ข่าว

'แผนกคดีวินัยการคลังฯ' ศาลปกครอง กลไกใหม่ปราบทุจริต

'แผนกคดีวินัยการคลังฯ' ศาลปกครอง กลไกใหม่ปราบทุจริต

05 ธ.ค. 2558

'แผนกคดีวินัยการคลังฯ' ศาลปกครอง กลไกใหม่ปราบทุจริต : โดย...เกศินี แตงเขียว สำนักข่าวเนชั่น

 
                      1 ธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุด ศาลปกครองกลาง และศาลปกครองภูมิภาค 10 พื้นที่ ถือฤกษ์ดีเปิดทำการ “แผนกคดีวินัยการคลังและงบประมาณ” วันแรก 
 
                      “แผนกคดีวินัยการคลังและงบประมาณ” คนไทยอาจไม่คุ้นหูนัก แต่อย่างประเทศฝรั่งเศส กับแถบยุโรปบางประเทศ มีศาลเฉพาะเรื่องวินัยการคลังเกิดขึ้นก่อนแล้ว เพื่อการรักษาผลประโยชน์และสร้างประสิทธิภาพในการปราบปรามการคอร์รัปชั่น และในประเทศบราซิลถึงกับมีศาลบัญชีกลางขึ้นมาเฉพาะ ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของรัฐ การตกแต่งบัญชีงบประมาณ
 
                      ขณะที่ไทยเราเอง ก่อนหน้าการยกเลิกรัฐธรรมนูญกฎหมายสูงสุดโดยคณะยึดอำนาจนั้น บทบัญญัติรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ.2550 กำหนดไว้ใน มาตรา 253 ให้ “คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน มีอำนาจหน้าที่ กำหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน ให้คำปรึกษา แนะนำ และเสนอแนะให้มีการแก้ไขข้อบกพร่องเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน และมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการวินัยทางการเงินและการคลังที่เป็นอิสระ เพื่อทำหน้าที่วินิจฉัยการดำเนินการที่เกี่ยวกับวินัยทางการเงิน การคลัง และการงบประมาณ และคดีพิพาทเกี่ยวกับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินัยทางการเงินและการคลังในเรื่องดังกล่าว เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง”
 
                      นั่นแปลว่า ถ้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเกี่ยวข้องกับการควบคุมเงิน ถูกลงโทษปรับ ตามคำสั่งคณะกรรมการทางวินัยฯ เพราะกระทำการฝ่าฝืนระเบียบการเบิกจ่าย แล้วจะโต้แย้งคัดค้านการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งลงโทษนั้น ที่นับว่าเป็นคำสั่งทางปกครองสุดท้าย ต้องอาศัยอำนาจตุลาการของศาลปกครอง ตัดสินให้ได้ที่สิ้นสุดและยุติ ตามกระบวนการรัฐธรรมนูญกฎหมายสูงสุด และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ นี่จึงเป็นที่มาของการจัดตั้งแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณในศาลปกครองสูงสุด และศาลปกครองชั้นต้น 11 ศาล 
 
                      สำหรับขอบเขตอำนาจวินิจฉัยของแผนกคดีวินัยการคลังฯ ศาลปกครอง คือ เรื่องที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดการบริหารการเงิน และการคลัง ที่เกี่ยวกับการรับ การเบิก การจ่าย การใช้จ่าย การบริหารงบประมาณและก่อหนี้ผูกพัน การจัดเก็บรายได้ การใช้ประโยชน์ การเก็บรักษาการพัสดุ การจัดการเงิน ทรัพย์สิน สิทธิประโยชน์ใดๆ ที่ได้มาจากเงินงบประมาณ เงินนอกงบประมาณ เงินกู้ เงินอุดหนุน เงินบริจาค และเงินช่วยเหลือจากแหล่งในประเทศหรือต่างประเทศจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่บัญญัติไว้ ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ
 
                      “วิษณุ วรัญญู" ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด ในฐานะตุลาการหัวหน้าแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณในศาลปกครองสูงสุด ที่ตั้งขึ้นมาใหม่ ได้บอกว่า “ก่อนที่จะมีการตั้งแผนกนี้ขึ้นมา เฉพาะคดีพิพาทเรื่องการลงโทษปรับเจ้าหน้าที่ฝ่าฝืนวินัยการคลัง ที่เจ้าหน้าที่ที่ถูกลงโทษนั้นยื่นฟ้อง ก็มีทั้งในพื้นที่ศาลปกครองกลางและศาลปกครองภูมิภาค แต่ก็ไม่มากถึงขนาดหลายร้อยคดี
 
