสอบได้เต็มที่

           รวมทั้งความคุ้มค่าในการใช้จ่ายนั้น ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า คตง.ไม่ใช่เพียงตรวจสอบการใช้จ่ายเงินเพียงที่ทำตามระเบียบเท่านั้น ยังมีหน้าที่ในการตรวจสอบประสิทธิภาพประสิทธิผลของเงินที่นำไปใช้อีกด้วย

           ส่วนเมื่อพบว่าไม่คุ้มค่ากับการลงทุน คตง.จะมีมาตรการการลงโทษอย่างไร

           นายชัยสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ต้องดูว่ามีการทุจริตหรือไม่ ถ้ามีก็ส่ง ป.ป.ช.ไปจัดการในส่วนคดี ถ้ามีความผิดในส่วนละเมิด ก็ต้องมีการเรียกให้ชดใช้ค่าเสียหายทั้งตัวบุคคล และหน่วยงาน

           “ถ้าในตอนที่จัดตั้งโครงการมีความประมาทเลินเล่อในการจัดตั้งโครงการลักษณะนี้ และเป็นการประมาทอย่างร้ายแรง แต่ในมุมส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับหน้าที่การงาน เห็นว่าเป็นโครงการที่น่าจะคุ้มค่า เพราะเป็นการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระมหาบูรพกษัตราธิราช 7 พระองค์ ซึ่งจะเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์”

           การตรวจสอบที่เกิดขึ้นคิดว่าจะจบอย่างไรในภาพใหญ่ทั้งหมด ?

           นายชัยสิทธิ์ ชี้แจงว่า ถ้าการตรวจสอบว่าเงินที่เบิกไป 50 ล้านบาทนั้น มีการเบิกใช้ มีหลักฐาน ก็จะเป็นการแสดงให้เห็นว่ามีความโปร่งใส รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องไม่มีการทุจริต