
ใช้ความรัก นำทางธุรกิจ 'แอล เอสเธอร์ เลเทอร์'
08 ธ.ค. 2558
คมคิด ธุรกิจนิวเจน : 'วราสิทธิ์ ศิลารักษ์' ใช้ความรัก นำทางธุรกิจ 'แอล เอสเธอร์ เลเทอร์' : เรื่อง...ภัทรวรรณ สุนทรธนานุกูล / ภาพ...สุกล เกิดในมงคล
จะมีสักกี่คนได้ประกอบสัมมาอาชีพที่ตัวเองปรารถนา ได้ดื่มด่ำความสุขกับสิ่งที่ตัวเองคลุกคลี นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อมีคนเข้าชื่นชมผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้น มองเห็นเป้าหมายของชีวิตที่ไม่ใช่เพียงแค่ว่า “ความสำเร็จ” แต่ยังต้องการ “ถ่ายทอด” และ “คืนกลับ” ให้ชุมชมที่อยู่อาศัย
จากคำชี้นำของ “น้า” เปรียบเสมือนแสงเทียนส่องทาง จุดประกายความคิด จนกระทั่งในที่สุดสร้างให้เกิดธุรกิจเครื่องหนังภายใต้แบรนด์ที่ชื่อว่า L Esther Leather (แอล เอสเธอร์ เลเทอร์) โดย วราสิทธิ์ ศิลารักษ์ หรือ “ไก่” ชายหนุ่มมาดเซอร์วัย 41 ปี ท่าทางสุขุม พานั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปวัยเยาว์
“ตอนใกล้จบมัธยมปีที่ 3 ผมเป็นนักบอล แล้วผมก็ออกแบบลวดลายรองเท้าสตั๊ดในฝันว่าอยากได้แบบนี้ แล้วก็วานให้น้าช่วยทำให้หน่อย เนื่องจากว่าน้าเรียนพวกเครื่องหนังอยู่ ซึ่งน้าคงมองเห็นอะไรบางอย่างในตัวผม จึงแนะนำให้เรียนต่อด้านเครื่ิองหนัง ผมเห็นดีด้วย แต่แปลกนะ ตอนนั้นในหัวก็ไม่ได้มีความคิดว่าจะเรียนต่อมัธยมปลาย หรือสายพาณิชย์อะไรเลย รู้แค่ว่าอยากเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบ ผมก็ต้องขอบคุณแม่ที่ให้การสนับสนุน ผมตัดสินใจเข้าเรียนในสายวิชาชีพที่วิทยาลัยหัตถกรรมกรุงเทพ สมัยเรียนปวช.ปี 1 เน้นเรื่องทฤษฎีเป็นหลัก แต่ก็ร้อนวิชามาก ลองหัดทำกระเป๋าเอง แล้วให้อาจารย์ช่วยวิจารณ์ พอจบ ปวส. และมาต่อปริญญาตรีที่ ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลอง 6 ตอนจบผมภูมิใจนะ เพราะว่าได้เกียรตินิยมอันดับ 2”
วราสิทธิ์ เล่าต่อว่าสมัยที่เรียนราชมงคลได้ร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดร้านเครื่องหนังที่สวนจตุจักร ช่วงปี 2539-2540 โดยเอาผลงานของเพื่อนไปวางขาย ถือเป็นการทำธุรกิจครั้งแรก กระแสตอบรับดี หลังจากเรียนจบก็ไปทำงานประจำ เพราะอยากหาประสบการณ์การทำงานในบริษัทโรงงานผลิตเครื่องหนัง อยากเรียนรู้ขบวนการผลิตเทคนิคการออกแบบต่างๆ ในโรงงาน
ขณะเดียวกันแม้ยังทำงานประจำอยู่ วราสิทธิ์ก็ยังคงรับออเดอร์ตามกำลังที่ทำได้ จนในที่สุดเขาตัดสินใจลาออกจากงาน
“ตอนนั้นออกมารับงานเป็นผู้ผลิตอย่างเดียว มีงานสั่งต่อเนื่อง จนทำให้ผมไม่มีเวลาคิดที่จะสร้างแบรนด์ของตัวเองเลยนะ เพราะการทำงานของเรามันแข่งกับเวลา แต่พอปี 2010 มีจังหวะได้กลับมาคิดว่าต้องตัดสินใจทำแบรนด์ของตัวเองแล้ว ผลงานชิ้นแรกภายใต้แบรนด์กระเป๋าเงินไซส์ต่างๆ กระเป๋าสะพาย งานพวงกุญแจ ของชิ้นเล็ก พร้อมกับรับงานของฝาก ของแจก งานพรีเมียมควบคู่ไปด้วย”
ช่วงที่ออกมารับงานผลิตทำให้เขาได้ทำงานหลากหลาย เป็นการสะสมความรู้เพิ่มทักษะในงานประเภททำมือ นอกจากงานทำเครื่องหนังยังมีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์กราฟฟิกดีไซน์ จึงมีงานประเภทออกแบบโลโก้เข้ามาอยู่เรื่อยๆ เรียกว่าคนที่เข้ามาจ้างผลิตงานเครื่องหนังยังจ้างออกแบบโลโก้ได้ด้วย คือมาที่นี่ครบวงจร
