ข่าว

‘จ่านิว’โต้ข้อกล่าวหาสนิทพรรคเพื่อไทย

‘จ่านิว’โต้ข้อกล่าวหาสนิทพรรคเพื่อไทย

08 ธ.ค. 2558

‘จ่านิว’โต้ข้อกล่าวหาสนิทพรรคเพื่อไทย โพสต์รูปถ่ายคู่ ‘มาร์ค - อี้ - เนาวรัตน์ -สมคิด-ศศิน’ แถลงหวิดปะทะตำรวจห้ามไม่ขอมหาวิทยาลัย

          8ธ.ค.2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตามที่มีการเผยแพร่ภาพทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก ว่านายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว” แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยศึกษา ได้ถ่ายรูปคู่กับนักการเมืองพรรคเพื่อไทย อาทิ นายจาตุรนต์ ฉายแสง  นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ นายพิชัย นะริพทะพันธ์ และมีความพยายามเชื่อมโยงว่านายสิรวิชญ์เกี่ยวพันกับนักการเมืองพรรคเพื่อไทย

          ล่าสุดนายสิรวิชญ์ได้เผยแพร่ภาพของเขาที่ถ่ายรูปคู่กับคนของพรรคประชาธิปัตย์เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นภาพคู่กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายแทนคุณ จิตต์อิสระ  นอกจากนี้ยังมีภาพถ่ายคู่กับนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ ที่เคลื่อนไหวร่วมกับ กปปส. และนายศศิน เฉลิมลาภ

 

แถลงหวิดปะทะตำรวจห้ามไม่ขอมหาวิทยาลัย

           เมื่อเวลา 12.00 ที่ลานประติมากรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ท่าพระจันทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการนัดหมายแถลงข่าวของกลุ่มประชาธิปไตยศึกษา ที่นำโดย นายสิรวิชญ์ เดิมมีกำหนดการณ์ที่จะแถลงข่าวในช่วงเวลา 13.00 น. บริเวณลานประติมากรรม  ท่ามกลางการให้ความสนใจของเหล่าสื่อมวลชน  โดยตั้งแต่เวลา 12.30 น. ปรากฎว่า พ.ต.อ.อรรถวิชญ์ สายสืบ รองผู้บังคับการ ตำรวจนครบาล 1 พร้อมด้วยกำลังตำรวจประมาณ 20 นาย ได้เดินทางมาดูแลความสงบเรียบร้อย โดย พ.ต.อ.อรรถวิชญ์ กล่าวว่า  เนื่องจากมีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่ออนไลน์ว่า จะมีการแถลงข่าวของนายสิรวิชญ์ แต่เมื่อตนประสานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายอาคารและสถานที่ของมหาวิทยาลัย  ปรากฎว่า ไม่ได้มีการขออนุญาตใช้สถานที่แต่อย่างใด ดังนั้นจึงไม่สามารถอนุญาตเปิดให้มีการแถลงข่าวได้ ตามที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากไม่เป็นไปตามระเบียบของมหาวิทยาลัย  แต่ทางกลุ่มประชาธิปไตยศึกษาสามารถให้สัมภาษณ์พูดคุยกับทางสื่อมวลชนได้  อย่างไรก็ตามหากนายสิรวิชญ์ จะไปดำเนินการภายนอกบริเวณมหาวิทยาลัยคงทำไม่ได้เช่นกัน เพราะขณะนี้ได้มีพ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะบังคับใช้อยู่

           ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในการแถลงข่าวครั้งนี้ได้มีสื่อมวลชนทั้งหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ ให้ความสนใจเข้าทำข่าวเป็นจำนวนมาก โดยได้เดินทางมารอทำข่าวก่อนเวลานัดหมาย  อย่างไรก็ตามก่อนนายสิรวิชญ์จะเดินทางมาถึง น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือ “น้องเกด”  ผู้ประสานงานกลุ่มประชาธิปไตยศึกษา ได้เข้ามาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ไม่เป็นที่เปิดเผยแต่อย่างใด

           ต่อมาเวลา 14.10 น. นายสิรวิชญ์ และกลุ่ม 2 คนได้เดินเท้ามายังบริเวณด้านหน้าประตูหอประชุมใหญ่ โดยมีประชาชนและนักศึกษาจำนวนหนึ่งเดินทางมารอให้กำลังใจ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปล้อมเพื่อเจรจาไม่ให้มีการแถลงข่าวตามกำหนดการณ์เดิม โดยได้มีการผลักดันและเข้าไปพูดคุยเป็นเวลา 8 นาที หวิดมีการปะทะกัน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะอนุญาตให้นายสิรวิชญ์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนได้เกือบเป็นระยะเวลาหนึ่งก่อนที่ตำรวจจะขอให้หยุดการกับสัมภาษณ์สื่อ