                      "ตอนนี้ก็อาจยังมีที่ยังพิจารณาค้างอยู่ ก็จะพิจารณาต่อไปตามระบบ ไม่โยกเข้าแผนกคดีใหม่นี้ เพราะจะกลายเป็นว่าทำให้ล่าช้าจากเดิมที่อาจไต่สวนไปได้แล้ว 50% ถ้าโยกมาเข้าแผนกจะต้องเริ่มต้นใหม่ แต่คดีที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 1 ธันวาคม ที่เริ่มตั้งแผนกคดีวินัยการคลังฯ แล้ว หลังจากนี้ต้องเข้าสู่การพิจารณาขององค์คณะแผนกคดีวินัยการคลังฯ การตั้งแผนกคดีขึ้นมาเฉพาะ เหมือนเป็นช่องทางด่วน ทำให้บริหารจัดการคดีไม่ล่าช้า เพราะหากปล่อยให้คดีเข้าสู่การพิจารณา พร้อมกับคดีปกครองทั่วไป อาจใช้เวลารอคิวพิจารณา” 
 
                      ขณะที่การบริหารจัดการคดีของแผนกคดีวินัยการคลังฯ จะพิจารณาต่อสู้กันได้ถึง 2 ชั้น คือ ศาลปกครองชั้นต้น และศาลปกครองสูงสุด ตามขั้นตอนกฎหมายปกครองที่มีในปัจจุบัน และเพราะปริมาณคดีที่ไม่ได้มีมาก จนล้นมือ แต่ละชั้นศาลจึงจัดให้มีตุลาการพิจารณาคดีเพียง 1 องค์คณะ รับผิดชอบการพิพากษาคดี โดยศาลปกครองสูงสุดจะมีองค์คณะตุลาการ 5 คน ศาลปกครองชั้นต้น 3 คน
 
                      แต่ด้วยลักษณะคดีมีความซับซ้อนเรื่องทางบัญชี การคลัง ศาลจึงต้องจัดตุลาการระดับอาวุโสแต่ละชั้นศาล เป็นหัวหน้าแผนกคดี คุมทีมองค์คณะฯ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเงิน การคลัง เพื่อความรอบคอบการดูแลคดีอีกชั้นหนึ่ง 
 
                      สำหรับศาลปกครองชั้นต้น ในส่วนของศาลปกครองกลาง มี “นายประวิทย์ เอื้อนิรันดร์ รองอธิบดีศาลปกครองกลาง” ปฏิบัติหน้าที่เป็น ตุลาการหัวหน้าแผนกคดีวินัยการคลังฯ สำหรับศาลปกครองภูมิภาคอีก 10 แห่งนั้น จะมีอธิบดีศาลปกครองในภูมิภาคแต่ละศาล ปฏิบัติหน้าที่เป็นตุลาการหัวหน้าแผนกคดีวินัยการคลังฯ แต่ละศาล
 
                      และชั้นอุทธรณ์คดีในศาลปกครองสูงสุด มี นายวิษณุ วรัญญู ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด ปฏิบัติหน้าที่ตุลาการหัวหน้าแผนกคดีวินัยการคลังฯ 
 
                      โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ที่ต้องถูกลงโทษปรับตามคำสั่งคณะกรรมการวินัยทางงบประมาณฯ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นำคดีมาฟ้องศาลเพื่อคัดค้านคำสั่งลงโทษนั้น ศาลต้องวินิจฉัยถึงการออกคำสั่งลงโทษว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ที่ต้องดูพฤติการณ์เจ้าหน้าที่ผู้นั้นตามบทลงโทษกระทำผิดเรื่องวินัยทางการคลังนั้นประกอบกันไปด้วย หากผิดตามการตรวจสอบของคณะกรรมการวินัยทางงบประมาณ สตง. สุดท้ายเจ้าหน้าที่นั้นต้องปฏิบัติตามคำสั่งลงโทษปรับ
 
                      ขณะที่การตรวจสอบคำสั่งและบทลงโทษปรับทางวินัยการเงินการคลังนี้ ขอบเขตอำนาจยังอยู่แค่ส่วนของเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงาน ยังไม่อาจเทียบเท่าศาลบัญชีในต่างประเทศ ที่จะพิจารณาได้ถึงการใช้เงินของรัฐ การเบิกจ่ายงบประมาณของฝ่ายบริหาร 
 