ด้วยความชอบเรื่องการออกแบบโลโก้แบรนด์ เขาจึงใช้หัวสิงห์ ซึ่งมาจากราศีเกิดของตัวเอง พร้อมกับผสมผสานความชอบส่วนตัวของอารยธรรมโบราณ อย่าง สฟิงซ์ มามิกซ์แมทช์กัน เกิดเป็นโลโก้แบรนด์ของเขา ขณะที่ชื่อแบรนด์นั้น ตัวอักษรทุกตัวมีที่มาที่ไป เช่นตัว “ L” มาจากค่าว่า Love , Like พร้อมทั้งล้อคำว่า Leather ส่วนคำว่า “Esther” ชื่อผู้หญิงในตำนานเต็มไปด้วยความกล้าหาญ และบังเอิญตรงกับชื่อของหุ้นส่วนด้วย
“ผมมาเปิดร้านที่จตุจักรอีกครั้ง ตั้งอยู่โครงการ 25 เลขที่ 074 ซอย 2/3 สวนจตุจักร ที่นี่มีลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติ รวมถึงร้านค้าในสวนจตุจักรก็มารับสินค้าของเราไปขายต่อในราคาส่ง ส่วนช่องทางการจำหน่ายมีทั้งออกงานอีเวนท์, ทางออนไลน์ เรามีเว็บเพจ L Esther Leather แสดงผลงานกิจกรรมการขายของเรา และหากต้องการสอบถามก็โทรหาเราได้ที่ 08-6977-1738”
ด้วยปัจจุบันมีงานเครื่องหนังออกสู่ตลาดจำนวนมาก ทำให้วราสิทธิ์ต้องปรับตัวและพัฒนาสินค้าอยู่ตลอด โดยชูจุดเด่นที่สำคัญคือการเป็น งานแฮนด์เมด กึ่งอุตสาหกรรม เพราะมีเครื่องมือเหมือนโรงงานใหญ่สามารถผลิตจำนวนมากได้เร็ว ขณะที่จุดเด่นอีกประการคือเป็นงานทำมือที่มีสีสัน โดยปกติร้านอื่นจะทำกันแต่สีพื้น เช่น น้ำตาล ดำ แต่แบรนด์ของเขามีสีสันและสามารถสั่งสีได้ ขณะเดียวกันก็มีการนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาช่วย เช่น การออกแบบ นอกจากทำมือแล้วยังออกแบบในคอมพิวเตอร์และไอแพด สำหรับการลงสีก็มีทั้งทำด้วยมือและเครื่องพ่นสี ส่วนการตัดก็มีเครื่องปั๊มไฮโดรลิค 20 ตัน ที่สามารถสั่งบล็อกมีดตัดตามแบบที่ต้องการ ทำให้ได้งานตัดที่เร็วและสวยมาตรฐาน
แม้ทำธุรกิจเต็มตัวแต่ด้วยความที่เรียนปริญญาตรีศึกษาศาสตร์สายครูโดยตรง ทำให้เขาอยากถ่ายทอดสิ่งที่รู้ให้คนอื่นที่ชอบงานประเภทนี้ โดยเปิดสอนการทำรองเท้าและกระเป๋าควบคู่กันไปทั้งที่ร้านในสวนจตุจักรและที่บ้าน มีเครื่องมืออุตสาหกรรมให้ผู้เรียนได้ใช้ ไม่ใช่แค่งานทำมือ
“ผมสอนคนที่มาเรียนทำกระเป๋าและรองเท้าหลายขั้นตอนตั้งแต่สเก็ตช์แบบ สร้างแพทเทิร์นที่ถูกต้อง การตัด การประกอบ และเย็บ ซึ่งมีทั้งเย็บมือและเย็บจักรด้วย ทุกขั้นตอนผมบอกหมด อยากให้คนที่มาเรียนกับเราได้ความรู้กลับไปมากๆ”
การสอนให้ผู้อื่นได้เรียนรู้และสามารถลงมือทำเองได้ยังเป็นแนวทางของวราสิทธิ์ ที่ต้องการกระจายรายได้อีกทางหนึ่งด้วย
“ช่วงแรกคนรับงานไปจากเรา ผมเปิดสอนฟรีเลยนะ แต่คนให้ความสนใจน้อยและบางคนไม่เห็นคุณค่าความรู้กับเวลาที่สอนไป ผมเลยเปลี่ยนวิธี เก็บค่าเรียนเล็กน้อยกับค่ามัดจำงานนิดหน่อย อยากให้ลองทำสักเดือน ถ้าชอบก็มารับงานไปทำต่อถ้าไม่ชอบอยากเลิกก็คืนค่ามัดจำ งานจะยากครั้งแรก แต่ถ้าได้ทำจนเกิดความชำนาญแล้ว หลังจากนั้นจะไม่มีอะไรยากอีก ผมใช้วิธีเก็บค่าเรียน กลับได้ผลดีกว่าสอนฟรี ทุกคนใส่ใจ ตั้งใจทำงาน จนได้งานคุณภาพ ใครทำงานดีมีคุณภาพก็จะได้งานเยอะกว่าคนอื่น ขอให้มีงานเข้ามา ทีมงานพร้อมช่วยตลอด ไม่ว่างานมากงานน้อย เราก็แบ่งปันงานตลอด เพื่อกระจายรายได้ไปสู่ชุมชน สุดท้ายก็ต้องขอบคุณทีมงานที่สู้ด้วยกันมาตลอดด้วยครับ” เจ้าของแบรนด์ L Esther Leather กล่าวปิดบทสนทนา
-----------------------
(คมคิด ธุรกิจนิวเจน : 'วราสิทธิ์ ศิลารักษ์' ใช้ความรัก นำทางธุรกิจ 'แอล เอสเธอร์ เลเทอร์' : เรื่อง...ภัทรวรรณ สุนทรธนานุกูล / ภาพ...สุกล เกิดในมงคล)



