
พธม.จี้นายกฯปลดผบ.ตร.ขวางคดี"สนธิ"
พันธมิตรฯชูธงไล่พัชรวาท ยุนายกฯย้ายพ้นตำแหน่ง ชี้ "สุเทพ"ทำงานล้มเหลว ด้าน"อภิสิทธิ์" ขอเวลาวันหยุดรวบรวมข้อเท็จจริง ขณะที่เสธ.แดง ยัน คืบหน้าคดีสนธิแค่นิยายน้ำเน่า ชี้"ธานี"ถูกกดดันจึงสร้างเรื่องขึ้นมารอเกษียณ ชี้"สนธิ"โจทย์เยอะเลยเจอกฐินสามัคคี
(25ก.ค.) นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) กล่าวเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โยกย้ายพล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผบ.ตร. ออกจากตำแหน่งเนื่องจากกระทำการขัดขวางการดำเนินคดีลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล ทั้งนี้พล.ต.อ.พัชรวาท เป็นคู่กรณีกับกลุ่มพันธมิตรฯในคดี 7 ต.ค.จึงไม่เชื่อมั่นว่าผบ.ตร.จะให้ความเป็นธรรมกับคดีได้
โฆษกพธม.ชี้แจงว่า การที่พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร.รายงานความคืบหน้าคดีต่อนายกรัฐมนตรี เพราะเห็นว่ามีความปลอดภัยกว่ารายงานต่อผบ.ตร.สะท้อนให้เห็นถึงความผิดปกติในระบบ นอกจากนี้พล.ต.อ.พัชรวาท ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของสตช.แต่กลับปล่อยให้มีการซุกซ่อนหลักฐานไม่นำเสนอต่อทีมของพล.ต.อ.ธานี และยังมีการข่มขู่ คุกคามคนที่ทำคดีนี้ด้วย ดังนั้นนายกฯซึ่งมีหน้าที่ในการอำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองต้องตัดสินใจโยกย้ายผบ.ตร.ซึ่งถือว่าเป็นอุปสรรคต่อคดีออกไปโดยเร็วที่สุด
“ขณะนี้ศูนย์การนำของรัฐบาลเกิดความไม่เป็นเอกภาพอย่างสูง โดยเฉพาะระหว่างนายอภิสิทธิ์ที่ต้องการขจัดอุปสรรคให้คดีเดินหน้าอย่างตรงไปตรงมา กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯที่ยังเล่นบทเจรจาต่อรองเพื่อให้อุปสรรคของคดียังอยู่ต่อไป ถ้านายกฯยังยอมรองนายกฯที่ทำความล้มเหลวในด้านความมั่นคงมาตลอดหรือเกรงกลัวอำนาจพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รมว.กลาโหม จึงไม่กล้าตัดสินใจเด็ดขาด จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างแน่นอน ดังนั้นนายกฯต้องจัดการ เพราะนายกฯไม่ได้มีหน้าที่ลอยตัวไปวันๆ ” นายปานเทพ กล่าว
นายปานเทพ กล่าวด้วยว่า การปลดพล.ต.อ.พัชรวาท นั้นนายกรัฐมนตรีสามารถทำได้โดยอ้างพฤติกรรมความไม่โปร่งใสในโครงการจัดซื้อของยุคนายสมัคร สุนทรเวช หรือจะรอยืมมือคณะกรรมการป้องกันและปรามการทุกจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ในการจัดการกับพล.ต.อ.พัชรวาทตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่จะตัดสินใจอย่างใดก็ต้องรีบทำเพราะขณะนี้ได้ทราบข่าวว่ามีนายตำรวจใหญ่คนหนึ่งพยายามเอื้อเฟื้อสนับสนุนเลื่อนขั้นแบบก้าวกระโดดให้กับลูกของกรรมการป.ป.ช.ที่เป็นตำรวจ เพื่อแลกกับการวินิจฉัยในคดี 7 ต.ค.
