
ล้วงตับการเมือง : 5 ธ.ค. 58
05 ธ.ค. 2558
ล้วงตับการเมือง : 5 ธ.ค. 58 : โดย...สำนักข่าวเนชั่น
“ยังโชคดี”
ได้รับการทาบทามจาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ให้เข้ามารับตำแหน่งที่ปรึกษาประจำศาลาเสาชิงช้า เพื่อดูเเลงานบริหารด้านการเงินเพียงไม่กี่เดือน “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” อดีตส.ส.เขตจตุจักร พรรคประชาธิปัตย์ ก็ประสบอุบัติเหตุ “ตกม้า” เมื่อสัปดาห์ก่อนเจ็บไม่มากไม่มายแค่สะโพกหัก
หลายคนสงสัยว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะขึ้นชื่อ “ที่ปรึกษาเอ๋” ถือเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการขี่ม้ามานาน โดยเฉพาะกีฬาขี่ม้าข้ามเครื่องกีดขวาง แถมการตกม้าครั้งนี้เป็นการตกม้าครั้งแรกในชีวิตนับตั้งแต่ขี่ม้าตอนอายุ 10 ขวบ ทำให้คุณหมอที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ต้องรีบผ่าตัดเสริมน็อตยึดสะโพกที่แตก เพื่อให้กระดูกขากลับเข้าสะโพกแบบเดิมโดยเร็ว
เป็นที่รู้กันว่าใครที่เคยประสบอุบัติเหตุตกม้าแล้ว ส่วนใหญ่จะอาการหนัก บ้างก็อัมพาต บ้างก็ขาแข้งหัก กลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมไม่ปกติไปเลย
เมื่อวันก่อนเจ้าตัวก็ได้เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า “ผมตกม้าสะโพกหัก ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว ช่วงควบ ขาคู่หน้าม้าอ่อน เลยทรุดตีลังกาไปทั้งคนและม้า ม้าสลบ ผมสะโพกหัก ...ไม่รู้อีกกี่ปีจะได้กลับไปขี่ม้า แค่ม้านั่งธรรมดากว่าจะนั่งได้ก็อีก 1 สัปดาห์ โดยจะกลับมาเดินเป็นปกติได้ในอีก 2 เดือน”
ถือว่ายังโชคดีที่ไม่ถึงกับเป็นอัมพาต ไม่อย่างนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร คงต้องหาที่ปรึกษาคนใหม่เสียแล้ว
โฆษกศาลยุค 4จี แรงดีไม่มีตก
เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วสำหรับโฆษกศาลยุติธรรม อย่าง "ท่านสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล” หลังจากได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม โดยเกิดขึ้นในโอกาสที่พบสื่อมวลชนครั้งแรก ตอนจัดงานศาลพบสื่อมวลชนครั้งที่ 1 ประจำปี 2558
ทุกอย่างราบรื่นเป็นไปตามกำหนดการ เริ่มจาก "ท่านอธิคม อินทุภูติ” เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม แถลงสรุปผลงานคดีของศาลทั่วประเทศ ซึ่งก็เป็นไปแบบ สั้นๆ กระชับ ได้ใจความ เพียงเวลาไม่ถึง 10 นาที ก็ให้ข้อมูลเกี่่ยวกับตัวเลขสถิติคดีที่เข้าสู่ศาลชั้นต้นได้ครบถ้วนกระบวนความ
จากนั้นถึงคราว “ท่านโฆษกสืบพงษ์” รับไม้ต่อรันยาว... ข้อมูลต่างๆหลั่งไหลพรั่งพรู ไม่ว่าจะเป็นสถิติคดีชุดใหญ่ของศาลสูง รวมถึงการแยกแยะประเภทคดีที่สู่ศาล แต่ละส่วนเรียกว่า คม ชัด ลึก เสียงไม่มีแหบหาย บรรยายได้คล่อง ปล่อยข้อมูลลื่นไหลแบบ Non stop เหมือนรถด่วนสปรินเตอร์ความเร็วสูง
เล่นเอากระจอกข่าวบ่นอุบ เพราะมือที่จับปากกาต้องจดข้อมูลให้ทันตามจอเพาเวอร์พอยท์ ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เหมือนภาพวิวปรากฏบนหน้าต่างรถไฟ หากเผลอว่อกแว่กอาจตกขบวนรถด่วน พลาดประเด็นสำคัญไปได้
งานแรก ต้องเรียกว่า ท่านโฆษก จัดให้เร็วเต็มสปีด...สมแล้วเป็นโฆษก ยุคสัญญาณ 4จี สด ใหม่ ที่เขาว่าแรงอัพโหลดดี ไม่มีตก...ทีเดียวเชียวววว !!!
