ข่าว

ปืนเจ็บเพียบลุ้นเฮพลิกลิ่ว

ปืนเจ็บเพียบลุ้นเฮพลิกลิ่ว

08 ธ.ค. 2558

อาร์เซนอล ระส่ำนักเตะเจ็บเพียบ ต้องบุกชนะ โอลิมเปียกอส ถึง 2 ลูก จึงจะพลิกเข้ารอบศึกยูฟ่า ชปล. นัดส่งท้ายรอบแบ่งกลุ่ม 9 ธ.ค.นี้ ด้าน เชลซีแค่เจ๊าปอร์โตฉลุยทันที

 
                      ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย คืนวันพุธที่ 9 ธันวาคมนี้ กลุ่ม เอฟ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล รองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ต้องบุกไปเยือนโอลิมเปียกอส แชมป์กรีซ ที่คาราอิสคากิส สเตเดี้ยม ในเวลา 02.45 น. โดยสถานการณ์กลุ่มนี้ บาเยิร์น มิวนิค จ่าฝูงบุนเดสลีกา เยอรมนี ได้ผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มไปแล้ว มี 12 แต้มจาก 5 นัด อันดับ 2 โอลิมเปียกอส มี 9 แต้ม อันดับ 3 อาร์เซนอล มี 6 แต้ม และดินาโม ซาเกร็บ แชมป์โครเอเชีย เป็นทีมบ๊วยที่ตกรอบไปแล้ว มีเพียง 3 แต้ม
 
                      ทำให้เกมนี้ทีมปืนใหญ่ต้องบุกชนะด้วยสกอร์ 2 ลูก เช่น 2-0, 3-1, 4-2 หรืออย่างน้อยที่สุดคือ 4-3 เพื่อจะได้พลิกกลับมาเป็นฝ่ายเข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่ม เพราะตอนนี้มีสถิติการพบกันแบบ “เฮดทูเฮด” เป็นรองจากนัดประเดิมสนามที่แพ้คาบ้าน 2-3 แต่ถ้าชนะเพียงลูกเดียว แม้จะทำให้มี 9 แต้มเท่ากัน แต่โอลิมเปียกอสจะได้ลอยลำจากผลงานการเจอกันเองที่เหนือกว่า ส่วน อาร์เซนอล จะจบแค่อันดับ 3 ได้สิทธิ์ลงไปเล่นในศึกยูฟ่า ยูโรปาลีก รอบ 32 ทีมสุดท้ายเท่านั้น
 
                      คาดว่า อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีม “ปืนใหญ่” จะมีการปรับทีมจากนัดล่าสุดที่เฝ้ารังชนะ “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ 3-1 แม้จะมีปัญหานักเตะได้รับบาดเจ็บหลายราย ไม่ว่าจะเป็น ซานติ กาซอร์ลา, มิเกล อาร์เตตา, โธมัส โรซิคกี, ฟรองซิส โกเกแลง, แจ็ค วิลเชียร์, แดนนี เวลเบ็ค และอเลกซิส ซานเชซ แต่พวกแข้งดังรายอื่นๆ ยังคงพร้อมลงสนาม โดยแนวรุกอาจให้ ธีโอ วัลคอตต์ ที่เพิ่งหายเจ็บลงไปประสานงานกับ เมซุต โอซิล และโอลิวิเยร์ ชิรูด์ ขณะที่แดนกลางยังคงเป็นหน้าที่ของ อเลกซ์ ออกซ์เลด แชมเบอร์เลน, อารอน แรมซีย์ และมาติเยอ ฟลามินี ส่วนแนวรับ คีแรน กิบบ์ส อาจได้กลับมาเป็นแบ็กซ้ายคุมแผงหลังร่วมกับ เฮคเตอร์ เบลเลริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ และโลรองต์ คอสเซียลนี
 
                      ฝั่งเจ้าถิ่นของกุนซือ มาร์โก ซิลวา ที่ชนะรวดในเกมลีกถึง 11 นัด ยังคงพร้อมจัดทัพใหญ่ลงสนาม เพราะไม่มีปัญหาผู้เล่นได้รับบาดเจ็บ คาดว่า เอสเตบัน กัมบิอัสโซ แข้งเก๋าที่ถูกดร็อปในนัดล่าสุดที่เปิดบ้านชนะ อิราคลิส 2-0 จะได้กลับมาคุมแดนกลางร่วมกับ คอสตาส ฟอร์ตูนิส และ ปาจ์ทิม คาซามี ขณะที่ บราวน์ อิเดเย ยังคงเป็นกองหน้าตัวเป้า ส่วนโปรแกรมอีกคู่ บาเยิร์น มิวนิค จะออกไปเยือน ดินาโม ซาเกร็บ ที่มักซิเมียร์ สเตเดี้ยม ในเวลาเดียวกัน
 
