ข่าว

‘บิ๊กตู่’บอกไม่ได้ขวาง‘ทีมจ่านิว’เหตุมีคนรอตี

‘บิ๊กตู่’บอกไม่ได้ขวาง‘ทีมจ่านิว’เหตุมีคนรอตี

08 ธ.ค. 2558

‘บิ๊กตู่’บอกไม่ได้ขวาง‘ทีมจ่านิว’เหตุมีคนรอตีอยู่ ไปก็รับผิดชอบตัวเอง ชี้สื่อต้องตั้งหลักใหม่เพราะบ้านเมืองกำลังจะล่ม ไม่ได้อยู่ในสถานะปกติ

          ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 8 ธ.ค.58 เวลา14.00น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งตลอดการแถลงข่าวใช้เวลาประมาณ 30 นาที พล.อ.ประยุทธ์ มีสีหน้าเคร่งเครียดและเสียงดังตลอดเวลาและไม่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ซักถามในประเด็นใดๆ อย่างไรก็ตาม ช่วงหนึ่งของการแถลงข่าว พล.อ.ประยุทธ์ ยอมรับว่า “วันนี้ผมอารมณ์เสียแน่นอน ตั้งแต่เช้าแล้วในที่ประชุม ครม.ผมก็เป็นแบบนี้ แล้วทำไมผมจะแสดงอารมณ์ของตัวเองไม่ได้หรืออย่างไร จะต้องให้อารมณ์ดีทั้งวันเลยหรือ ไปหากันมาเองแล้วกัน นายกฯ อารมณ์ดี ไม่ต้องทำอะไร หรือทำน้อยๆ ไปหามา”

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารขัดขวางและควบคุมนายสิริวิชญ์ เสรีวิวัฒน์หรือจ่านิว และกลุ่มประชาธิปไตยศึกษาและแกนนำนักศึกษากลุ่มต่างๆ ที่กำลังจะเดินทางไปยังอุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์วานนี้(7ธ.ค.) ว่า "รู้กันหรือไม่ว่า   ทำไมถึงห้ามไม่ให้เดินทางไปที่อุทยานราชภักดิ์ เพราะมีคนรอตีอยู่ไม่รู้เท่าไหร่ที่ข้างล่าง    เรื่องนี้ทำไมไม่บอกหรือพูดให้เขารู้ หรือจะปล่อยให้เขาไปแล้วให้เขาโดนทำร้าย เป็น ตาย เจ็บมาแล้วรัฐบาลก็โดนอีก ผมถึงบอกว่าทำไมต้องไปขยายความขัดแย้ง ทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่า ทุกวันนี้เราอยู่ในสถานะอะไร และรัฐบาลอยู่ระหว่างทำหน้าที่ในฐานะรัฐถาธิปัตย์ ซึ่งความหมายของผมคือนำทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและที่ผ่านมาอยากถามว่าเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหรือไม่ โครงการรับจำนำข้าวเข้าหรือไม่ ผมยังไม่ได้ทวงเลยแล้วก็ยังออกมาพูดกันอยู่ได้ มันอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เดี๋ยวสนช. ป.ป.ช.เขาก็ดูและสอบ ผมไม่ได้ไปห้ามอะไรเขา แล้วทำไมต้องไปขยายความ เอาคนที่ไม่เคยทำตามกฎหมายเอามาสู้กับผมอยู่ได้”

          นายกฯ กล่าวต่อว่า หรือจะไม่มีหนังสือพิมพ์สักฉบับได้หรือไม่ เพราะใจดีไม่ได้ ตนไม่ได้ขู่ แต่ต้องดูว่าอนาคตจะต้องทำอย่างไรต่อไป ซึ่งยังไม่รู้ เป็นการพูดให้ฟังและนี่คือการให้อำนาจกับประชาชนให้ได้ข้อมูลข่าวสาร แต่พอให้ก็จะเอาเยอะ จะเอาแบบปกติ อยากถามว่าเวลาเลือกตั้งปกติได้รัฐบาลประชาธิปไตยมา แก้อะไรสักอย่างหรือไม่ อยากจะไม่สงบกันอีกหรือเปล่า

          “สื่อก็ขยายความกันไปทุกวันสิ เดี๋ยวไปสิไป กลุ่มไหนอยากจะไปก็ไปเลยแล้วถ้ามันตีกันอีกที พวกท่านก็ไปห้ามกันแล้วกัน ผมไม่รับผิดชอบหรอก พอพูดอย่างนี้เดี๋ยวก็กลับมาอีกว่า พูดอย่างนี้แสดงว่าไม่รับผิดชอบ แล้วมันจะเอาอะไรจากผมมากกว่านี้วะ" นายกฯ กล่าว

