ข่าว

‘ณัฐวุฒิ’วอนอย่าผลักนศ.ให้อยู่ฝ่ายการเมือง

‘ณัฐวุฒิ’วอนอย่าผลักนศ.ให้อยู่ฝ่ายการเมือง

08 ธ.ค. 2558

‘ณัฐวุฒิ’วอนอย่าผลักนศ.ให้อยู่ฝ่ายการเมือง

         8ธ.ค.2558 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. กล่าวว่า ตนยังยืนยันว่าการติดตามตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นนั้น เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน แม้จะมีองค์กรซึ่งมีอำนาจหน้าที่เป็นทางการแต่ก็ไม่ได้เป็นการตัดสิทธิ์ประชาชนในการทำงานแบบคู่ขนาน และที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ ก็มีกิจกรรมรณรงค์ให้ประชาชนตื่นตัวเรื่องต้านคอร์รัปชั่นโดยตลอดอยู่แล้ว การสกัดกั้นไม่ให้พวกตนหรือกลุ่มนักศึกษาเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์โดยอ้างว่าเพื่อรอให้หน่วยงานตรวจสอบทำหน้าที่จึงขาดน้ำหนักในการอธิบาย เพราะแม้จะไปจนถึงที่ก็ไม่ได้มีการทำลายกระบวนการตรวจสอบแต่อย่างใด
 
         นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากฝ่ายรัฐไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ ข้อเท็จจริงทั้งหลายที่สังคมรับรู้มาจากการทำงานของสื่อมวลชนและภาคประประชาชนต่างๆ หลายเรื่องสวนทางกับสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องเคยให้ข้อมูลไว้ เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าก็กลายเป็นว่าข้อมูลจากรัฐขาดความน่าเชื่อถือ ส่วนการจัดการกับความเคลื่อนไหวของนักศึกษานั้นก็เกินเลยไปมาก ทุ่มเทสรรพกำลังจนจ่านิวจะกลายเป็นพลเอกนิวไปแล้ว รัฐบาลต้องไม่คิดว่านักศึกษาเหล่านี้เป็นฝ่ายตรงข้ามและไม่พยายามผลักให้เป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทางการเมือง ความจริงพวกเขาคือคนหนุ่มสาวที่เชื่อมั่นในหลักการประชาธิปไตย ทุกประเทศที่มีรัฐประหารก็จะปรากฏขบวนการแบบนี้ ที่แตกต่างคือวิธีการจัดการของผู้มีอำนาจ ถ้าทำอย่างที่เป็นอยู่ถือว่าสอบตกในแง่การบริหารสถานการณ์
 
         “แทนที่จะมัวมาไล่จับเด็กอยู่แบบนี้ ทุ่มกำลังไปไล่จับคนทุจริตแล้วเปิดเผยความจริงเรื่องอุทยานราชภักดิ์อย่างตรงไปตรงมา เรื่องก็จะยุติลงได้ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ใครจะเดินทางไปถึงอุทยานราชภักดิ์ แต่อยู่ที่รัฐบาลจะนำความจริงเรื่องอุทยานราชภักดิ์มาถึงประชาชนได้หรือไม่” นายณัฐวุฒิ กล่าว
 
         นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า สำหรับการเข้าพบพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ตามหนังสือเชิญนั้น ตนจะเดินทางไปพร้อมกับนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช.ในวันพรุ่งนี้(9 ธ.ค.) เวลา 13.30 น. ที่กระทรวงยุติธรรม โดยตั้งใจจะเปิดอกคุยกันว่า มีประเด็นใดบ้างที่สังคมไม่สบายใจ และชี้ให้เห็นหลักฐานสำคัญที่จะคลี่คลายกรณีนี้ได้ ทั้งนี้ เท่าที่ติดตามบทบาทพล.อ.ไพบูลย์นั้นเห็นว่าเป็นลูกผู้ชายคนหนึ่ง เชื่อว่าการหารือกันน่าจะนำไปสู่ทิศทางที่ทุกฝ่ายสบายใจได้