 
                      ขณะที่ กลุ่ม จี “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ยักษ์ใหญ่แห่งเกาะอังกฤษ จะเปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อนรับ ปอร์โต รองแชมป์โปรตุเกส ในเวลา 02.45 น. โดยสถานการณ์กลุ่มนี้ ปอร์โต เป็นจ่าฝูง มี 10 แต้ม เท่ากับ เชลซี ที่เป็นรองทีมเยือนในเรื่องสถิติ “เฮดทูเฮด” จากนัดประเดิมสนามที่บุกไปแพ้ 1-2 อันดับ 3 ดินาโม เคียฟ จากยูเครน มี 8 แต้ม และมัคคาบี เทลอาวีฟ แชมป์อิสราเอล เป็นทีมบ๊วยที่ตกรอบไปแล้ว เพราะแพ้รวด 5 นัดไม่มีแม้แต่แต้มเดียว
 
                      ทำให้เชลซีขอเพียงผลเสมอจะได้ผ่านเข้ารอบในฐานะรองแชมป์ แต่ถ้าชนะจะเป็นแชมป์กลุ่มทันที คาดว่า ชูเซ มูรินโญ กุนซือ “สิงโตน้ำเงินคราม” จะมีการปรับทัพจากนัดล่าสุดที่พลาดท่าแพ้ บอร์นมัธ คาบ้าน 0-1 แม้จะหมดสิทธิ์ใช้งาน จอห์น เทอร์รี กับ รามิเรส ที่ยังมีปัญหาบาดเจ็บ แต่ เซซาร์ อัซปิลิกวยตา พร้อมกลับมาคุมแนวรับร่วมกับ เคิร์ท ซูมา, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช และบาบา ราห์มัน ส่วนแดนกลางยังคงเป็นหน้าที่ของ เนมันยา มาติช, ออสการ์ และเชส ฟาเบรกาส ส่วนแนวรุก โลอิก เรมี จะได้เป็นกองหน้าตัวเป้าเพื่อประสานงานกับวิลเลียน และเอดอง อาซาร์ด
 
                      ด้านทีมเยือนของกุนซือ ฆูเลน โลเปเตกี ตกอยู่ในสภาพหลังพิงฝาต้องชนะเพื่อผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม และห้ามเสมอเด็ดขาด เพื่อไม่ให้ ดินาโม เคียฟ ทำคะแนนไล่ขึ้นมาเทียบเท่า หาก เคียฟ สามารถบุกไปชนะ มัคคาบี เทลอาวีฟ ได้ถึงแซมมี โอเฟอร์ สเตเดี้ยม ที่จะลงเตะเวลาเดียวกัน และถ้า ปอร์โต ไม่ชนะจะจบด้วยอันดับ 3 ได้สิทธิ์ลงไปเล่นในศึกยูฟ่า ยูโรปาลีก เพราะมีสถิติ “เฮดทูเฮด” เป็นรอง เคียฟ จากทั้งการพบกันทั้ง 2 นัดที่เอาชนะไม่ได้เลย คาดว่าพวกแข้งหลักอย่าง อีเคร กาซิยาส, บรูโน มาร์ตินส์ อินดี, ไมคอน, ยาซีน บราฮิมี และแวงซองต์ อาบูบาการ์ ยังคงพร้อมลงเล่นเป็นตัวจริงทั้งหมด เพราะไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
 
 
                      ส่วนโปรแกรมคู่อื่นลงเตะในเวลา 02.45 น. กลุ่ม อี โรมา (อิตาลี) พบ บาเต โบริซอฟ (เบลารุส), เลเวอร์คูเซน (เยอรมนี) พบ บาร์เซโลนา (สเปน) กลุ่ม เอช เกงค์ (เบลเยียม) พบ เซนิต เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (รัสเซีย), บาเลนเซีย (สเปน) พบ โอลิมปิก ลียง (ฝรั่งเศส)
 
 
 
 
-----------------------
 
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)