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้สื่อต้องทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ไม่ใช่อะไรก็โหมกันไปโหมกันมา จนวันนี้ประชาชนในพื้นที่เอากันอีกแล้ว รังเกียจไอ้พวกนี้ ถ้าไปเมื่อไหร่กูจะตีเมื่อนั้น จะฆ่ากันอยู่แล้ว สื่อก็ยังเขียนกันอยู่อีก

          “อยากจะไปก็ไปเถอะครับ รับผิดชอบตัวเองก็แล้วกัน ตำรวจเขาก็ดูไม่ไหวหรอก ในเมื่อท่านฝืนกฎหมาย ท่านก็ต้องรับผิดชอบกันเองบ้าง ใครผิด ใครถูก ทั้งคนทำและคนถูกกระทำ ติดคุกทั้งคู่อยู่แล้ว ผมจึงไม่อยากให้เกิดอย่างไรเล่า จึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อลดเหตุการณ์ตรงนี้ ทุกอย่างก็อยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้วจะยังไง ไม่ไว้ใจหรือ ทำนิสัยเป็นพวกคนอีกพวกอยู่ได้ มันเคยรับอะไรหรือไม่เล่า ขุดคุ้ยอยู่ทุกวัน จนอารมณ์เสียอยู่อย่างนี้ แล้วบอกว่ารัฐบาลก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมนะ เพราะเรื่องนี้จะเป็นสนิมเนื้อใน อยากถามว่าหนึ่งในกี่หมื่นเรื่องที่มันมีกรณีเช่นนี้ของรัฐบาล เรื่องดีๆ มีตั้งกี่เรื่อง ไปเทียบดูแล้วกัน”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ตนไม่ค่อยเข้าใจสื่อเท่าไหร่ แต่คิดว่าทุกคนทำได้มากกว่านี้ เพราะทุกคนเป็นคนรุ่นใหม่ ผมเชื่อว่าท่านเข้าใจทั้งหมด วันนี้สื่อจะต้องเข้มแข็ง เพราะตนรู้ว่าสื่อส่วนใหญ่อยู่กับตน แต่สู้กับบรรดาหัวหน้าที่อยู่ข้างในไม่ได้ ตนไม่ได้ยุให้พวกท่านไปกบฎ แต่วันนี้ทุกคนต้องตั้งหลักให้ถูกว่า ประเทศควรจะเดินต่อไปอย่างไร จะคบกับใครอย่างไร ใครดีกับเรา เราก็ดีด้วย ใครไม่ดีกับเรา เรายังต้องดีด้วยเลย เพราะเราอยู่ในโลกคนเดียวไม่ได้ ถ้าพวกท่านยิ่งทำอย่างนี้ตนไม่ต้องไปปิดอะไร เขาปิดให้พวกท่านกันหมด โดยเฉพาะเรื่องค้าขายแล้วจะอยู่กันอย่างไร มาโทษตนอีกสิ ต้องคิดใหม่กันเสียบ้าง มันจะได้ไปได้กันเสียที