                      แต่การที่ศาลปกครองได้จัดตั้งแผนกคดีขึ้นเฉพาะ เสริมให้กระบวนการตรวจสอบของ สตง.ในการลงโทษเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการเบิก รับ จ่ายเงินไม่ถูกระเบียบ หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัสดุไม่ระงับ ยกเลิกการกระทำที่ผิดต่อการเสนอราคาเรื่องพัสดุซึ่งได้ก่อให้เกิดเสียหายรัฐ ได้ผลยุติด้วยความรวดเร็ว ทำให้การตรวจสอบทุจริตต้นน้ำโดย สตง.ได้ผลสัมฤทธิ์ยิ่งขึ้น กระบวนการของหน่วยราชการที่มีหน้าที่โดยตรง และศาลได้อุดรอยรั่ว เหมือนโอ่งน้ำ ที่พบเห็นมีรูรั่วซึมต้องยาแนวเสียก่อนจะเป็นรอยแตก ซึ่งเป็นอีกทางหนึ่งในการรักษาผลประโยชน์ของรัฐที่รายได้นั้นมาจากภาษีประชาชนคนไทย ไม่ให้มีการทุจริตหลุดไปเข้ากระเป๋าส่วนตัวใคร
 
                      “วิษณุ”  ในฐานะนักกฎหมายมหาชน ยังมองว่า การตรวจสอบป้องกัน ปราบปรามคอร์รัปชั่น สิ่งสำคัญคือต้องให้มีการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่และดำเนินการโดยรวดเร็ว ตอนนี้ประเทศไทยก็มีศาลยุติธรรม ดำเนินคดีกับผู้ทุจริตด้วยบทลงโทษทางอาญา เสมือนการจัดการปัญหาปลายน้ำที่มีการทุจริตเกิดขึ้น แต่การจัดการปัญหาต้นตอที่ต้นน้ำนั้นยังไม่มีเพียงพอ หากจะมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่น่าจะทำให้ชัดเจน ขยายขอบเขตการตรวจสอบ ก่อนหน้านี้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ยังเคยพูดถึงการตั้งศาลปราบคอร์รัปชั่น แถมเวลานี้ศาลยุติธรรม อย่างศาลอาญา ยังมีการตั้งแผนกคดีทุจริตฯ เฉพาะ และการร่างรัฐธรรมนูญคณะของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เคยพูดเรื่องการตรวจสอบวินัยการคลังนี้เช่นกัน ถ้าการร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะย้อนไปหยิบเรื่องนี้มาพิจารณาอีกครั้ง จะเป็นประโยชน์
 
                      เมื่อกฎหมายสูงสุดอย่างรัฐธรรมนูญในอดีต ก็แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นการตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชั่น และการร่างรัฐธรรมนูญชุดของนายบวรศักดิ์ ก็ยังหยิบยกเรื่องคดีวินัยการคลังมาพูดถึง
 
                      การตัดสินใจของผู้บริหารศาลปกครอง จัดตั้ง “แผนกคดีวินัยการคลังและงบประมาณ” ขึ้นมา ณ เวลานี้ นับได้ว่า เป็นจุดเริ่มต้นเดินหน้าที่จะเสริมสร้างมาตรการปราบปรามการทุจริตของไทยทาง “ต้นน้ำ” โดยอาศัยอำนาจตุลาการที่มีตามกฎหมาย นอกเหนือจากเป้าหมายของการลดขั้นตอนบริหารจัดการที่ให้กระบวนพิจารณาคดีที่มีความซับซ้อนเรื่องทางบัญชีดำเนินเป็นไปด้วยความรวดเร็ว เพื่อให้ทันต่อการแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนเสียหาย ซึ่งอาจเกิดขึ้น ที่เป็นประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐ
 
                      ขณะที่ศาลก็มีอำนาจที่จะสร้างสมดุลและตรวจสอบโดยระมัดระวัง เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่า เงินภาษีทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายไป ไม่ได้ถูกฉ้อราษฎร์บังหลวง เข้ากระเป๋าใคร ด้วยวิธีตกแต่งบัญชีงบดุล ซึ่งมาตรการลงโทษปรับทางวินัยการคลัง สำคัญไม่ย่อหย่อนจากมาตรการทางอาญา ที่ให้มีโทษจำคุก ที่นอกจากปราบปรามให้หลาบจำไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแล้ว ต้องไม่ให้เงินนั้นสูญเปล่าไป แต่ได้เข้าสู่ระบบการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง...!!!
 
 
 
 
-----------------------
 
('แผนกคดีวินัยการคลังฯ' ศาลปกครอง กลไกใหม่ปราบทุจริต : โดย...เกศินี แตงเขียว สำนักข่าวเนชั่น)