ข่าว

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : โกง

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : โกง

08 ธ.ค. 2558

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : โกง : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

 
                      แม่บ้านเดินไปตลาดเพื่อหาซื้อของสด ขณะที่เดินผ่านท้ายตลาดบังเอิญเจอเข้ากับหญิงแปลกหน้าคนหนึ่งก้มลงไปเก็บของบนพื้น แล้วหันมาทางแม่บ้านพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ดูซี่เราสองคนโชคดีจัง เจอสร้อยคอทองคำหนักตั้งสามบาทตกอยู่” แล้วหญิงแปลกหน้าก็บอกกับแม่บ้านว่า “เรามาแบ่งทองที่เก็บได้คนละครึ่งนะ”
 
                      แต่หลังจากที่พูดคุยกันอยู่พักใหญ่หญิงแปลกหน้าจึงขอสร้อยคอทองคำหนักเพียงแค่หนึ่งบาทที่แม่บ้านสวมคออยู่ แลกกับทองที่เก็บได้ซึ่งมีน้ำหนักถึงสามบาท หลังจากยอมแลกสร้อยคอทองคำไปแล้วแม่บ้านจึงรู้ว่าตนเองถูกโกง เพราะสร้อยคอทองคำที่หญิงแปลกหน้าเก็บได้และเอามาแลกนั้นเป็นทองปลอม
 
                      ทุกปีเมื่อลุงเปรื่องเกี่ยวข้าวในนาแล้ว ก็จะขายให้แก่พ่อค้าข้าวหรือโรงสีในละแวกตำบลใกล้เคียงกัน แต่ปีนี้มีพ่อค้าข้าวจรจากถิ่นอื่นเข้ามาถามซื้อข้าวจากลุงเปรื่อง โดยให้ราคาสูงถึงเกวียนละหนึ่งหมื่นบาทและจ่ายเป็นเงินสดอีกด้วย ลุงเปรื่องนอกจากคิดว่าตนเองขายข้าวได้ราคาดีกว่าเพื่อนบ้านคนอื่นๆ แล้ว ยังรู้สึกว่าที่ผ่านมาตนเองถูกพ่อค้าข้าวในละแวกเดียวกันเอารัดเอาเปรียบกดราคารับซื้อข้าวมานาน จึงตัดสินใจขายข้าวให้แก่พ่อค้าขาจรทันที หลังจากนั้นจึงเริ่มเอะใจว่า ทำไมลุงทองที่เกี่ยวข้าวได้กองขนาดเท่าๆ กันจึงขายข้าวได้ในปริมาณมากกว่าของตนเอง
 
                      ซึ่งหลังจากสอบถามทวนความแล้วลุงเปรื่องจึงรู้ว่า พ่อค้าข้าวขาจรนั้น ใช้ถังตวงข้าวที่มีขนาดความจุถึง 21 ลิตรแทนที่จะเป็น 20 ลิตรเท่ากับถังตวงข้าวมาตรฐาน กว่าลุงเปรื่องจะรู้ตัวว่าถูกโกงปริมาณข้าวไปมาก พ่อค้าข้าวขาจรก็เผ่นไปไกลลิบจนไม่สามารถตามจับตัวได้แล้ว
 
                      คุณสมชาย เป็นข้าราชการระดับสูงเอาเงินที่เก็บหอมรอมริบมานานปี ไปร่วมลงทุนกับ นางสุดสวย เพราะได้รับการบอกเล่าว่า เงินที่ลงทุนทั้งหมดจะเอาไปวางดาวน์รถเก๋งเพื่อนำไปให้ผู้อื่นเช่า ค่าเช่าที่ได้รับแต่ละเดือนจะเพียงพอที่จะส่งเป็นค่างวดผ่อนชำระรถยนต์และค่าบำรุงรักษาได้ เพียงแค่ปีเดียวก็จะได้รถยนต์หนึ่งคันทั้งที่จ่ายเงินไปเป็นเงินดาวน์เพียงไม่กี่หมื่นบาทเท่านั้น แต่ยังไม่ทันครบกำหนดหนึ่งปีคุณสมชายก็รู้ตัวว่าถูกโกง
 
                      จากตัวอย่างที่ยกมาเป็นเพียงบางส่วนของการโกงและการถูกโกง ซึ่งคนไทยมักจะพูดกันว่า “คนโง่ ย่อมตกเป็นเหยื่อของคนฉลาด” และแปลความหมายกันว่าคนที่เรียนหนังสือน้อย จะถูกคนเรียนหนังสือมากกว่าเอารัดเอาเปรียบหรือจ้องจะโกง แต่ในโลกของความเป็นจริงหลายครั้งพบว่าคนที่โกงเรียนหนังสือไม่มากนัก แต่คนที่ถูกโกงเรียนหนังสือสูงถึงระดับปริญญาเอกก็มาก
 
                      การโกงและการถูกโกงจึงไม่เกี่ยวข้องกับระดับการศึกษาของคนทั้งสองฝ่ายแต่อย่างใด แต่คนถูกโกงทั้งหมดมักจะยินยอมพร้อมใจหรือเชื่อใจในคนโกงเพราะความโลภของตนเอง โลภและเชื่อว่าตนเองฉลาดรู้มากกว่าผู้อื่นและบางครั้งหลงตนเองว่ารู้เท่าทันคนทุกคน
 
                      คาถาป้องกันการโกงจึงมีเพียงสั้นๆ ว่า “ต้องไม่โลภ” และพึงระลึกเสมอว่าไม่มีธุรกิจใดที่จะให้ผลกำไรมากมายมหาศาลด้วยการลงทุนต่ำและไม่ต้องลงแรงทำงาน เพราะหากมีธุรกิจที่ดีเลิศประเสริฐเช่นนั้นเกิดขึ้นจริง คนอื่นที่อยู่ใกล้กับธุรกิจนั้นและมีทุนมีกำลังมากกว่าเราย่อมไม่ปล่อยมือมาถึงเราแน่นอน อีกทั้งธุรกิจที่อยู่ไกลตัวไกลตาไม่สามารถควบคุมได้ ย่อมเป็นธุรกิจที่สมควรตั้งข้อสงสัยเอาไว้ก่อนว่า “เรากำลังจะถูกโกง” หรือจะท่องให้ขึ้นใจเอาไว้ตลอดเวลาว่า “ไม่โลภ ไม่ถูกโกง” ก็ได้ครับ
 
 
 
-----------------------
 
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : โกง : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)