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายพล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวขอโทษว่า “วันนี้ต้องขอโทษที่เสียงดัง ไม่มีอะไร ปวดหัวไปหน่อย หลายวันมาแล้วที่ต้องเคลียร์ปัญหาของประเทศนี้ ตอนนี้อารมณ์ดีแล้ว แต่พอพูดก็หาว่าบ่น ผมเพียงแต่ต้องการชี้แจงปัญหา ชี้แจงการแก้ปัญหาและข้อความร่วมมือ แต่ทั้ง 3 ข้อก็ไม่ได้สักที ไม่เชื่อจะให้ผมเอาหนังสือพิมพ์มากางให้ดูหรือไม่เล่า ดูสิว่าของใคร หัวหนังสือพิมพ์ไหน ผู้จัดการ มติชน ข่าวสด ไทยรัฐ เดลินิวส์ บางคอลัมน์ เอาหรือไม่เล่า ไม่ต้องมาบอกให้ผมพอ ทีเวลาเขียนด่าผม ผมไม่เห็นว่าอะไรพวกท่านเลย ให้ความเป็นธรรมกับผมบ้างสิ ทีมข่าวการเมืองมันเก่งอะไรนักหนา มาเป็นนายกฯ สิ มาเลยไอ้พวกคอลัมนิสต์ต่างๆ สมัครเข้ามาเป็นรัฐมนตรี สมัครคราวหน้าผมจะเลือกให้ ปัดโธ่ คิดเป็นแต่ปัญหา คิดแต่ต้องการอะไร มีอยู่แค่นี้ แล้วก็ด่าคนอื่นเขาไปทั่วทั้งหมด แล้วมันใช่หรือไม่ แล้วประเทศจะเดินหน้ากันได้อย่างไร วันนี้ถ้าประเทศเป็นปกติ ผมไม่ว่าเหมือนที่เขาเจริญแล้วมันถือเป็นเรื่องธรรมดา สื่อจะพูดอะไรก็พูดไม่มีใครไปยุ่ง วันนี้บ้านเมืองจะล่มอยู่แล้ว ยังจะมาพูดแบบนี้กันอยู่แล้วมันจะไปอย่างไร ข้าราชการก็ท้อแท้หัวใจ ส่วนผมไม่ท้อแท้อยู่แล้ว แต่ยอมรับว่าโมโห แต่ไม่มีท้อแท้ ไม่มีถอยอยู่แล้ว สู้ทุกอย่างอยู่แล้ว พอพูดอย่างนี้ก็ไปเรียกมากันอีก ให้มาสู้กับผมอีกสิ หาว่าท้าทาย โว ปัด คำแบบนี้ไม่พูดไม่ได้หรือวะ การชี้แจงก็หาว่าโว คำพวกนี้ไปพูดกันในวงเหล้าเถอะ อย่ามาใช้กับผม ผมมีเกียรติ ไม่ใช่กุ้ยที่ไหน ผมไม่ใช่กุ้ย คำว่า โว ปัด ฟุ้ง อย่ามาใช้กับผม โดยเฉพาะคำว่า ฟุ้ง มันเป่าขี้เถ้าหรืออย่างไร”

 

ซัดสื่อเขียนนิยายเสนอข่าวสปท.ไม่สบายใจ

          พล.อ.ประยุทธ์  แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน  กรณีสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) ไม่สบายใจที่รัฐบาลตั้งคณะปฏิรูปมา6คณะ ว่า“ ใครลงข่าวไม่รู้  เขียนนิยายเข้าห้องน้ำตอนเช้าปวดท้องหรืออย่างไรไม่รู้ ในเรื่องนี้ ใช้ตรรกะอะไรคิด จะใช้มือซ้ายก็น่าจะคิดได้ไม่ต้องใช้สมองหรอก บอกแล้วว่ารัฐบาลนี้พยายามจะปฏิรูปให้ได้ในระยะที่1จึงได้ทำเรื่องส่งไปว่ามีคณะปฏิรูป6คณะ โดยมีรองนายกฯ เป็นผู้รับผิดชอบ6กลุ่มงาน เมื่อตั้งขึ้นมาก็จะนำเรื่องของสปท. มาดูว่าทำได้หรือไม่ หรือจะต้องส่งต้นแบบแนวทางการทำงานของรัฐบาลไปให้สปท.พิจารณาร่วม ซึ่งในระยะที่หนึ่งอะไรทำได้  ผมก็จะทำให้จึงได้ตั้งคณะปฏิรูปขึ้นมา”

          “ไม่ใช่ไม่ไว้ใจสปท.แล้วมาบอกสปท.ไม่พอใจ มันอะไรกันวะ ไม่รู้เรื่องอะไรกันเลยหรือไง ผมไม่เข้าใจ เรื่องนิดนึงหาจับให้ได้ แล้วหาเรื่องให้เป็นเรื่องทุกเรื่อง ผมไม่โทษใครหรอก จะเป็นต่างประเทศ ทูต เพราะพวกเรากันเอง เป็นคนที่ทำให้เขาเขียนได้แบบนั้น ทำไมไม่บอกเขาว่ามันคืออะไร วันนี้ผมยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า รัฐบาลพยายามทำทุกอย่างให้เดินหน้าไปสู่การทำประชามติ ไปสู่การเลือกตั้ง และผมจะไม่ไปสั่งอะไรให้ผ่านไม่ผ่านอยู่อีกแล้ว ไม่เคยสั่ง แต่ชอบหาว่าผมไปนี่ไปนู้น ผมจะไปสั่งได้อย่างไร ตั้งเขามาร่างแล้วจะไปสั่งเขาได้เหรอ ก็ต้องไปทำประชามติและเลือกตั้งให้ได้ ท่านจะปล่อยให้มีความขัดแย้งอยู่อย่างนี้ได้ไหม” นายกฯ กล่าว