ข่าว

สั่งหยุดให้บริการ22ที่พัก‘ภูทับเบิก’เสี่ยงอันตราย

สั่งหยุดให้บริการ22ที่พัก‘ภูทับเบิก’เสี่ยงอันตราย

06 ธ.ค. 2558

อบต.วังบาล เอาจริง! ออกคำสั่งจี้รีสอร์ท ‘ภูทับเบิก’ หยุดให้บริการ 22 ที่พักเสี่ยงเกิดอันตรายต่อผู้เข้าพัก ชี้หากฝ่าฝืนเจอคุก-ปรับ

 
          ความคืบหน้ากรณีการจัดระเบียบรีสอร์ตภูทับเบิกหลังคณะทำงานตรวจสอบบ้านพักรีสอร์ท ได้สรุปผลการตรวจสอบและพบว่ามีห้องพักจำนวน 50 หลังที่เห็นควรให้รื้อถอน โดยให้เหตุผลนอกจากโครงสร้างไม่มั่นคงแข็งแรง และหรือมีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ไม่เหมาะสม โดยตั้งอยู่บนเชิงเขาที่มีความลาดเอียงประกอบกับตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดภัย
 
          ล่าสุด ทางอบต.วังบาล โดยนายสมบูรณ์ ศรีธรรม นายกอบต.วังบาลในฐานะผู้อำนวยการท้องถิ่น ได้ลงนามในคำสั่งเมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา เรื่องห้ามเข้าหรือให้ออกจากพื้นที่อาคารหรือสถานที่กำหนด โดยอ้างถึงปัญหาการสร้างอาคารบ้านพักและรีสอร์ท บุกรุกที่ดินของรัฐบนพื้นที่ภูทับเบิก ต.วังบาลและตำบลบ้านเนิน อ.หล่มเก่า จากผลการตรวจสอบของคณะทำงานที่ทางจังหวัดแต่งตั้งขึ้น มีความเห็นเรื่องอาคารที่พักรีสอร์ทสิ่งปลูกสร้างที่ควรรื้อถอนจำนวน 50 หลัง เนื่องจากโครงสร้างไม่มั่นคงแข็งแรงและหรือมีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ไม่เหมาะสม ตั้งอยู่บนเชิงเขาที่มีความลาดเอียง และในบริเวณพื้นที่เสี่ยงจะเกิดภัยอันมีผลกระทบต่อสาธารณชน ซึ่งจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตร่างกายของประชาชน หรือเกิดความเสียหายแก่ทรัพย์ของประชาชนและเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อบุคคลจะเข้าพัก เป็นเหตุที่คาดว่าจะเกิดสาธารณภัยได้ เพื่อเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและเพื่อประโยชน์สาธารณ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 21 วรรคสอง(5) แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 จึงสั่งห้ามบุคคลใดๆเข้าหรือให้ออกจากพื้นที่อาคารหรือสถานที่ดังกล่าว
 
          สำหรับรีสอร์ทที่มีรายชื่อปรากฏในคำสั่งของ อบต.วังบาล มีจำนวน 22 หลัง ทั้งนี้ในท้ายคำสั่งยังระบุโทษผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 พร้อมแจ้งว่าหากประสงค์จะอุทธรณ์หรือโต้แย้งคำสั่งนี้ต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ยื่นอุทธรณ์หรือโต้แย้งคำสั่งดังกล่าวต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่ง(นายกอบต.วังบาล)ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งนี้
 
          นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ในการตรวจสอบของคณะทำงานพบว่ากลุ่มที่ต้องปรับปรุงแก้ไขมีจำนวน 141 หลัง กลุ่มต้องรื้อถอนโดยสิ้นเชิงมีจำนวน 50 หลัง ทางโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดได้ส่งทีมไปตรวจสอบและให้คำแนะนำโดยผู้ประกอบการเซ็นรับทราบและต้องปฎิบัติตาม แต่เนื่องจากช่วงนี้ยังไม่มีกฎหมายผังเมืองมาบังคับใช้ในพื้นที่ อย่างไรก็ตามยังมีความเสี่ยงหากยังเปิดบริการและผู้ประกอบการยังไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร ทางจังหวัดได้ให้ทางนายกอบต.วังบาลและนายกอบต.บ้านเนิน ใช้อำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.บรรเทาสาธารณภัย พศ.2550 มาตรา 21 วรรค สอง(5) ห้ามมิให้บุคคลเข้าไปอยู่ในอาคารหรือสถานที่ที่กำหนดไว้ห้ามบุคคลเข้าไปอาศัย
 
          “ฉะนั้นอาคารดังกล่าวแม้แต่นักท่องเที่ยวเข้าไปก็ถือว่ามีความผิด ถือเป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อจะหยุดยั้งการกระทำผิดต่างๆที่จะเกิดขึ้นอย่างไม่ถูกต้อง และขณะนี้อยู่ระหว่างการนำคำสั่งดังกล่าวไปแจ้งให้เจ้าของสถานที่” นายบัณฑิต กล่าว
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า นายบัณฑิต เทวีทิวารักษ์ ผวจ.เพชรบูรณ์ พร้อมนายสนั่น พงษ์อักษร ปลัดจังหวัดและนายชาญชัย ศรศรีวิชัย นายอำเภอหล่มเก่า นำกลุ่มมวลชนในเขต ต.วังบาลและต.บ้านเนิน รณรงค์แจกถุงดำให้แก่นักท่องเที่ยวใส่ขยะและขอให้นำกลับลงทิ้งในพื้นล่าง บริเวณทางแยกขึ้นภูทับเบิกเมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ทางอบต.วังบาล ยังจัดเจ้าหน้าที่ไว้คอยรับถุงขยะจากนักท่องเที่ยวที่บริเวณสามแยกทางขึ้นภูทับเบิกอีกด้วย โดยระหว่างแจกถุงดำนายบัณฑิตได้พูดชี้แจงและขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวที่ขับรถยนต์ขึ้นภูทับเบิก จนมีเสียงตอบรับเป็นอย่างดี
 
          ในขณะเดี่ยวกันทางเจ้าหน้าที่พร้อมทั้งนายอำเภอหล่มเก่า ทหาร ตำรวจ ได้ เข้าไปตรวจสอบรีสอร์ทแห่งหนึ่ง มีบ้านพักรีสอร์ท 5 หลัง นางสุชาดา แซ่สงค์ อายุ 29 ปี ชาวม้งหมู่ 16 อ้างตัวเป็นเจ้าของรีสอร์ทแห่งนี้ กล่าวว่า ใช้เงินสดและกู้ยืมมาอีก 3 แสนบาทมาสร้าง หากว่าทางการให้รื้อทิ้ง คงหมดตัวแน่นอน หากรื้อและจะมาสร้างใหม่คงเป็นไปไม่ได้ เพราะทุนหมด จึงต้องขอวิงวอนขอความเห็นใจกับนายอำเภอหล่มเก่า ต่อไปจะเอาเงินที่ไหนไปส่งเสียลูกเรียน แม้แต่จะกินก็จะไม่มี นี่ขนาดวันหยุดยาวยังไม่มีนักท่องเที่ยวมาพักแม้แต่หลังเดียว