
บุกค้นกุฏิเจ้าอาวาสวัดดังพบปืน3กระบอก
บุกค้นกุฏิเจ้าอาวาสวัดดัง หลังชาวบ้านร้องเรียนมีการยิงปืนภายในวัดบ่อยครั้ง หวั่นเกิดเหตุร้ายในพื้นที่ธรณีสงฆ์ ตำรวจตะลึงพบปืน 3กระบอก แถมเหล้าเถื่อน-ไวอะกร้า-หนังโป๊เพียบ ตำรวจรวบตัวจับสึกแต่เจ้าตัวไม่ยอม และชาวบ้านกว่า 20 คนฮือต้านสุดท้ายต้องส่งดำเนินคด
(25ก.ค.) เวลา 07.30 น. พ.ต.อ.เริงเกียรติ โสธรเจริญสินธุ์ ผกก.สภ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย มอบหมายให้พ.ต.ท.บำรุง แช่มเทศ รอง ผกก.ปป,พ.ต.ท.คมสัน โขนงนุช สวป. พ.ต.ต.รักพงษ์ วังใน พนักงานสอบสวน (สบ.2) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งนำหมายศาลจังหวัดสุโขทัยที่ 256/2552 เข้าตรวจค้นภายในกุฏิเจ้าอาวาสวัดอินทรีย์ศรีสังวรณ์ หมู่ 6 ต.ป่าแฝก อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย
ภายหลังได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านว่าได้ยินเสียงปืนดังมาจากภายในบริเวณวัดเป็นประจำในช่วงกลางดึกหวั่นเกิดเหตุร้าย โดยนายมงคล ขัดผาบ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุโขทัย และจ่าเอกสุรศักดิ์ อิ่มเอม ปลัดอำเภอกงไกรลาศ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมตรวจค้นในครั้งนี้ด้วย
จากการตรวจค้นภายในกุฏิเจ้าอาวาสวัดดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก อาวุธปืนพกสั้นขนาด .357 และ .38 รวม 3 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน รวมแล้วอีกกว่า 100 นัดซุกซ่อนอยู่บริเวณที่นอนของเจ้าอาวาสวัด พร้อมกันนี้ภายในกุฏิยังพบสุราเถื่อนบรรจุถุงพลาสติกใส 5 ลิตร เบียร์ สุรา รวม 5 ขวด และยาไวอะกร้าจำนวน 12 เม็ด ยิ่งกว่านั้นยังพบหนังวีซีดีลามกอีกหลายแผ่นซุกซ่อนอยู่ด้วย
สอบสวนเบื้องต้นกับพระครูปลัดสมาน ถาวโร เจ้าอาวาสวัดอินทรีย์ศรีสังวร ผู้ต้องหาให้การอ้างว่า ปืนที่ค้นพบทั้งสามกระบอกนั้นไม่ใช่ของตน แต่มีคนนำมาจำนำเอาไว้ โดยปืนลูกซองยาวเป็นของลูกชายผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งได้เอามาจำนำไว้ในราคา 18,000 บาท ส่วนปืนพกสั้น .357 เป็นของสารวัตรกำนันมาจำนำไว้ 20,000 บาท สุดท้ายปืนพกสั้น .38 ก็เช่นเดียวกันเป็นของสารวัตรทหารรู้จักกันทำงานที่จ.พิษณุโลก ก็มาจำนำไว้ 25,000 บาท
ส่วนเบียร์ สุรา ยาไวอะกร้า และหนังวีซีดีลามกที่เห็นนั้นก็เป็นของลูกศิษย์วัดหลายคน ที่พักอาศัยอยู่ด้วยกันในกุฏิหลังนี้ ซึ่งตนเคยตักเตือนว่ากล่าวไปแล้วบ่อยครั้งแต่ไม่นึกว่ายังนำมาซุกซ่อนอยู่อีก และยืนยันว่าตนเองไม่รู้เห็น
ส่วนกรณีที่มีการยิงปืนในวัดนั้น ต้องยอมรับเป็นเรื่องจริง เพราะเหตุผลที่ว่าลูกศิษย์ที่เขาเป็นกรรมการวัดเขายิงปืนขึ้นฟ้าขู่พวกเด็กวัยรุ่นที่ชอบขับรถจักรยานยนต์ส่งเสียงดังสร้างความรำคาญบริเวณวัดเป็นประจำช่วงเวลากลางคืน
อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าที่ผ่านมาทางอำเภอกงไกรลาศ มักจะได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านบางส่วนว่า เจ้าอาวาสวัดอินทรีย์ศรีสังวร มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับเพศบรรพชิต เพราะมีการถืออาวุธปืนเดินเก็บเงินค่าเช่าที่กับพ่อค้าแม่ค้าช่วงงานประจำปีของวัดท่าทางคล้ายนักเลง อีกทั้งก่อนหน้านี้ตำรวจก็สามารถเข้าจับกุมผู้ต้องหาหนีหมายจับในคดีจำหน่ายยาบ้า 2,000 เม็ด ซึ่งเคยมาหลบพักอาศัยอยู่ในวัดดังกล่าวด้วย
ภายหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวเจ้าอาวาสวัดไปทำการสึกออกจากความเป็นพระกับพระวินยาธิการ หรือ ตำรวจพระที่วัดเนินกระชาย ต.ป่าแฝก อ.กงไกรลาส เพื่อจะนำตัวไปดำเนินคดีแต่ไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากมีชาวบ้านกว่า 20 คน ที่ทราบข่าวมาขัดขวางและร้องขอไม่ให้สึก เพราะเกรงว่า วัดจะขาดพระนักพัฒนาและคิดว่าเป็นการกลั่นแกล้งกัน ซึ่งเจ้าอาวาสเองก็ไม่ยอมสึกออกจากความเป็นพระ
เจ้าหน้าที่ตำรวจถึงกับปวดหัว จึงจำเป็นต้องคุมตัวไปสอบสวนดำเนินดคีที่โรงพักทั้งที่ยังครองผ้าเหลือง สร้างความลำบากใจให้แก่เจ้าหน้าที่เป็นอันมาก โดยหลายฝ่ายได้พยายามเจรจาให้เจ้าอาวาสดังกล่าวยอมสึกแต่เจ้าตัวกลับไม่ยินยอม
ทั้งนี้ชาวบ้านบางส่วนที่นับถือเจ้าอาวาสได้กล่าวว่าเชื่อว่า เป็นพระดีพระนักพัฒนาเพราะตั้งแต่มาอยู่ได้พัฒนาวัดอินทรีย์ศรีสังวร ให้เจริญมาจนถึงวันนี้และเป็นผู้ที่สร้างถาวรวัตถุทั้งศาลาการเปรียญ อุโบสถ รวมแล้วมูลค่าเกือบ 30 ล้านบาท ได้ด้วยแรงศรัทธา รวมทั้งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในเรื่องยาแผนโบราณรักษาคนเป็นโรคเบาหวาน มะเร็ง และโรคเอดส์โดย ได้รักษาคนป่วยมาแล้วกว่า 20,000 รายจากทั่วประเทศ
“ที่ผ่านมาทราบว่าเจ้าอาวาสฯเคยโดนลอบปองร้ายด้วยอาวุธปืนเฉียดตายครั้งหนึ่ง ทำให้ทุกวันนี้ท่านต้องระวังตัวตลอด และเมื่อใดก็ตามถ้าใครเดือดร้อนแล้วไปหาท่านก็ได้รับการช่วยเหลือทุกคนอย่างเท่าเทียมกันเหตุการณ์ในครั้งนี้พวกเราไม่ต้องการสูญเสียพระดีๆไป และเชื่อว่ามีการกลั่นแกล้งกันอย่างแน่นอน ส่วนการร้องเรียนอื่นๆ หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมก็เชื่อว่าไม่เป็นความจริง” ชาวบ้านผู้ศรัทธากล่าว
อย่างไรก็ตาม หลังเจรจาให้พระครูปลัดสมาน ถาวโร เจ้าอาวาสวัดอินทรีย์ศรีสังวรทำการสึกไม่ได้ เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวส่ง ร.ต.อ.วินัย สวนนุ่ม ร้อยเวร สภ.กงไกรลาศ ดำเนินคดีในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีหรือมีไว้ครอบครองซึ่งสุราที่ทำขึ้นโดยผิดกฎหมายต่อไป