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าคดีลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ที่มีข่าวลือว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลง ผบ.ตร. ว่า ตนเพิ่งได้รับรายงานจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ เมื่อเย็นวานนี้ (24 ก.ค.) ซึ่งเป็นการรวบรวมการให้ข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ และข้อมูลบางส่วนยังไม่ตรงกัน ดังนั้นตนจะใช้เวลา 1-2 วันนี้สอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมด้วยตัวเองเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเพื่อให้ครบถ้วน เมื่อถามว่าข้อมูลใดที่ไม่ตรงกัน นายกฯ กล่าวว่า การให้ข้อเท็จจริงในส่วนของนายสุเทพและผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งบางส่วนยังไม่ตรงกัน
ส่วนเหตุผลที่ยังไม่มีการโยกย้ายพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. นั้น นายกฯ กล่าวว่า เวลานี้อย่าเพิ่งวิพากษ์วิจารณ์ เพราะตนเห็นว่าสองฝ่ายที่มีความเห็นไม่ตรงกันต่างตั้งหน้าตั้งตาวิพากษ์วิจารณ์ ตนในฐานะที่ต้องตัดสินใจจึงต้องไปดูข้อเท็จจริงให้รอบด้านเสียก่อน จะรับฟังเพียงด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้ เมื่อพิจารณาครบถ้วนแล้วจะหาแนวทางที่เหมาะสม และยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ได้ล่าช้าเลย หลังจากที่ตนทราบเรื่องจากพล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร.และหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีนี้เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ตนก็หารือกับนายสุเทพ โดยนายสุเทพได้ส่งรายงานข้อเท็จจริงมาให้ตนเมื่อวันที่ 24 ก.ค.นี้ วันนี้ตนเห็นว่าบางสิ่งบางอย่างไม่ตรงกัน ตนก็ต้องไปหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม วันเสาร์ - อาทิตย์ก็ไม่หยุด
เมื่อถามว่า สิ่งที่ไม่ตรงกันคือเนื้อหาในรายงานหรือสำนวนคดี นายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้นึกถึงสำนวนคดี แต่เป็นอุปสรรคต่างๆในการดำเนินคดี เมื่อถามว่า นายตำรวจบางคนเป็นอุปสรรคในเรื่องนี้หรือไม่ นายกฯไม่ตอบคำถามนี้และขึ้นรถทันที
พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการลับ ลวง พราง ทางวิทยุเอฟเอ็ม 100.5 ถึงกรณีที่เคยระบุว่า คดียิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรจะเป็นมวยล้มต้มคนดูว่า เรื่องนี้เป็นการสร้างเรื่องตั้งแต่เริ่มต้นและตำรวจที่สอบสวนขณะนี้ทำตามเรื่องที่นายสนธิสร้างขึ้นผ่านสื่อของเขา โดยนายสนธิฟันธงว่า กลุ่ม 3 ป.ต้องเป็นคนยิงเขา โดยนำตัวละครมาปั้นเรื่องขึ้นมามากมาย อย่างไรก็ตามเมื่อคดีถึงศาล แต่ศาลสั่งไม่ฟ้อง สุดท้ายก็จบ เพราะเขาไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ส่วนสาเหตุที่คดีมีความคืบหน้าช่วงนี้เพราะ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าพนักงานชุดสอบสวนถูกกดดันมาก ซึ่งเรื่องนี้เป็นการสร้างขึ้นมาเพื่อรอการเกษียณอายุไป
“เป็นการแต่งเรื่องขึ้นมา เพราะเราเสพข่าวจากสื่อเอเอสทีวี และเมื่อหนังสือพิมพ์เล่มอื่นเล่นตามมาจึงทำให้กลายเป็นเรื่องราว จนเป็นนิยายน้ำเน่า โดยมีจ.ส.อ.ปัญญา ศรีเหรา เป็นตัวละครเอก ซึ่งความจริงแค่เด็กทำสวนและคนขับรถ เคยทำงานอยู่กับพล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีตรมว.กลาโหม แต่สื่อผู้จัดการกลับเขียนว่า เป็นนักฆ่ามือ 1 ส่วนพ.อ.สุนัย ประภูชะเน หัวหน้าฝ่ายเสนาธิการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร คนยิงจริงๆครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพ.อ.สุนัย ทั้งนี้จะเห็นว่า ลูกชายนายสนธิพยายามโทษกลุ่มการเมืองใหม่โดยระบุว่า นายเนวิน ชิดชอบ จับมือกลุ่ม 3 ป. ซึ่งนายสนธิปักใจว่า กลุ่ม 3 ป.เป็นคนยิงเขา แต่ความจริงไม่ใช่กลุ่มนี้ ซึ่งผมรู้ว่า กลุ่มไหนเป็นคนยิง แต่สรุปคือ ไม่ใช่ 3 ป. และไม่ใช่กลุ่มพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรณ รมว.กลาโหม” พล.ต.ขัตติยะ กล่าว
เมื่อถามว่า กลุ่มที่ยิงนาย สนธิ เป็นกลุ่มไหน พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า นายสนธิ โดนกฐินสามัคคี เพราะเขาไปด่าคนจำนวนมาก และนายสนธิเหมือนเป็นตัวดูดอาวุธสงคราม แต่นายสนธิประเมินว่า คนที่มีศักยภาพก่อเหตุในช่วงการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน น่าจะเป็นกลุ่ม 3 ป. ทั้งนี้เขายังสร้างคลิปวิดีโอจากวงจรปิดมาเปิดเผยเพื่อสร้างกระแส ซึ่งความจริงวงจรปิดจุดนั้นเสียหมด ดังนั้น ความจริงจึงไม่มีคลิปวิดีโอตัวนี้



