
โฆษกตร.ยัน4ชาวซีเรียไม่โยงไอเอส
07 ธ.ค. 2558
โฆษก ตร. ระบุยังคุมตัว 1 ใน 4 ชาวซีเรียอยู่ไทยเกินกำหนด ยืนยันทั้งหมดไม่พบโยงกลุ่ม ไอเอส
7 ธ.ค.58 พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีมีการเผยแพร่หนังสือลับทางราชการ เรื่อง การเฝ้าระวังและตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นกลุ่มสมาชิกก่อการร้ายไอเอส ที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทย เป็นหนังสือของกองบัญชาการตำรวจสันติบาลเมื่อวันที่ 27 พ.ย.2558 ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินตร (ผบ.ตร.) ได้มีหนังสือสั่งการให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะกรรมการในการตรวจสอบว่าเอกสารดังกล่าวมีการนำออกมาเผยได้อย่างไร โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง ประกอบกับวันนี้(7 ธ.ค.)เป็นวันหยุดราชการจึงไม่สามารถตรวจสอบเอกสารได้ ต้องรอในวันพรุ่งนี้(8 ธ.ค.) ส่วนกรอบระยะเวลาในการตรวจสอบไม่แน่ชัดว่าทาง ผบ.ตร.กำหนดกรอบไว้กี่วัน
พล.ต.อ.เดชณรงค์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่มีการโพสต์และแชร์ภาพผู้ต้องสงสัยชาวซีเรียจำนวน 4 คน ผ่านสื่อออนไลน์ ที่ระบุว่าอยู่เกินกำหนดการขอวีซ่า และมีการเผยแพร่ภาพและหน้าหนังสือเดินทาง โดยเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา ก็ได้มีการเข้ามาแสดงตัวที่ สน.ลุมพีนี และอีกคนแสดงตัวที่ จ.ชัยภูมิ ซึ่งพบว่ามีเพียงคนเดียวอยู่เกินกำหนด และอยู่ระหว่างควบคุมตัว ส่วนอีกสองคนอยู่ในระหว่างทำเรื่องขออยู่ต่อในราชอาณาจักร จากการตรวจสอบสามารถยืนยันในขณะนี้ได้ว่าทั้ง 4 ราย ยังไม่พบความเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายไอเอสแต่อย่างใด
ระนอง - ตม.สั่งคุมเข้มหลังพบข้อมูลกลุ่มก่อการร้ายผ่านด่านชายแดน
วันที่ 7 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.ระนอง ว่ามีการตรวจพบข้อมูลในฐานข้อมูลการผ่านแดนของชาวต่างชาติที่ผ่านชายแดนด้าน จ.ระนอง เดินทางเข้าออกไทย-เมียนมา โดยพบข้อมูลว่า นายอับดุบอาซิส ชาวซีเรียที่ถูกระบุในคำเตือนจากรัสเซียเคยผ่านชายแดนระนองเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ข้อมูลระบุว่า นายอับดุลอาซีส (MR.ABDUL AZIZAROUK) อายุ 44 ปี สัญชาติซีเรีย ถือหนังสือเดินทางเลขที่ 004428889 เดินทางผ่านจุดตรวจอันดามัน ตม.จ.ระนอง เมื่อวันที่ 27 ม.ค.58 โดยคาดว่าบุคคลดังกล่าวน่าจะไม่อาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.ระนอง แล้ว แต่ก็ต้องเพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวัง เพราะแสดงให้เห็นว่ากลุ่มก่อการร้ายได้ใช้ช่องทาง จ.ระนอง ในการเดินทางผ่านเข้าออกประเทศไทย
นายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวว่า แม้ จ.ระนอง จะยังไม่มีข้อมูลคำเตือนจากหน่วยงานด้านข่าวกรองเกี่ยวกับการเข้ามาหลบพักอาศัยของชาวต่างชาติต้องสงสัยที่อาจจะเป็นกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติ แต่พบว่า จ.ระนอง มักจะเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติที่หนังสือเดินทางใกล้หมดอายุ มักจะเดินทางมายัง จ.ระนอง เพื่อข้ามฟากไปยัง จ.เกาะสอง ประเทศเมียนมา เพื่อเดินทางออกจากไทยไปประทับตราหนังสือเดินทางที่เมียนมา ก่อนกลับเข้ามาฝั่ง จ.ระนอง อีกครั้ง ทำให้หนังสือเดินทางได้รับการประทับตราใหม่สามารถอยู่ต่อในไทยได้อีกระยะ ซึ่งอาจจะทำให้กลุ่มก่อการร้ายแฝงตัวเคลื่อนไหวในช่องว่างดังกล่าวได้ จึงได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการผ่านแดนตรวจสอบข้อมูลผู้ผ่านแดนอย่างละเอียด เพื่อป้องกันและสกัดกั้นบุคคลต้องสงสัย รวมทั้งป้องกันไม่ให้กลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติเข้ามาเคลื่อนไหวใน จ.ระนอง ได้