           นายสิรวิชญ์ ได้กล่าวเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า เหตุการณ์เมื่อวันจันทร์(7 ธ.ค.) ที่ผ่านมาว่า  ในช่วงเช้าของวันที่ 7 ตนถูกเจ้าหน้าที่ พยามป้องกันไม่ให้เดินทางไปยังสถานีรถไฟ มีการพยายามใช้กำลังเพื่อควบคุมตัว แต่ก็ยังคงสามารถเดินทางไปขึ้นรถไฟได้ จากนั้นเมื่อถึงสถานีบ้านโป่ง จ.ราชบุรี จึงมีกองกำลังเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ ตรึงไว้บริเวณชานชาลา โดยพยายามควบคุมประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมทีละคน โดยตนมีข้อสังเกตคือ  การที่มีมวลชนฝั่งตรงข้ามเข้ามาหา  แม้ขณะนั้นกำลังทหารหรือตำรวจมีความบอบบางมาก แล้วมีชายใส่เสื้อสีแดงเดินมา ท้าตี ท้าต่อยกับตน ถึงบริเวณโบกี้รถไฟ จากนั้นตนจึงถูกคุมตัวไปยังห้องประชุมสถานีรถไฟ 2 ชั่วโมง และถูกนำไปยัง อาคารสำนักงานพุทธมณฑล จ.นครปฐม             

           “ไม่น่าเชื่อว่า ทหารจะใช้ศาสนสถานในการควบคุมตัว ผมคิดว่า ทางพุทธมณฑลควรออกมาตำหนิทหารกลุ่มนี้ที่ปล่อยให้นำประชาชนเข้าไปควบคุมตัวหรือพุทธมณฑลไม่ใช่ศาสนสถานก็บอกมาตรงๆว่า เป็นสถานที่ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือของรัฐ ผมขอถามไปยังสำนักงานพุทธมณฑล ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ได้อย่างไร”  นายสิรวิชญ์ กล่าวและยืนยันว่า ตนไม่ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงกับ คสช. อย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจ แม้จะมีบางคนที่ลงนามในบันทึกไป แต่ทุกคนยังคงยืนยันที่จะต่อสู้กับเผด็จการคสช.ต่อไป              

           “รัฐบาลและคสช.เกรงกลัวการตรวจสอบ จากเหตุการการสกัดกั้นที่มหาชัยเมืองใหม่และที่อ.บ้านโป่ง ผมไม่ทราบว่า การปฏิบัติการครั้งนี้ใครเป็นผู้ตัดสินใจ อาจเป็น พล.ต.ธรรมนูญ วิถี ผบ.พล.ร.9 ที่เคยปรากฎตัวที่บ้านผม รวมทั้งที่ อ.บ้านโป่ง และพุทธมณฑล” แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยศึกษา กล่าวและว่า ในฐานะที่ตนและพี่น้องประชาชน เดินทางอย่างปกติด้วยขบวนรถไฟ กลับถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว แต่มวลชนที่เดินทางมาต่อต้าน เมื่อพิจารณาจากพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 แล้ว กลับไม่ได้รับการดำเนินการใด ๆ รวมทั้งมีการพยายามทำร้ายร่างกาย ขู่ อาฆาตมาดร้าย ปาสิ่งของใส่ตนและประชาชนที่ร่วมกิจกรรม จึงทำให้เกิดคำถามว่า มวลชนที่ อ.บ้านโป่งนั้น มาจากการจัดตั้งของทหารหรือไม่  ซึ่งทหารคงมีคำตอบ เพราะภายในเวลาไม่นานจะสามารถรวบรวมประชาชนมารอที่สถานีรถไฟได้ รวมทั้งพื้นที่ อ.บ้านโป่งนั้นเอื้ออำนวยต่อการเคลื่อกำลังของพล.ร.9 จ.กาญจนบุรีหรือเปล่า แล้วประชาชนกลุ่มดังกล่าวไม่ได้รับการดำเนินการใด ๆ และกลับบ้านนอนอย่างสบายใจ ทุกท่านจะยอมให้สภาวะการณ์แบบนี้เกิดขึ้นหรือไม่  ดังนั้นการกระทำเช่นนี้เป็นการขัดขวางสิทธิเสรีภาพในการเดินทาง ขัดขวางการเข้าถึงการตรวจสอบ อย่างไรก็ตามตนขอยืนยันว่า จะเดินทางไปยังอุทยานราชภักดิ์ให้ได้โดยรถไฟ ภายในก่อนสิ้นปีใหม่นี้อย่างแน่นอน                

           ผู้สื่อข่าวถามว่า การออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้มีเบื้องหลังที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองหรือไม่ นายสิรวิชญ์ กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นเพียงการเชิญชวนประชาชนที่สนใจให้ร่วมเดินทางไปด้วยกัน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองแต่อย่างใด เพราะพวกเราเป็นนักศึกษาล้วน ๆ ที่คิดและหาข้อมูลเอง
           
           ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดจะตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวบ้างหรือไม่ นายสิรวิชญ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการตรวจสอบโครงการดังกล่าวไปมากแล้ว รวมทั้งรัฐบาลก็ขายข้าวเน่าไปให้ประเทศอินโดนีเซียไปเยอะแล้ว ซึ่งต่างกับกรณีอุทยานราชภักดิ์ เพราะปปช. เองก็ออกมาชี้แจงว่า ไม่พบการทุจริต ยิ่งเพิ่มความแคลงใจกับสังคมมากยิ่งขึ้น ตนจึงจัดกิจกรรมดังกล่าวเพื่อกระตุ้นให้เกิดการตรวจสอบการทุจริต คอร์รัปชั่น