เรื่องเล่าวงข้าวหลังครม.
กระจอกข่าวแปลงกายเป็นแมลงหวี่ บินสำรวจการประชุมครม. บนตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ในยุค “รัฐบาลลุงตู่” เป็นระยะ สังเกตว่าหลังการประชุมครม.ที่แสนจะเคร่งเครียดเสร็จสิ้นทีไร จะมีเจ้าหน้าที่เสิร์ฟอาหาร “มื้อเที่ยง” เลี้ยงทั้งครม. และผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน ส่วนเมนูอาหารนั้นก็ไม่ซ้ำกัน แต่ก็ไม่เลิศหรูอะไรมากมาย
ส่วนใหญ่เป็นอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียว ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตกธรรมดาๆ ตบท้ายด้วยของหวานและผลไม้ล้างปาก เป็นอันเสร็จสิ้นการประชุม แต่แมลงหวี่สนใจบรรยากาศในระหว่างกินข้าวหลังครม. ที่พบว่ามื้อใดที่นายกฯ ลุงตู่เป็นประธานการประชุม จะมีรมต.อยู่ร่วมวงกินข้าวบางตา เรียกว่าไม่พรึ่บเท่าวันที่ “บิ๊กป้อม” เป็นรักษาราชการนายกฯ นั่งหัวโต๊ะประชุมแทน
อย่างล่าสุดที่ “นายกฯ ลุงตู่” บินไปประชุมแก้โลกร้อนที่ฝรั่งเศส ก็เป็นคิวของ “ท่านรองนายกฯ ลุงป้อม” มีโอกาสนั่งหัวโต๊ะตามลำดับขั้นรองนายกฯ เบอร์ 1 ก็ประชุมกันไปตามปกติ วาระที่หน่วยงานส่งเข้ามาก็เป็นธรรมเนียมว่าจะไม่มีวาระหนัก วาระเรื่องพิจารณาให้งบ วาระโยกย้ายแต่งตั้ง เข้ามา เพราะถือเป็นมารยาท หากต้องเสนอวาระหนักๆ ต้องรอนายกฯ กลับมาก่อน
เป็นอันว่าวาระการประชุมก็เบาๆ ไม่เครียดมาก ใช้เวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมงไม่เกินเที่ยงวันก็ประชุมเสร็จแล้ว แถมรมต.ส่วนใหญ่ก็อยู่ร่วมวงกินข้าวกับลุงป้อม “พรึ่บ” กว่าตอนลุงตู่เป็นประธาน
ขาเม้าท์เขากระซิบกันว่า ก็ตอนลุงตู่ชวนกินข้าวเที่ยง ตักข้าวเข้าปากไป ก็คุยเรื่องงานไปด้วย แถมบางทียังมีสั่งงานตอนกินข้าวก็มี ไม่เหมือนลุงป้อม ที่เลิกประชุมเป็นอันพักไว้ซึ่งงาน ก็คุยเล่นคุยหัว ชิลชิล ไม่ซีเรียส ไม่ต้องเอาความเครียดเกาะเม็ดข้าว เดี๋ยวจะป่วยเป็นโรคเครียดลงกระเพาะนะจ๊ะ อันนี้ขาเม้าท์เขาเล่าให้แมลงหวี่ฟังจ้า
-----------------------
(ล้วงตับการเมือง : 4 ธ.ค. 58 : โดย...สำนักข่าวเนชั่น)



